นายแก้วสรร อติโพธิ ในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อศิษย์เก่าธรรมศาสตร์จำนวน 2,966 รายชื่อ โดยยืนยันไม่เห็นด้วยที่จะใช้มหาวิทยาลัยในการชุมนุม 
โดยคำขอนี้มีกรอบอยู่ที่การสนับสนุนการออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ชมนุมของอธิการเท่านั้น ส่วนการบังคับตามคำสั่งไม่อนุญาตว่าอธิการบดีจะปิดมหาวิทยาลัยจริงๆอย่างไรนั้น ไม่ขอก้าวล่วงหรือบีบคั้นด้วยประการใดๆเพราะจะเป็นการเข้าไปมีอำนาจโดยไม่ต้องรับผิดชอบซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง

พร้อมย้ำว่ากิจกรรมการรวมตัวนี้ จะยุติลงเมื่อยื่นบันทึกแล้วส่วนไลน์ ปิด มธ.พอกันทีวีรชน จะติดตามมาในวันที่ 20 หลังจากเก็บข้อมูลรายงานกลุ่มศิษย์เก่าเรียบร้อยแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับมหาวิทยาลัยในวันที่ 19-20 กันยายน ด้วย

นายแก้วสรร ย้ำคำขอชี้แจงว่า เราไม่ปฏิเสธซึ่งเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษากลุ่มนี้ หรือของผู้ใดแต่เห็นว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่ยอมรับไม่ได้ซึ่งธรรมศาสตร์ไม่ควรเกี่ยวข้องด้วย ส่วนจะคิดจะพูดอย่างไรไม่ใช่เรื่องที่เราจะคัดค้าน ซึ่งในหมู่เราเองก็มีผู้เห็นตรงกับนักศึกษาในเรื่องนั้นเรื่องนี้เช่นไร แต่พอมาถึงวิธีการแสดงออกด้วยการชุมนุมในครั้งนี้เราทุกคนกลับเห็นตรงกันว่ายอมรับให้ใช้ธรรมศาสตร์ไม่ได้  คำปฏิเสธนี้เป็นไปตามเหตุผลจากบันทึกที่จ่ายแจกไปแล้วว่าการใช้ชื่อของคนในธรรมศาสตร์และใช้สถานที่ธรรมศาสตร์เพื่อความเคลื่อนไหวที่สุ่มเสี่ยงสูงสุดแต่หาคนรับผิดชอบแท้จริงไม่ได้เช่นนี้ ปิดมาตรฐานประชาธิปไตยและมาตรฐานธรรมศาสตร์โดยสิ้นเชิง 

และในส่วนที่นายแก้วสรรในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อนี้ขอใช้สิทธิส่วนตัวปฏิเสธการให้ร้ายบิดเบือนจากรุ่นที่ธรรมศาสตร์ที่เคยเคารพ ในทางความคิดขอยืนยันว่าตนเองก็ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.เช่นกัน และไม่เคยใช้เวที กปปส. กวักมือเรียกให้ทหารออกมาปฏิวัติ ดังที่มีรุ่นพี่ได้ใส่ร้ายด้วยโมหะและโทสะอันฝังลึกอยู่ในตัวตน

ดังนั้นสิ่งที่ตนเองและพี่น้องในกลุ่มศิษย์เก่าเห็นตรงกันปฏิเสธร่วมกันคือการเคลื่อนไหวสร้างความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองตามทัศนะคติของตนด้วยความไม่รับผิดชอบไม่เคารพสิทธิของคนอื่น รวมทั้งสร้างกำลังทางการเมืองด้วยความจงเกลียดจงชังปลุกปั่นคนไทยไปจนถึงลูกเล็กเด็กแดงแตกเป็นฝักฝ่ายเช่นปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ นายแก้วสรร ไม่เชื่อว่าจะนำนักศึกษาจะสามารถควบคุมมอบได้หากมีการปลุกปั่นมาจากไซเบอร์ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงความหวั่นวิตก ถือเป็นความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า การฝากให้นักศึกษาไปชนนุมภายนอกจะไม่เป็นอันตรายมากกว่าการเปิดพื้นที่ให้ชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยหรือไม่ ซึ่งนายแก้วสรรได้แต่แสดงความเป็นห่วงเพราะธรรมศาสตร์ไม่เคยชุมนุม โดยไม่ทราบว่าเป็นคนกลุ่มใดบ้าง ไม่เคยมีใคร 2-3 คนทำลับๆล่อๆแบบนี้ และสุ่มเสี่ยงไม่โปร่งใส เลี่ยงกฎหมายเช่นนี้ ถ้าชมนุมให้ถูกต้องจัดอภิปรายให้ถูกต้องอย่างโปร่งใส มีความชัดเจนอยู่ในธรรมศาสตร์ชัดเจน หากเป็นเช่นนี้ตนเองก็จะไม่มายุ่ง 

เมื่อถามถึงการจัดการชุมนุมของนักศึกษา เป็นนักร้องที่ได้ขออนุญาตมหาวิทยาลัยและมีคณาจารย์รับรองถือว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ นายแก้วสรรตอบว่า วิธีปฏิบัติและวิธีพูดต้องแยกออกจากกันจะไปทำอย่างไรผมไม่เกี่ยว แต่พฤติการณ์และคำพูดเท่าที่ตนเองเห็นเราเห็นว่าไม่ควรจะจัดในพื้นที่แห่งนี้ 

ส่วนกรณีที่นักศึกษาชูธง 10 ข้อเรื่องการปฏิรูปสถาบัน นายแก้วสรร ตอบว่า พวกเราไม่กล้าร่วมความคิดเห็นของนักศึกษาไม่ขอก้าวล่วงความคิดเห็นของนักศึกษาว่าจะผิดหรือถูกซึ่งความคิดหลายอย่างตนเองเห็นด้วยแต่หากเคลื่อนไหวเช่นนี้ตนเองไม่เอาด้วย 

"บ้านเมืองเวลานี้มี 2 พวก พวกหนึ่งคือพวกใช้สิทธิ์ใช้อำนาจตามอำเภอใจทุกสี กับอีกพวกหนึ่งอยากใช้สิทธิ์โดยสงบ มีกฎหมายชุมนุมสาธารณะ ก็บังคับใช้ตามเรื่องเพื่อความโปร่งใส และในสภาขอให้ทำงาน อย่าไปทำเรื่องบ้าๆบอๆแบบนี้ นั่งลุ้นว่ามันหมดยุคที่จะนั่งลุ้นว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ความคับข้องใจตรงนี้ก็คืออยากจะเปลี่ยนอนาคต เปลี่ยนวิธีการเคลื่อนไหวทางการเมือง กฎหมายมีแล้วก็อยากเลี้ยง ให้ทำตัวให้ได้มาตรฐานขอให้ทำตัวให้ได้มาตรฐาน" 

จากนั้นนายแก้วสรร ได้เข้ายื่นหนังสือตามเวลานัดหมาย แต่อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มอบหมายให้ ผอ.กองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ นางณัฐธยาน์ มิตรมูลพิทักษ์ มารับหนังสือของกลุ่มศิษย์เก่า แต่นายแก้วสรร ระบุว่านัดหมายกับอธิการบดีไว้ และต้องการยื่นหนังสือให้ถึงมืออธิการบดีด้วยตัวเอง กระทั่งสุดท้ายรองอธิการบดีฝ่ายบริหารได้แจ้งว่าอธิการบดีอนุญาตให้นายแก้วสรรขึ้นไปยื่นหนังสือบนห้องทำงานได้ พร้อมให้เหตุผลว่าสาเหตุที่ไม่ลงมารับหนังสือตั้งแต่ครั้งแรกนั้นเนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นประเด็นว่าเหตุใดจึงรับของบางกลุ่มและไม่รับบางกลุ่ม แต่เนื่องจากนายแก้วสรรได้นัดหมายล่วงหน้าจึงยอมให้ขึ้นไปพบ

ภายหลังยื่นหนังสือนายแก้วสรร ระบุว่าได้ให้กำลังใจอธิการบดีและบอกว่าเคารพการตัดสินใจเพราะเข้าใจว่าทำงานหนักนอกจากนี้นายแก้วสรร ได้นำช่อดอกไม้ไปวางที่อนุสาวรีย์ปรีดีพนมยงค์ พร้อมกล่าวว่า"เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและธรรมศาสตร์ต้องพ้นเงื้อมมือเผด็จการม็อบ"