ข่าว

"นิวัฒน์ธำรง" ยัน โครงการโรดโชว์ฯถูกต้องกฎหมาย

"นิวัฒน์ธำรง" ยัน โครงการโรดโชว์ฯถูกต้องกฎหมาย

23 ก.ค. 2563

อดีตรองนายกรัฐมนตรี "นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล" แจงกรณีป.ป.ช. ชี้มูลโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบราชการ ได้รับการตรวจสอบจาก คตร. สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ว่าถูกต้อง มั่นใจได้รับความเป็นธรรมจากอัยการและศาล 

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดกรณีการจัดจ้างผู้ทําโครงการรณรงค์ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการ และสํารวจความคิดเห็นของประชาชน สําหรับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ “โครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020” นั้น ตนขอเรียนชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา

อีกทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ยังกําหนดว่าโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อประชาชนจํานวนมาก จะต้องมีการดําเนินการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ และสํารวจความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง ดังนั้นรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงได้ดําเนินโครงการฯ ดังกล่าวตามกฎหมาย และการดําเนินการจัดจ้างผู้ทําโครงการ Roadshow ได้กระทําอย่างถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยสามารถยืนยันได้เพราะได้รับการตรวจสอบจาก คณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าโครงการสรุป Roadshow ได้ดําเนินการมาถูกต้อง และได้อนุมัติจ่ายค่าจ้างการจัดทําโครงการให้กับเอกชน

 

"ผมขอยืนยันว่าการดําเนินการในการจัดจ้างดังกล่าวนั้น ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการไปตามอํานาจหน้าที่ ตามระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างระมัดระวัง และรอบคอบทุกประการ ได้กระทําด้วยความสุจริต บริสุทธิ์ใจ มิได้ทําเพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ของบุคคลใด หากแต่ได้คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ว่าการดำเนินโครงการ Roadshow ได้ดําเนินการอย่างถูกต้องตามข้อกฎหมาย และระเบียบราชการทุกประการ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนสํานักงานอัยการสูงสุด และกระบวนการทางศาลต่อไป"