นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว. ) ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา อดีตประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์10เมษายน2553  โพสต์เฟซบุ๊ก...

#ความจริงของโศกนาฏกรรมจากการชุมนุมเม.ย.-พ.ค.53
(ตอนที่4)

#ความจริงที่ไม่ต้องไปตามล่าให้บิดเบือนที่ไหน

#อยากให้คนไทยทุกคนได้อ่านเกิน8บรรทัดหรืออ่านในหน้า171ของรายงาน คอป.หรือในรายงานทั้งหมดของ คอปกฉบับสมบูรณ์ข้อมูลที่ตรงกันในรายงานของอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาที่ผมเป็นประธานสอบเองนั้นตรงกับรายงานของคอป ในหน้าที่171 ที่ระบุถึง
 “เหตุการณ์วันที่๑๐เมษายน๒๕๕๓เวลาประมาณ๑๖.๐๐น. ผู้ชุมนุมนำโดยนายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) ซึ่งเป็นแกนนำ นปช. คนหนึ่ง เข้ายึดอาวุธของเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นปืนลูกซอง ๓๕ กระบอก พร้อมกระสุนยาง ๑,๑๕๒ นัด ปลย. ชนิดทราโว จานวน ๑๒ กระบอก พร้อมกระสุนจริง ๗๐๐ นัด และยุทโธปกรณ์อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง บนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พบว่าอาวุธดังกล่าวทั้งหมดทางราชการยังไม่ได้รับคืน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ชุมนุมได้ยึดอาวุธของทหารซึ่งอยู่บริเวณถนนรอบทำเนียบรัฐบาล ถนนดินสอ และวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็น ปลย. ๑ กระบอก ปลย. ชนิดเอ็ม ๑๖ จำนวน ๙ กระบอก และชนิดทราโว ๑๓ กระบอก ปืนลูก ซอง ๑๑ กระบอก และปืนพกสั้นขนาด .๔๕ จำนวน ๑ กระบอก และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ปรากฏว่าอาวุธทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น ทางราชการได้รับปืนคืนมาเพียง ๓ กระบอก คือ ปลย. ชนิดเอ็ม ๑๖ จำนวน ๑ กระบอก ยึดคืนได้เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓ จากการตรวจค้นโรงแรม เอสซีปาร์คในวันที่ไปจับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และ ปลย. ชนิดทราโว ๑ กระบอกยึดได้พร้อม กับการจับกุม นายเมธี อมรวุฒิกุล เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ และอีกกระบอก พร้อมกระสุน จำนวนมาก ยึดคืนได้เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓  จากการตรวจค้นโรงแรมสวัสดีหลังสวนอินท์ ใกล้สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่พักของแกนนำ นปช. บางคน

"สมชาย"เปิดความจริงโศกนาฏกรรมชุมนุมเม.ย.-พ.ค.53

๒.๕.๖.๓ เหตุการณ์รุมทำร้ายและยึดอาวุธจากเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณแยกสามเหลี่ยม ดินแดงในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๓ โดยได้ยึดอาวุธ ปลย. ชนิดเอ็ม ๑๖ จานวน ๒ กระบอก ต่อมา อาวุธดังกล่าว ๑ กระบอก ถูกตรวจยึดได้โดยเจ้าหน้าที่จากบริเวณวัดปทุมวนารามในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓
๒.๕.๖.๔ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ตามแนวกีดขวางของพื้นที่ชุมนุม และภายหลังเหตุการณ์ตรวจพบอาวุธประดิษฐ์ อาวุธพาณิชย์ อาวุธสงครามจำนวนมากในพื้นที่ชุมนุม ทั้งมีการปรากฏตัวและการปฏิบัติการของคนชุดดำทั้งในพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่ใกล้เคียงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว”

และตรงกับบันทึกแจ้งความที่สถานีตำรวจชนะสงคราม ที่อาวุธปืนสงครามบางส่วนหายไปและใช้ในการปะทะต่อสู้จนเกิดความสูญเสียระหว่างชายชุดดำ ทหารตำรวจและประชาชนจำนวนมาก

แม้ในคดีปล้นอาวุธปืน และทุบทำลายรถกับยุทโธปกรณ์ ต่อมาจะมีผู้นำไปที่ทิ้งไว้ที่ อ.ท่ามะกา จว.กมญจนบุรี เป็น อาวุธปืนทราโว่  จำนวน ๑๐ กระบอกและอาวุธปืนลูกซอง ๒๓ กระบอกส่วนที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งยังสูญหายไปในมือของกองกำลังชายชุดดำจนบัดนี้

โปรดอ่านและใช้วิจารณญาณกันครับว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีความจริงที่มีกองกำลังชายชุดดำก่อเหตุร้ายในระหว่างการชุมนุมของนปช ทั้งการใช้อาวุธสงครามร้ายแรง M16 RPG M79 ปืนสงครามอาร์ก้า ระเบิดขว้างM67 และระเบิดวางลอบสังหารเคโม และระเบิด C4 รวมถึงมีการใช้ยุทธวิธีในการก่อสงครามกลางเมืองและปฏิบัติการเพื่อสลายการชุมนุมเหมาะสมหรือไม่เพียงใด

ด้วยจิตคารวะ

สมชาย แสวงการ
สมาชิกวุฒิสภา
ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
วุฒิสภา
อดีตประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์10เมษายน2553

"สมชาย"เปิดความจริงโศกนาฏกรรมชุมนุมเม.ย.-พ.ค.53