นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรค ร่วมกันแถลงผลการหารือของพรรคในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร โดยพรรคได้หารือและมีฉันทามติว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาบุคคลผู้มีความเหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นผู้เหมาะสมที่จะสรรหาผู้สมัครและมีความคุ้นเคยดูแล ส.ส. และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาโดยตลอด

 ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า พรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้เกิดการกระจายอำนาจการปกครองเพราะเชื่อว่า การจายอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นการกระจายประโยชน์ให้ประชาชน และตลอด 6 ปีที่ผ่านมาขาดการกระจายโอกาสและอำนาจให้ประชาชน  การส่งผู้สมัครในครั้งนี้ เพราะเห็นความสำคัญของ กทม. ที่ถือเป็นหัวใจของประเทศ และมีประชากรอาศัยมากที่สุดและในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจขณะนี้ เมืองหลวงต้องต้องเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ต้องดึงดูดการค้า การลงทุน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและที่ผ่านมาพรรคไม่เคยทอดทิ้งคนกรุงเทพ มีทีมงานอยู่ในทุกเขต ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนมาโดยตลอด
 

 

 

หลังจากนี้จะเตรียมแสวงหาผู้ร่วมอุดมการณ์ ผู้มีคุณสมบัติ และมีความสามารถในการแก้ปัญหาให้กับคนกรุงเทพมหานคร โดยคนแรกที่จะไปเทียบเชิญคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่ากรุงเทพมหานครของพรรค เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้ทำงาน มีความรู้ความสามารถ ถือเป็นบุคคลที่ทำงานกับพรรคมานาน นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชน ให้ความสนใจที่จะลงสมัครเช่นกัน ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการคัดเลือกอีกครั้ง

ส่วนกระแสข่าวว่านายทักษิน ชิณวัตร เป็นผู้ชี้ขาดให้ คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัคร ผู้ว่า กทม. เองนั้น นายสมพงษ์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะกฎหมายพรรคการเมืองสั่งห้ามไว้ชัดเจน ห้ามบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรค เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการของพรรคการเมือง  ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายอาจทำให้ถูกยุบพรรคได้และนายทักษิณ เป็นบุคคลภายนอก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรค

คำแถลงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
30 ก.ค.63

เรียนพี่น้องสื่อมวลชนที่เคารพ

ในช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้ ผู้บริหารของพรรค บุคลากรของพรรค โดยเฉพาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พวกเราได้หารือกันมาอย่างต่อเนื่องว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศที่กำลังจะมาถึง ถือว่ามีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการกระจายอำนาจ เพื่อความกินดีอยู่ดีของคนไทยทั้งประเทศมาโดยตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรทางการเมืองมากกว่า200 คน ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีต ส.ส. อดีต ส.ก. อดีต ส.ข. ซึ่งหลายท่านแม้ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็ลงพื้นที่รับใช้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมีความเข้าใจปัญหาของคนกรุงเทพฯเป็นอย่างดี 
 ดังนั้นพรรคเพื่อไทยพิจารณาแล้วจึงเห็นควรมอบหมายให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ได้ทำหน้าที่เป็นประธานคัดสรรผู้บริหารท้องถิ่นกรุงเทพมหานครทั้งผู้ว่าฯ กทม. ส.ก. และ ส.ข. (ถ้ามี)
โดยมีหน้าที่คัดสรรผู้สมัครฯ ผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครระดับท้องถิ่นของ กทม. เพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในทุกด้านสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร ที่กำลังจะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้

ส่วนกรณีกระแสข่าวว่ามีการบีบ คุณหญิงสุดารัตน์ฯ ให้ลดบทบาทภายในพรรคก็ไม่เป็นความจริง ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกคนยังมีความสมัครสมานสามัคคี และร่วมกันทำงานตามอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรค โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ฯ ถือเป็นกำลังหลักของพรรคในการลงพื้นที่พบปะประชาชนและสะท้อนปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง

จึงเรียนมาเพื่อทราบ 

 พท.ตั้ง"หญิงหน่อย" ปธ.สรรหาผู้สมัครผู้ว่า กทม.- เตรียมทาบ"ชัชชาติ"  ****

คำแถลง ส.ส. พรรคเพื่อไทย
30 ก.ค.63

เรียนพี่น้องสื่อมวลชนที่เคารพ

ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่สบายใจกับการปล่อยข่าวจากผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นแหล่งข่าวในเรื่องของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนเมื่อวานนี้

และขอชี้แจงข่าวที่ปล่อยออกมาว่าพรรคต้องการจะลดบทบาทคุณหญิงสุดารัตน์ลงนั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด

เพราะที่ผ่านมาถือว่าคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เสียสละทุ่มเททำงานให้พรรคอย่างเต็มที่ ถือเป็นกำลังหลักของพรรคในการต่อสู้กับเผด็จการทั้งการเป็นผู้นำในการกำหนดยุทธศาสตร์ การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและช่วยเหลือประชาชน ก็มีแต่คุณหญิงสุดารัตน์ ที่ออกพื้นที่ไปดูแลประชาชน ร่วมกับ ส.ส. ในพื้นที่มาโดยตลอด 

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังคงทำหน้าที่เป็นกำลังสำคัญของพรรคได้อย่างเข้มแข็ง จึงไม่มีเหตุอันใดที่จะไปลดบทบาทของท่าน มีแต่จะเพิ่มบทบาทให้ช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น

โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ประชาชนมีความผูกพันกับคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากผลการสำรวจทุกครั้งชาวอีสานอยากได้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกรัฐมนตรี

ดังนั้น ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยจึงได้มีโอกาสหารือกัน และได้มีความเห็นตรงกันว่าพวกเราอยากจะให้คุณหญิงสุดารัตน์ ทำงานอยู่ช่วยภาพรวมให้กับประชาชนทั้งประเทศ ไม่ควรตัดช่องน้อยไปลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. 
    
ซึ่งพรรคได้ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเพราะถือว่าการกระจายอำนาจ และกระจายโอกาสให้กับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. พรรคจึงมีมติส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.โดยมอบหมายให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธานคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.  มิใช่ให้คุณหญิงไปลงสมัครเอง

จึงเรียนมาเพื่อทราบ