เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2563 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ในสภาวะสงครามชีวภาพ ที่เริ่มรุนแรง และการสูญเสียสุขภาพ ชีวิตคนไทยจะมากขึ้น ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะรุนแรงและยืดเยื้อเพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นที่คนไทยทุกคนไม่ว่า พ่อค้า นักธุรกิจ โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย-แอลกอฮอล์-เจลฆ่าเชื้อ โรงพยาบาลเอกชน นักการเมือง ประชาชน ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจเสียสละรายได้ - ผลกำไร คนรวยต้องเสียสละให้คนจน

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

         โดยมีเรื่องจะเสนอรัฐบาลในการช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือ เรื่องค่าตรวจโควิด- 19 ที่ขณะนี้โรงพยาบาลรัฐและเอกชน คิดราคาอยู่ที่ 5,000 - 10,000 บาท ขอให้รัฐบาลขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนลดราคาลง เป็นราคาที่ใกล้เคียงกัน เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ที่ไปตรวจและจ่ายเงินเอง เป็นการลดภาระของรัฐบาล และรัฐบาลต้องเร่งประสานงานใช้น้ำยาตรวจโควิด 19 ที่บริษัท ปตท. และคณะแพทย์ศิริราช ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาได้ ราคาอยู่ที่ 475 บาทต่อเทส ถ้าการทดลองและวิจัยได้ผลพอใช้ได้ ควรเร่งนำมาใช้ตรวจ ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและรัฐบาลได้ถึงเกือบ 10 เท่าตัว

 

          นอกจากนั้น ขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขซื้อน้ำยาตรวจโควิด 19 จากประเทศจีน คาดว่าราคาน่าจะถูกกว่าน้ำยาที่เราใช้อยู่ขณะนี้ ในส่วนของหน้ากากอนามัย ตนเสนอให้รัฐบาลกำหนดราคาขายให้ประชาชน อยู่ที่ 1.5 บาทต่อชิ้น ก็พอแล้ว เพราะก่อนโควิด-19 จะระบาด ราคาขายหน้ากากอนามัย เกรดดีอยู่ที่ 60 บาทต่อกล่อง ราคา 1.2 บาทต่อชิ้นเท่านั้น ส่วนประเด็นโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยส่งออกนอก ตามที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ รัฐบาลควรเข้าเจรจาหาแนวทางยุติการส่งออกชั่วคราว ช่วง 1-2 เดือนนี้ ขอขายในประเทศก่อน เพราะขณะนี้เป็นช่วงสงครามชีวภาพไม่ใช่ภาวะปกติ และหน้ากากอนามัยถือเป็นยุทธปัจจัยที่สำคัญมากในขณะนี้ เช่นเดียวกับราคาเจลฆ่าเชื้อ ขณะที่ราคาแอลกอฮอล์จากโรงงานอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร หรือ 3 สตางค์ต่อซีซี ดังนั้น รัฐบาลควรจะควบคุมราคาขายเจลฆ่าเชื้ออยู่ที่ 40-50 สตางค์ต่อซีซี

 

          และข้อสุดท้าย รัฐบาลต้องลดราคาน้ำมันและแก๊สลงอย่างรีบด่วน ประมาณ 3 บาทต่อลิตร (กก.) เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดิบลดต่ำลงอย่างมาก เหลือราคาเพียง 25-28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และตนเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการคิดราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ และราคาแก๊สเสมือนนำเข้าจากซาอุดิอาระเบีย ทั้งที่ก๊าซ 90% ผลิตจากในประเทศ

 

          “น่าจะได้เวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแสดงความกล้าหาญสมกับชายชาติทหาร ประกาศยกเลิกการคิดราคาเสมือนนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาภาคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอด แต่รัฐบาลในอดีตไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจทำเรื่องนี้ จะเป็นการเยียวยาทาง เศรษฐกิจของประเทศได้เป็นแสนล้านบาท โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเลย เพราะราคาน้ำมันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศ ถ้าลดราคาน้ำมันและแก๊สลงจะส่งผลให้ราคาค่าครองชีพ ทุกๆอย่างต้องลดราคาตามลงมาด้วย” นพ.ระวี กล่าว