เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า การแก้รัฐธรรมนูญขยับได้เพราะม็อบนักศึกษาช่วยกดดันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีการดำเนินการมาจนได้ข้อสรุป คงไม่เกี่ยวกับที่ม็อบนักศึกษามาชุมนุมกดดันตามที่นายธนาธรกล่าวอ้าง ทั้งนี้ ส่วนตัวตนไม่ได้คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อยากจะให้แก้เฉพาะที่เป็นปัญหา ไม่ใช่จะรื้อทั้งฉบับตามที่นายธนาธรและนายปิยบุตร แสงกนกกุล ต้องการ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะฉนั้นแล้วควรจะแก้เท่าที่จำเป็น ไม่เช่นนั้นก็อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือจากส.ว.รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่ จนสุดท้ายอาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้เลย

ทั้งนี้ ส่วนตัวตนไม่ได้คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อยากจะให้แก้เฉพาะที่เป็นปัญหา ไม่ใช่จะรื้อทั้งฉบับตามที่นายธนาธรและนายปิยบุตร แสงกนกกุล ต้องการ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะฉนั้นแล้วควรจะแก้เท่าที่จำเป็น ไม่เช่นนั้นก็อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือจากส.ว.รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่ จนสุดท้ายอาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้เลย

 

 

นายธนกร กล่าวอีกว่า อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเกือบ 16 ล้านคน เพราะฉนั้นหากจะแก้ต้องถามคนเกือบ 16 ล้านคนด้วย ไม่ใช่นึกจะแก้ตามใจพรรคการเมืองบางพรรค หรือกลุ่มการเมืองบางกลุ่มโดยไม่สนใจประชาชนที่เห็นชอบมา หากจะแก้ตามใจชอบก็คงไม่สามารถแสวงหาแนวร่วมจากส.ว.และประชาชนที่เห็นต่างได้  

ดังนั้น หากจะแก้ก็ควรดำเนินการตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และ แนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯพิจารณาศึกษามา มีปัญหาตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ให้สังคมช่วยกันหาทางออก ที่สำคัญ ขอให้แก้เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน อย่าแก้เพื่อการเมืองเพียงอย่างเดียว ยืนยันว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีการแก้ในประเด็นที่มีปัญหา แต่ไม่เห็นด้วยหากคิดที่จะรื้อทิ้งทั้งฉบับ