เมื่อวันที่  19 ม.ค. 63 จากกรณีที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากดดันให้ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลาออกจากตำแหน่ง โดยยื่นหนังสือต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  นั้น  

       รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในกลุ่มไลน์พรรคประชาธิปัตย์ ได้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะสมาชิกจำนวนมากเห็นว่ายังไม่เกิดคดีขึ้น แต่นายเทพไทกลับใช้โอกาสนี้ขับไล่เพื่อน  ซึ่งไม่เป็นธรรม ระหว่างนั้นนายเทพไทตอบโต้อ้างถึง หลักการและอุดมการณ์ของพรรคทำให้สมาชิกตอบโต้ทันทีว่า เช่นนั้นแล้วก็ให้นายเทพไทลาออกด้วย เนื่องจากคดีทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งนายเทพไทและน้องชายเป็นจำเลยคดีทุจริตการเลือกตั้งได้มีการสืบพยานในชั้นศาล เป็นผู้ต้องหาอย่างชัดเจน กว่าเรื่องนี้มาก 

         สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่ง ได้นำข่าวของนายมาโนช เสนพงศ์ นายเทพไท เสนพงศ์ ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2562 และในปีนี้ทั้งสองคนก็มีนัดสืบพยานต่ออีกหลายนัดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในกลุ่มไลน์ จึงเรียกร้องให้นายเทพไทลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบคดีทุจริตนี้เช่นกัน

      จากนั้นสมาชิกอีกหลายคนได้แสดงความเห็นว่า กรณีการกล่าวหาเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยยังไม่มีผู้ใดกล่าวโทษใครว่าเป็นคดีทุจริตในขั้นตอนใดเลยและนางมัลลิกายังไม่ได้เป็นแม้แต่ผู้ถูกกล่าวหาแต่เทียบคดีนายเทพไทนั้นเป็นผู้ต้องหาอย่างชัดแจ้ง สมาชิกจึงกล่าวว่ายังไม่เห็นสปิริตที่ว่าของนายเทพไทเลย 

      นอกจากนั้นนายอมร อมรรัตนานนท์  อดีตผู้สมัคร  ส.ส.จังหวัด  สระบุรี พรรคประชาธิปัตย์  ยังได้โพสต์ Facebook  หัวข้อ อย่าฉกฉวยสถานการณ์ 'อมร' ติง 'เทพไท' เร็วเกินไปไหมที่จะขับไสไล่ส่งเพื่อน

     นายอมร  กล่าวว่า  ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สมาชิกพรรคทุกคนต้องหนักแน่นและไม่อ่อนไหวต่อ ปัญหาที่เกิดขึ้น สมาชิกทุกคนต้องรวมจิตหนึ่งใจเดียวเพื่อส่งเสริมและขยายกิจการงานของพรรค

      อีกทั้งต้องสนับสนุนให้ผู้บริหารของพรรครัฐมนตรีของพรรค ได้ทำงานในหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหา ของประเทศชาติ มิใช่ฉกฉวยเอาสถานการณ์มาเคลื่อนไหวหาผลประโยชน์ ให้กับบุคคลหรือคณะบุคคล โดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย ที่จะเกิดกับพรรค และการบริหารงานของรัฐในยามสถานการณ์ที่วิกฤติเช่นนี้