นายแก้วสรร อติโพธิ" อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่า มธ.รุ่น 12 ออก คำชี้แจง 15 กันยา  6 ข้อ ประกอบคำขอให้ปิดมหาวิทยาลัย มีใจความดังนี้ 

1. คำขอนี้เป็นของศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ กลุ่มหนึ่ง เท่าที่รวบรวมรายชื่อได้ทางไลน์ในเวลา 3 วัน จำนวน 2,928 คน

2. คำขอนี้มีกรอบอยู่ที่สนับสนุนการออกคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ชุมนุมของอธิการบดีเท่านั้น ส่วนการบังคับตามคำสั่งไม่อนุญาตว่า ท่านอธิการบดีจะปิดมหาวิทยาลัยจริง ๆ อย่างไรนั้น เป็นข้อที่เราไม่ขอก้าวล่วงหรือบีบคั้นด้วยประการใด ๆ เพราะจะเป็นการเข้าไปมีอำนาจโดยไม่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง

3. กิจกรรมการรวมตัวนี้ยุติลงเมื่อยื่นบันทึกแล้ว ส่วนไลน์ “ปิด มธ..พอกันทีวีรชน” นั้นจะปิดตามมาในวันที่ 20 หลังจากเก็บข้อมูลรายงานกลุ่มศิษย์เก่าเรียบร้อยแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับมหาวิทยาลัย ในวันที่ 19-20 กันยา

4. ขอชี้แจงย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเราไม่ได้ปฏิเสธซึ่งเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษากลุ่มนี้หรือของผู้ใด แต่เราเห็นว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมของเขาในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่ยอมรับไม่ได้ จนธรรมศาสตร์ไม่ควรเกี่ยวข้องด้วย ส่วนเขาจะคิดจะพูดอย่างไรไม่ใช่เรื่องที่เราคัดค้าน ในหมู่เราเองก็มีผู้เห็นตรงกับนักศึกษาในเรื่องนั้นเรื่องนี้เช่นกัน แต่พอมาถึงวิธีการแสดงออกด้วยการชุมนุมในครั้งนี้ เราทุกคนกลับเห็นตรงกันว่ายอมรับให้ใช้ธรรมศาสตร์ไม่ได้

5. คำปฏิเสธนี้เป็นไปตามเหตุผลตามบันทึกที่จ่ายแจกไปแล้วว่า การใช้ชื่อของคนในธรรมศาสตร์และใช้สถานที่ธรรมศาสตร์เพื่อความเคลื่อนไหวที่สุ่มเสี่ยงสูงสุด แต่หาคนรับผิดชอบแท้จริงไม่ได้เช่นนี้ ผิดมาตรฐานประชาธิปไตย และมาตรฐานธรรมศาสตร์โดยสิ้นเชิง

6. เฉพาะในส่วน นายแก้วสรร อติโพธิ ผู้รวบรวมรายชื่อนี้ ขอใช้สิทธิส่วนตัวปฏิเสธการให้ร้ายบิดเบือนจากรุ่นพี่ธรรมศาสตร์ที่เคยเคารพว่า ในทางความคิดแล้วขอยืนยันว่าตนเองก็ไม่เห็นด้วย กับการสืบทอดอำนาจของ คสช.เช่นกัน และ ไม่เคยใช้เวที กปปส. กวักมือเรียกให้ทหารออกมาปฏิวัติ ดังที่พี่ได้ใส่ร้ายผมด้วยโมหะและโทสะอันฝังลึกอยู่ในตัวตนเลย

สิ่งที่ผมและพี่น้องในกลุ่มศิษย์เก่าเห็นตรงกัน ปฏิเสธร่วมกันจริง ๆ ก็คือ การเคลื่อนไหวสร้างความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองตามทัศนะของตน ด้วยความไม่รับผิดชอบไม่เคารพสิทธิ์ของคนอื่น รวมทั้งสร้างกำลังทางการเมืองด้วยความจงเกลียดจงชังปลุกปั่นคนไทยไปจนถึงลูกเด็กเล็กแดงแตกเป็นฝักฝ่ายเช่นปัจจุบัน

นี่คือความคับแค้นแท้จริง ในคำขอ “ปิด มธ. พอกันทีวีรชน ”ฉบับนี้.