ข่าว

"นายกฯ" ฝากบอกให้อยู่บ้าน ห่วงคนหาเช้ากินค่ำ

"นายกฯ" ฝากบอกให้อยู่บ้าน ห่วงคนหาเช้ากินค่ำ

20 มี.ค. 2563

"บิ๊กตู่" ฝากบอก "ปชช." ให้อยู่บ้านก่อนจะบังคับ เผยมีแผนเป็นขั้นตอน ไม่ใช่อยู่ๆ ประกาศ "ปิดเมือง" ทันที

 

               "รบ." เผย มีแผนเป็นขั้นตอน ไม่ใช่อยู่ๆ ประกาศ "ปิดเมือง" ทันที "บิ๊กตู่" ฝากบอก "ปชช." ให้อยู่บ้าน ก่อนจะบังคับ ห่วงคนหาเช้ากินค่ำ ส่วน พวกร้องปิดประเทศ แค่เข้มเข้า-ออกประเทศ ยังโวย ทั้งที่ตอนแรก "คนไทย" ก็จะไม่ให้เข้าด้วยซ้ำ

 

อ่านข่าว เผยจังหวัดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุ 1 ใน 3 ทั่วทั้งประเทศ

 

               เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกทม.และปริมณฑล งดเดินทางออกโดยให้อยู่บ้านเพื่อสกัดกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ถือเป็นข้อเสนอหนึ่งในการประชุมร่วมระหว่างนายกฯกับกลุ่มคณะแพทย์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา

 

               อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนและมีการวางแผน ไม่ใช่อยู่ๆ ประกาศล็อกดาว์นทันที โดยที่ประชาชนไม่ได้เตรียมตัว และไม่ได้มีระบบต่างๆ รองรับ เช่น การลำเลียงส่งของให้กับประชาชน อีกทั้งสิ่งที่นายกฯ เป็นห่วงที่สุดคือการหาเช้ากินค่ำยังต้องออกไปทำมาหากิน ต้องช่วยเหลือคนเหล่านี้ ซึ่งหลังมีการพูดคุยวานนี้ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นระหว่างรัฐบาลและคณะแพทย์ ในการดำเนินมาตรการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

 

               นางนฤมล กล่าวว่า ส่วนการขอความร่วมมือประชาชนอยู่กับบ้านงดการเดินทางช่วงนี้ เสนอมาก่อนแล้วตั้งการประชุมร่วมระหว่างคณะแพทย์และนายกฯ ที่กระทรวงสาธารณสุข และได้มีการย้ำให้ตนและภาครัฐ ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังสื่อมวลชนและประชาชนที่ขณะนี้หลายประเทศรณรงค์มาตรการดังกล่าวแล้วถึงมาตรการ stay home โดยนายกฯ ได้ย้ำว่า ฝากบอกประชาชนให้อยู่บ้าน

 

               ดังนั้นอยากให้ช่วงนี้คนไทยอยู่บ้าน ก่อนที่เราจะบังคับ ต้องขอความร่วมมือ และหลังจากนี้ก็ต้องมีการประเมินว่าจะต้องทำอย่างไร หากไม่ได้รับความร่วมมือ จะต้องมีการยกระดับหรือไม่ อาจมีหลายทางเลือก เช่น สมมุติหากบอกห้ามออกจากบ้านเลย 24 ชั่วโมง กี่วัน มันก็แรงเหมือนกัน แล้วหลังจากผ่านไปจะคุมเชื้อได้จริงหรือไม่ ต้องมีการประเมิน หรือจะเป็นทางเลือกว่าไม่ให้ออกจากบ้านเกินกี่โมงแล้วห้ามออก หรือออกไปได้แค่ไปซื้อของ ทุกอย่างต้องไปประเมินตรงไหนกระทบมากที่สุด     

 

               เมื่อถามว่า ขณะนี้ห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า ได้ออกมาตรการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิด เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการของความร่วมมือประชาชนให้อยู่กับบ้านหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ใช่ เพราะบางทีที่เรามองให้ปิดไปทีละจุดแล้ว เช่นให้ปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย แต่ยังมีเด็กไปผับ ไปห้าง ไม่ได้อยู่บ้าน ตรงนี้ได้มีการประเมินวันต่อวันว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ได้รับความร่วมมือมากน้อยแค่ไหน เพื่อคุมสถานการณ์ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างวันนี้ที่เพิ่ม 50 คน ยังพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิมที่ได้รับเชื้อจากสถานบันเทิง และสนามมวย ทั้งนี้ จากรายงานของกระทรวงมหาดไทย สถานบันเทิงขนาดใหญ่ปิดทั้งหมดแล้วแต่ยังมีร้านเหล้าเล็กๆ เปิดอยู่ ตำรวจได้เข้าไปเตือนแล้ว

 

               นางนฤมล กล่าวว่า ขณะเดียวกัน นายกฯ อาจมีการเชิญภาคธุรกิจ เอกชน พูดคุยเพื่อรับฟังผลกระทบจากมาตรการ ในการขอความร่วมมือและการให้ความช่วยเหลือเยียวยา เพราะมาตรการที่ออกมามีผลถึงลูกจ้าง หากภาคธุรกิจอยู่ไม่ได้ ลูกจ้างก็อยู่ไม่ได้ นายกฯ เป็นห่วงอย่างมาก ให้ช่วยเหลือคนหาเช้ากินค่ำ หลายอย่างคิดว่าทำได้ง่ายแต่ต้องคำนึงถึงคนเหล่านี้ด้วย บางคนเรียกร้องให้ปิดประเทศ แต่แค่เราเข้มมาตรการเดินทางเข้า-ออกประเทศเข้มข้นมากขึ้นก็ยังมาโวยรัฐบาล ทั้งที่ในตอนแรกจะไม่ให้เข้าเลยด้วยซ้ำแม้แต่คนไทย