13 ส.ค.63 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า การจับกุมนักศึกษาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา การแสดงออกไม่ใช่อาชญากรรม ร่วมกันปกป้องนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒน์กุล โฆษก สนท.ว่า เท่าที่ตนติดตามข่าวนั้น ยังไม่มีการจับกุมใคร 

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 3 ข้อเรียกร้องนั้นพอเข้าใจได้ แต่ตนรับไม่ได้กับแกนนำบางคนที่ออกมาจาบจ้วงสถาบันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายตามรัฐธรรมนูญ และมีประชาชนบางส่วนไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หากไม่ดำเนินการก็จะต้องเจอข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา157

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากจะให้ใช้หลักรัฐศาสตร์ในการแก้ไขปัญหากับพลังนักศึกษาที่บริสุทธิ์ แต่อยากให้ใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเคร่งครัดกับแกนนำที่จาบจ้วงสถาบัน เพราะไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะแตกแยก คนไทยคงไม่ยอมให้ใครมาทำลายสถาบันที่เรารักและศรัทธา ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน ไม่ใช่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยแล้วทำผิดกฏหมายได้ 

นายธนกร กล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนทั่วประเทศทราบอยู่เต็มอกว่า พรรคการเมืองไหน หรือกลุ่มการเมืองไหนอยู่เบื้องหลัง ทฏษฏีเดินสองขาถูกใช้มานานแล้ว ตนอยากให้น้องๆ นักศึกษาตั้งสติแล้วพูดคุยกับผู้ปกครองก่อนว่า สิ่งที่ควรกระทำต่อประเทศนี้มีอะไรบ้าง วันนี้ไม่มีใครคุกคามนักศึกษา ไม่มีใครไปห้ามการชุมนุม รัฐธรรมนูญก็กำลังจะแก้กันอยู่ ทุกอย่างสามารถหาทางออกร่วมกันได้ แต่หากไปแตะต้องสถาบันเมื่อใหร่ คนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม ความชอบธรรมในการชุมนุมก็จะไม่มี แล้วประเทศจะเดินไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง

 

ทั้งนี้ ตนขอถามนายธนาธรว่า บ้านเมืองยังเสียหายไม่พออีกหรือ ประชาชนเดือดร้อนจากโควิด-19 ทำไมไม่ช่วยกัน ส่วนกรณีที่กลุ่มแคร์ออกแถลงการณ์หนุนม็อบนักศึกษาแสดงออก และมองว่ายังอยู่ในขอบเขตของกฏหมายนั้น ตนรู้สึกผิดหวังมาก เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง น่าจะมีแนวคิดใหม่ๆ สำหรับการพัฒนาประเทศมากกว่าการโหนกระแสม็อบ การที่แกนนำออกมาปราศรัยจาบจ้วงละเมิดสถาบันแล้วยังมองว่าอยู่ในขอบเขตของกฏหมายนั้น แสดงว่าไม่แคร์ความรู้สึกคนไทยเลย จึงไม่น่าจะเรียกตัวเองว่ากลุ่มแคร์