ข่าว

'จาตุรนต์'ชี้ จำเป็นต้องเปิดสภาช่วงวิกฤต 'โควิด-19'

'จาตุรนต์'ชี้ จำเป็นต้องเปิดสภาช่วงวิกฤต 'โควิด-19'

25 เม.ย. 2563

'จาตุรนต์' ชี้ จำเป็นต้องเปิดสภาช่วงวิกฤต 'โควิด-19' เพราะมีทั้งปัญหาเรื่องงบฯ และให้ทุกฝ่ายเห็นปัญหา-หาทางออกร่วมกัน เสนอนายกฯ ไฟเขียวพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมสนับสนุนให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ

      นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ  กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อกันเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญขึ้นและมีข้อโต้แย้งจากทางสมาชิกวุฒิสภา ว่า ขณะนี้มีความจำเป็นที่สุดที่จะต้องเปิดให้มีการประชุมรัฐสภาขึ้น สว.อาจไม่เห็นความสำคัญเพราะปกติก็คอยทำหน้าที่ยกมือเป็นฝักถั่วสนับสนุนนายกฯตามใบสั่งเท่านั้น มองไม่เห็นบทบาทของรัฐสภาที่จะต้องคอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
 

     นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้สำหรับสถานการณ์วิกฤตนี้ในขณะที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเยียวยาประชาชนและภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่งบประมาณทางด้านสาธารณสุขก็ยังขาดแคลน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรีบพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อให้สามารถใช้งบประมาณของปี 2563 ได้โดยเร็ว

      เขา กล่าวอีกว่า ต่อจากนั้นก็สามารถพิจารณา พ.ร.ก. 3 ฉบับที่เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายทางการเงินและการคลังซึ่งเป็นการใช้เงินและงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ขณะนี้ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลจากรัฐสภาใดๆ เลย ทั้งๆ ที่ยังมีข้อห่วงใยอยู่ว่าเป็นแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่และจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาหรือไม่
       เหตุผลที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งที่ทำให้ต้องเปิดสภาขึ้นก็คือขณะนี้วิกฤตจาก"โควิด-19" กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนในหลายด้าน แม้ว่าด้านสาธารณสุขทำได้ดี แต่ก็ยังต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลและสังคมอย่างต่อเนื่อง ส่วนผลกระทบในด้านอื่นๆนั้นรุนแรงหนักหนามากทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ขณะนี้ผู้ที่สมัครขอรับเงินเยียวยากว่า 20 ล้านคนและเกษตรกรอีก 17 ล้านคนยังไม่ได้รับการเยียวยา ธุรกิจและผู้ประกอบอาชีพอีกหลายสาขายังไม่ได้รับการดูแลและการดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้าไม่ทันการณ์
       และเนื่องจาการดำเนินการในการรับมือกับการแพร่ระบาดทำอยู่อย่างแยกส่วน ขาดการบูรณาการ การชี้แจงให้ข้อมูลแก่ประชาชนก็มักเน้นแต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ทำให้ทั้งรัฐบาลเองและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหาและผู้ปฏิบัติไม่มองเห็นปัญหาในภาพรวม ขณะนี้มีการเตรียมการด้านการศึกษาอย่างไร ผู้ที่เปราะบางซึ่งได้รับผลกระทบหนักกว่าคนทั่วไปทั้งเด็กเล็ก คนชรา ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายอยู่ในสภาพอย่างไรและปัญหาอีกสารพัด ไม่มีการนำเสนอให้สังคมได้เห็นปัญหาและหาทางออกร่วมกัน
        นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้หากมีการเปิดประชุมสภาแล้วรัฐบาลเสนอขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ก็จะได้เสียงสะท้อนปัญหาและข้อเสนอในการแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน ทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นปัญหาในภาพรวม จะทำให้การแก้ปัญหาตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น
      ที่ผ่านมาในอดีต แม้กระทั่งในเร็วๆ นี้ เวลามีปัญหาใหญ่ๆที่ประชาชนเดือดร้อนกันมากๆ การเปิดให้มีการอภิปรายในสภาสามารถช่วยทำให้รัฐบาลรับรู้และแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้นมาตลอด สถานการณ์ในขณะนี้ยิ่งจำเป็นและเป็นประโยชน์โดยเฉพาะจะทำให้สังคมโดยรวมสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของประเทศได้มากขึ้นด้วย หากรัฐบาลทำงานทุกอย่างอย่างโปร่งใสก็ไม่มีเหตุผลที่จะหวาดกลัวการประชุมสภาหรือหวาดกลัวเสียงสะท้อนจากประชาชน
      “สิ่งที่นายกฯควรทำในขณะนี้คือการเปิดไฟเขียวให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมสนับสนุนให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญและรัฐบาลควรเป็นฝ่ายเสนอขอเปิดให้มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้แทนราษฎร” นายจาตุรนต์กล่าว
        สำหรับเรื่องที่มีกระแสเรียกร้องและคาดการณ์กันว่าจะมีการคลายล็อกเปิดให้เศรษฐกิจเดินได้หลังครบกำหนด 30 เมษายนนี้นั้น นายจาตุรนต์ ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อที่เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรนำมาอภิปรายกันในสภา ขณะนี้การควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ดี แต่ก็มีค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องร่วมกันจ่ายด้วยการต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อนถึงขั้นไม่มีจะกิน ฆ่าตัวตายไปแล้วก็มาก มีข้อเสนอทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขเองที่เห็นว่าควรเปิดให้เศรษฐกิจโดยมีมาตรการที่เข้มงวดรองรับ แต่รัฐบาลยังขาดความชัดเจนว่าจะตัดสินใจอย่างไร ทำให้เกิดการปฏิบัติที่ลักลั่นและมีการคาดการณ์เตรียมการที่ต่างๆกันไป
      “ที่สำคัญรัฐบาลควรตัดสินใจและมีแผนอย่างเป็นขั้นตอน ควรทำความเข้าใจถึงมาตรการและเงื่อนไขในการเปิดกิจการและทำกิจกรรมต่างๆว่าจะต้องมีแนวปฏิบัติอย่างไร แล้วจัดให้มีการชี้แจงของผู้รับผิดชอบด้านต่างๆทางทีวีพูลเลย ไม่ควรปล่อยให้มีการปล่อยข่าวหรือข้อมูลออกมาจากที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง จนไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หากปล่อยให้ทุกอย่างสับสนอยู่แบบนี้นอกจากจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการบางส่วนรู้ข้อมูลวงในก็เตรียมพร้อมได้ก่อน ผู้ไม่ได้ข้อมูลก็ไม่กล้าเตรียมการ ถึงเวลาเปิดก็เปิดไม่ได้ และที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อเปิดแล้วอาจไม่มีมาตรการทางด้านสาธารณสุขและมาตรการการจัดระยะห่างทางสังคมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้ปัญหาวนไปเวียนมาหาทางออกไม่เจอ ในขณะที่ประชาชนนับสิบๆล้านก็เดือดร้อนมากขึ้นทุกที” นายจาตุรนต์ กล่าว