
"จุรินทร์"โบ้ยปรับครม.เป็หน้าที่นายกฯ
ลำพูน -"จุรินทร์" เผยปรับคณะรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี แจงพรรคประชาธิปัตย์เป็นแค่พรรคร่วม ระบุส่งคนลงนายกอบจ.ลำพูนหรือไม่ขอไม่เปิดเผย มีคณะทำงานอยู่แล้ว
ข่าวโดย ณัฐวัฒน์ ธนากูลธิติรัตน์
หลังจากที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะลงพื้นที่พบปะเกษตรกรชาวสวนลำไย และเยี่ยมชมสวนลำไยของนายชูชาติ รวมไทย หมู่ที่ 7 ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อเป็นการรับฟังปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนลำไย ซึ่งปัญหาที่พบในปีนี้ผลผลิตลำไยมีจำนวนมาก คาดว่าราคาที่ซื้อขายอาจจะตกต่ำ จึงขอให้ทางรัฐบาลยื่นมือเข้าช่วยเหลือหาตลาดและประกันราคาลำไย
โดยนายจุรินทร์ เปิดเผยว่าได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมการค้าภายในได้หาแนวทางในการจำหน่ายผลผลิตและหาตลาด ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ตลอดจนการขายแบบออนไลน์ แต่ทั้งนี้เกษตรกรต้องรักษามาตรฐาน สินค้าให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน GAP ตามที่ตลาดกำหนด ส่วนในเรื่องของการประกันราคานั้นต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลของตลาด แต่ถ้าเทียบจากราคาลำไยในปีที่แล้วนั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่และทำการบ้านมาอย่างดีคาดว่าในปีนี้ราคาน่าจะใกล้เคียงกัน
หลังจากที่พบปะชาวบ้านเกือบสองชั่วโมงผู้สื่อข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับกรณีเรื่องว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกฯเพราะคนที่มีอำนาจในการปรับคณะรัฐมนตรีก็ต้องเริ่มต้นจากนายกฯ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีสัญญาณใดๆว่าจะมีปรับคณะรัฐมนตรี
ส่วนในประเด็นที่ว่าในสมัยหน้าทางพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายก อบจ.ลำพูนหรือไม่นั้นเบื้องต้นตนเองยังตอบไม่ได้ แต่ในเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นแนวทางหนึ่งที่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนอยู่แล้วว่ามีนโยบายที่จะสนับสนุนเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกผู้บริหารท้องถิ่นและมีตัวแทนของท้องถิ่นเข้าไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ของท้องถิ่นได้ด้วยมือของประชาชนเอง
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ซึ่งทางพรรคเองสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล และรูปแบบของ อบต. ส่วนจะส่งในพื้นที่ไหน ในนามพรรคหรือไม่อย่างไรนั้นต้องดูความเหมาะสมและความพร้อมในแต่ละพื้นที่ เพราะบางพื้นที่ส่งไปส่งมาก็มาชนกับสมาชิกพรรคด้วยกันเองจะเป็นปัญหามากกว่าการแก้ปัญหาจึงต้องดูความเหมาะสม ส่วนในพื้นที่จังหวัดลำพูนขอยังไม่ตอบเพราะเราก็มีคณะทำงานในเรื่องนี้อยู่แล้ว



