ข่าว

บรรหารประกาศเตรียมจับมือภท.-พผ.ดันแก้รธน.

“บรรหาร”ยิ้มรับที่ปรึกษาหน.ชทพ. ลั่นอยู่เบื้องนำศึกเลือกตั้งทุกภาค ยันสู้งานการเมืองต่อไปถึงหมดตัวก็จะนำพรรคชท.กลับคืนให้ได้

เมื่อเวลา 07.30 น.  วันที่ 31 ธ.ค.ที่บ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เปิดโอกาสให้บรรดานักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไปเข้าอวยพรเนื่องในวันปีใหม่ โดยมีอดีตสมาชิกพรรคชาติไทย และสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน นายจองชัย เที่ยงธรรม นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เข้าอวยพรอย่างคึกคัก และหลายคนก็ยังได้แสดงความยินดีกับนายบรรหาร ที่นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ลงนามแต่งตั้งให้นายบรรหารเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว

 จากนั้นเวลา 08.30 น.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยสมาชิกพรรค ได้กล่าวอวยพรกับนายบรรหาร ว่า เนื่องในวันปีใหม่พวกเรา และสมาชิกทุกคนมีความระลึกถึงความกรุณาปราณีที่ให้เราทุกคนที่เป็นทุกข์ก็ขจัดทุกข์ให้กับทุกคน หนึ่งปีที่ผ่านมาพวกเรา ทำผิดอะไรบ้างก็ขออภัยต่อท่านหัวหน้าด้วย และทำอะไรที่ไม่ถูกใจหรือไม่เป็นไปตามที่ได้มอบนโยบายก็ต้องขออภัย และขอบคุณที่ได้ดูแลพวกเราหนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นอย่างดี และขอให้นายบรรหารมีสุขภาพที่แข็งแรง รวมทั้งความคิดและจิตใจที่แข็งแรงเพื่อดูแลพวกเราอีกหนึ่งปีข้างหน้า และมีกำลังพัฒนาประเทศชาติต่อไป

 นายบรรหาร กล่าวตอบว่า ปีที่ผ่านไปหากเป็นปีที่ไม่ดีก็ขอให้ปีใหม่มีสิ่งดีงาม มาสู่ทุกคนและพรรคชาติไทยพัฒนา และถ้าพรรคชาติไทยอยู่ถึงวันนี้จะครบ 36 ปี ซึ่งการเป็นพรรคการเมืองนานถึงขนาดนี้มันไม่ง่ายใช้ความพยายามอดทน มีศึกต้องสู้ศึก เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน สุข ทุกข์ โดยเฉพาะเมื่อเราถูกกระทำ โดยที่ไม่ถูกต้องทำให้สะท้านในความรู้สึกว่าความไม่ถูกต้องนั้นคืออะไร อยู่ตรงไหน แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้วเราก็ยอมรับ และเมื่อมาเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาเราก็จะยืนหยัดต่อไป ซึ่งขณะนี้ตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาให้เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคแล้ว ก็จะเข้าไปช่วยดูแลงานบางอย่าง

 นายบรรหารกล่าวอีกว่า มาถึงตรงนี้บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสื้อหลายสี ดังนั้นตนจึงจะไม่ท้อถอยงานทางการเมือง เดินหน้าต่อไป ตราบเท่าที่ตัวเองจะเดินไม่ได้ ดังนั้นจะสู้งานการเมืองต่อไป 3-4 ปี เพื่อให้พรรคชาติไทยกลับคืนมาสู่อย่างเดิมให้จงได้ หมดสิ้นเนื้อประดาตัวก็จะยืนหยัดนำพรรคชาติไทยกลับมาอีกให้ได้ แต่อย่างไรก็ตามพล.ต.สนั่นก็ต้องเป็นเสาหลักช่วยผลักดันให้พรรคเดินหน้าต่อไปด้วยความราบรื่น รวมถึงสมาชิกพรรคทุกคนก็ต้องเดินหน้าสำหรับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ว่าจะช้าหรือเร็วตนก็พร้อมที่จะอยู่เบื้องหลังในการส่งสมาชิกพรรคสู้ศึกเลือกตั้งทุกภาค

บรรหารประกาศเตรียมจับมือภท.-พผ.ดันแก้รธน.

 นายบรรหาร กล่าวถึงการเมืองในปี 2553 ว่าคงเดาไม่ถูกว่าจะรุนแรงแค่ไหน อยู่ที่การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทั้งหมดว่ารัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้หรือไม่ และจะแก้ไขอย่างไร ความรุนแรงจะถึงแค่ไหน อันนี้เป็นสิ่งที่บอกไม่ได้ แต่ที่ได้บอกไปแล้วว่าต้องช่วยกันสร้างความสามัคคี แต่ถ้าพูดรัฐบาลที่มีพรรคร่วม 3-4 พรรค ก็ต้องมีความสามัคคีกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน พรรคแกนนำยอมบ้าง เดินหน้าบ้าง ถอยหลังบ้างให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าทำได้อย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดร้าวฉานขึ้นมามันก็เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

 ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคร่วมรัฐบาลเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าแก้ไข นายบรรหารกล่าวว่า จริง ๆ แล้วเมื่อต้นปี 2552ที่บ้านนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขานายกฯ เราเสนอว่าขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และอีกหลายมาตราด้วยกัน ตอนนั้นจำได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พูดกับผมต่อหน้าด้วย

 ดังนั้นให้พรรคร่วมรัฐบาลนำเรื่องมาเสนอภายใน 7 วัน เราได้นำเสนอไป ปรากฏว่าเรื่องเงียบหาย ตนเข้าใจว่าที่เงียบหายเพราะนายกฯนำเรื่องเข้าที่ประชุมพรรค ซึ่งพรรคคงไม่เห็นด้วย พอ 4 - 5 เดือนก็มาใหม่อีกแล้ว มาบอกว่า ตั้งกรรมการสมานฉันท์และมีข้อสรุปออกมา 6 ข้อ ซึ่งรัฐบาลก็รับที่จะไปทำแต่มีข้อแม้ว่าพรรคฝ่ายค้านต้องเอาด้วย พอพรรคฝ่ายค้านไม่เอาด้วย มันก็ไปไม่สำเร็จ และพรรคฝ่ายค้านจะเอารัฐธรรมนูญปี 2540 มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ มันแยกคนละทางก็ไม่รู้จะทำอย่างไร มันก็แช่อยู่ในตู้เย็นมาหลายเดือนแล้ว จนเป็นปีแล้ว

 เมื่อวันที่ได้กินข้าวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯตนกับนายเนวิน  ชิดชอบ  แกนนำพรรคภูมิใจไทยก็มีความเห็นตรงกัน เสนอนายสุเทพว่าวันที่ 27 ธ.ค.ที่จะมีการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เราขอเอาแค่ 2 ข้อพอคือแก้ไขมาตรา 190 เรื่องของสนธิสัญญาไม่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาสภาฯเพราะจะทำให้ช้าและมาตรา 165 ขอให้แก้ไขเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ขอให้แก้ให้พรรคร่วมเถอะ

 ตอนนี้มันเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวมันใช้เงินน้อย เขตเดียว 3 คนมันมีปัญหาเยอะ บางทีหัวหน้าทีมต้องออกเงินเอง มันไม่ถูกต้อง ซึ่งเราก็พูดไปหลายครั้งแล้วว่า ถ้าพรรคแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอม ถ้าเกิดพรรคไหนเสนอขึ้นมาว่าให้แก้รัฐธรรมนูญเราก็ต้องร่วมลงชื่อนะ แต่ไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องของสภาฯ จากนั้นนายกฯได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์มีมติออกมาว่าไม่แก้มาตรา 190 เห็นด้วยแต่เขตเดียวเบอร์เดียวไม่เห็นด้วย บอกว่าให้แล้วแต่สภาฯ

 “ เมื่อเป็นเช่นนี้ผมได้คุยกับนายเนวิน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ไปแล้ว เมื่อไม่มีการแก้ไขเราก็ต้องหาทางอื่น แต่ถ้ามีพรรคไหนเสนอเข้าสู่สภามีการแก้ไขตรงนี้ มาตรา 237 ไม่แก้แต่ถ้าแก้ไขตรงที่เราต้องการก็จะร่วมแก้ไขด้วย เรียนยืนยันอย่างนี้ แล้วจะเซ็นชื่อด้วยในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 165 และไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของสภาฯแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เกี่ยว ให้สภาฯโหวตเองว่าจะทำอย่างไรเราต้องลงชื่อกันทั้งหมด "

 ผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะไม่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว นายบรรหารกล่าวว่า  ก็ต้องดูว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาจะเอาไหม 2 ข้อนี้ถ้าเอาเราก็เสนอ ซึ่งยังไม่แน่ก็ต้องดูด้วยว่ามันครบหรือเปล่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเสนอว่าจะให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ใหม่ ตรงนั้นคงต้องคุยอีกที ต้องคุยกับพรรคภูมิใจไทยอีกทีหนึ่ง อาจมีพรรคเพื่อแผ่นดินด้วย เอาให้ถึงตรงนั้นก่อนค่อยว่ากัน และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์แล้วเป็นเรื่องของสภาฯไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เพราะนายกฯเองยังพูดว่าเป็นเรื่องของสภาฯ เพราะฉะนั้นเมื่อบอกว่าเป็นเรื่องสภาฯก็เป็นเรื่องของสภาฯรัฐบาลไม่เกี่ยวก็ต้องแยกจากกัน

 เมื่อถามว่าจะถูกมองได้หรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีบพรรคประชาธิปัตย์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ได้บีบ เมื่อความเห็นไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องของสภาฯเท่านั้นเอง ไม่ได้บีบอะไร

 “เขียนข่าวดีๆหน่อยนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาบีบเขา ไม่ใช่นะ ถ้าบีบป่านนี้บีบไปนานแล้ว เวลาบีบก็มีบีบหลายแบบ พอบีบปั๊บมันก็ไปทันที ถ้าบีบค่อยๆมันก็อยู่นานหน่อย น้องเคยบีบไหมหล่ะ ถ้าบีบก็ถอนบ้างก็ได้”นายบรรหารกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคร่วมฯจะให้เวลาพรรคประชาธิปัตย์นานเท่าไหร่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบรรหารกล่าวว่า แล้วแต่เหตุการณ์ เราไม่ได้เร่ง อย่างมาตรา 237 ไม่เอาแล้ว แต่เรื่องเขตเดียวเบอร์เดียวมันสำคัญ ถ้ายุบสภาฯเมื่อไหร่มีปัญหา พรรคเล็กเสียเปรียบมาก

 เมื่อถามว่าหากมีการผลักดัน มาตรา 190 และ 165 แล้วไม่สำเร็จจะทำอย่างไรต่อไป นายบรรหารกล่าวว่า ก็แล้วแต่ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไรเราไม่เดือดร้อน ถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยไปคราวต่อไป แต่ขอเรียนเลยว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มันใช้ไม่ได้จริงๆ มันรับไม่ได้บอกตรงนี้เลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม