ข่าว

"ช่อ" เมินคดีหมิ่นฯ "เอ๋" ชี้มีเรื่องสำคัญกว่านี้เยอะ

"ช่อ" เมินคดีหมิ่นฯ "เอ๋" ชี้มีเรื่องสำคัญกว่านี้เยอะ

11 มิ.ย. 2563

"ช่อ พรรณิการ์" เมินคดีหมิ่นฯ "เอ๋ ปารีณา" เดินทางรับทราบข้อกล่าวหา ชี้มีเรื่องสำคัญกว่านี้เยอะ ซัด "ดอน" พูดคลาดเคลื่อนปม "วันเฉลิม" โยง ม.112 สวนกลับในอดีตสหรัฐฯเคยแสดงความกังวลต่อการใช้ ม.112 ในไทย

 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือช่อ พรรณิการ์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางเข้าพบพันตำรวจโท อนันต์ วงศ์คำ รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวน และ ร้อยตำรวจโท ทัยวัฒน์ วิวัฒน์เกียรติ รอง สารวัตรสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลัง นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ หรือเอ๋ ปารีณา  ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งความเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2562 ว่า ขณะนางสาวพรรณิการ์ เป็นโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้กล่าวหาว่า น.ส.ปารีณา ว่าทำให้สังคมแตกแยก

 

โดย ช่อ พรรณิการ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เมื่อ 2-3 วันก่อน ซึ่งปกติแล้วตำรวจจะทำงานช้าบ้างเร็วบ้าง หากคดีไหนอยู่ในความสนใจประชาชนก็จะเร่งรัดดำเนินการ แต่คดีนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว เพิ่งมีหมายเรียกนั้นช้าไปหรือไม่ หรือมีเหตุอะไรทำให้ต้องออกหมายเรียกในช่วงนี้หรือไม่ ทั้งที่ตอนนี้ประเทศไทยมีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจมากกว่าคดีเล็กน้อยแบบนี้ ทั้งเรื่องโควิด-19 และเงินกู้งบประมาณ 1 ล้านล้านบาท สำหรับคดีนี้ตนจึงไม่มีความกังวลใจใดๆ

 

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คดีนี้ตนไม่มีความกังวลใดๆ


 

ช่อ พรรณิการ์ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตามวานนี้ที่รัฐสภามีการตอบกระทู้สดเรื่องนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ประเทศกัมพูชาแล้วถูกอุ้มตัวหายไป ทำให้ตนผิดหวังกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แทนที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจใน กต.ในการดูแลคนไทยที่ตกทุกข์ในต่างแดน แต่กลับไม่แสดงความกระตือรือร้นการติดตามหาตัวนายวันเฉลิม ทั้งที่เป็นภารกิจ กต.ที่จะดูแลคนไทยโดยไม่แบ่งว่าเป็นคนส่วนมากหรือส่วนน้อย

 

แต่นายดอนกลับแถลงต่อสภาโดยยกบทสนทนาลอยๆ ว่าได้ชี้แจงกับทูตต่างประเทศว่า ไม่มีชาติใดติดใจกับกฎหมายอาญา ม.112 ตนไม่ทราบว่านายดอน ไปพูดกับใคร หรือมีพยานให้ตามสืบค้นได้ แต่ตนยืนยันว่าช่วงปี 2559-2560 เคยมีทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทย และองค์กรสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ระบุถึงความกังวลการละเมิดสิทธิของประชาชนทางการเมือง และให้ทางการทบทวนแก้ไข ม.112 เพราะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือการเมือง