17 ก.ย.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี ถูกถ่ายภาพขณะดูรูปผู้หญิงเปลือยอก จากโทรศัพท์มือถือระหว่างร่วมประชุมการอภิปรายตัดลดงบประมาณประจำปี 2564 ในสภาผู้แทนราษฎร  โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในกลุ่มสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวการประชุมสภาช่วงค่ำของวันที่ 16 ก.ย. 2563 ที่ผ่านมานั้น


 

วันนี้ สมาคมฯจึงได้ส่งคำร้องเรียนไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสอบสวนลงโทษ แม้ ส.ส.รายดังกล่าว จะออกมาภาคเสธว่า ภาพไม่เหมาะสมที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นภาพที่ได้รับจากข้อความที่บุคคลในภาพซึ่งเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ส่งมาหาทางโทรศัพท์มือถือ โดยก่อนที่จะปรากฏภาพดังกล่าว มีข้อความส่งมาก่อนว่ากำลังได้รับความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือ โดยตนได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับบุคคลในภาพประมาณ 4 - 5 ข้อความก็ตาม
 

ข้อแก้ตัวดังกล่าวฟังไม่ขึ้น เนื่องจากหลักฐานในภาพถ่ายดังกล่าว อยู่ในโหมดหน้าจอโทรศัพท์มือถือแสดงสถานะว่าเป็น Keep Memo โดยเป็นรูปหญิงสาวเปลือยอก และโชว์อวัยวะเพศด้านขวามือของโทรศัพท์ พร้อมกับมีการพิมพ์ข้อความพูดคุยบนหน้าจอในกรอบสีเขียวด้านขวามือขอจอภาพด้วย นั่นแสดงว่า ส.ส.รายดังกล่าวส่งภาพและข้อความไปยังมือถือของบุคคอื่น มิใช่กล่าวอ้างว่ามีคนส่งมาให้เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่อย่างใด 
 

เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นในพื้นที่ห้องประชุมชองสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นสถานที่ทรงเกียรติและศักดิ์สิทธิ์ อันชี้ให้เห็นว่า ส.ส.รายดังกล่าวไม่ให้การเคารพสถานที่อันเป็นสถานที่ประชุมทางนิติบัญญัติของตัวแทนประชาชนทั้งประเทศแต่อย่างใด ซึ่งหากอยากดูภาพประเภทดังกล่าว หรือหากทนไม่ได้ก็ควรรีบเข้าห้องน้ำในรัฐสภาไปเปิดดูคนเดียว ให้เสร็จกิจเสีย มิต้องมาให้ผู้อื่นหรือสื่อมวลชนเห็นอันสร้างความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้นกับองค์กรโดยภาพรวม
 

 

พฤติการณ์ณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 ข้อ 17 ข้อ 20 และข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.291 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ ที่กำหนดไว้ว่า ”ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง” ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีรองประธานสภาฯเป็นประธานในการสอบสวนลงโทษตามครรลองของกฎหมาย ซึ่งแม้จะเป็น ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องดำเนินการเอาผิดและลงโทษมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป แต่หากมีการช่วยเหลือกันโดยสรรหาข้ออ้างมาช่วยเหลือกัน ก็จะเป็นการชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของสภาฯทั้งหมดว่าเป็นเช่นใด นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด