เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2563 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายประเทศพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ ว่า ขณะนี้มีสหรัฐอเมริกาและจีนที่ประสานมาว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยเป็นลักษณะการเสนอตัวช่วยจัดหาหรือช่วยเราติดต่อการซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม  ในส่วนของไทยทุกคนทำงานกันเต็มที่ นายกรัฐมนตรีเอาใจใส่ทุกอย่าง ส่วนเรื่องทีมไทยแลนด์ที่มีเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศต่างๆ เป็นหัวหน้าทีม เป็นทีมที่มีมานานแล้ว 20 ปี ทำหน้าที่ทุกเรื่อง แต่ตอนนี้จะเน้นหนักในการดูแลคนไทยในต่างประเทศ พร้อมกับทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับต่างประเทศเพื่อให้สถานการณ์ของเราดีขึ้น

 

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรที่กระทรวงการต่างประเทศต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ประการแรก คือต้องให้คณะทูตไทยที่ประจำการทั่วโลกชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยให้ต่างประเทศรับทราบ เพราะหลายคำถามอาจเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ในไทยว่าอาจเอื้อประโยชน์หรือกระทบกับคนของประเทศนั้นๆ แต่สิ่งสำคัญ คือคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเท่าที่เรารับทราบว่าพบว่าคนไทยที่ในต่างประเทศนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เขาพอใจที่จะอยู่ต่อ และยังสามารถดูแลตัวเองได้ แต่อาจจะมีกรณีสถานการณ์ของบางประเทศที่ยังไม่ดีขึ้น อาทิ อิตาลี ซึ่งคนไทยในประเทศนี้ยังติดตามสถานการณ์อยู่ แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น เขาอาจแสดงความต้องการผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิตาลีได้ ซึ่งมีคนไทยบางส่วนที่แจ้งความประสงค์ขอกลับประเทศไทย แต่ยังมีไม่มาก ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว เราจึงรับทราบความรู้สึกของคนไทยที่อยู่ที่นั่น 

 

          มื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับคณะเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า มี เพราะเราติดตามอยู่แล้ว ขณะที่ทางกระทรวงฯ มีคณะทำงานศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน (อาร์อาร์ซี) โดยสถานการณ์ในวันนี้อาจทำให้เราต้องคุยกับเอกอัครราชทูตไทยที่อยู่ในแต่ละประเทศถึงสถานการณ์ต่างๆให้บ่อยมากขึ้น นอกจากนี้ ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศ ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะนัดประชุมคณะอนุกรรมการชุดนี้เป็นครั้งแรก ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากหลายกระทรวงเข้าร่วม และหากเห็นว่าจำเป็นต้องสอบถามสถานการณ์ในประเทศใด เราอาจจะต่อสายสอบถามกับเอกอัครราชทูตไทยที่อยู่ในประเทศนั้นๆ 

 

          เมื่อถามถึงกรณีของหลายประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทยอยปิดประเทศ ขณะที่มีคนในประเทศไทยเรียกร้องให้ปิดประเทศบ้าง นายดอน กล่าวว่า การปิดประเทศกับการมีมาตรการที่เข้มข้นอาจมีมาตรการที่คล้ายกัน แต่ก็ต่างกัน เพราะปิดประเทศมีหลายเรื่องต้องพิจารณา อย่าไปคิดว่าต้องเหมือนกันหมด อย่างที่อู่ฮั่นก็ปิดเมือง ไม่ใช่ปิดประเทศ แต่วิธีคล้ายกันคือ ไม่ให้มีการเข้า-ออก เป็นหัวใจสำคัญ กิจกรรมต่างๆ ก็ให้หยุด เราต้องดูว่าถ้าเป็นเช่นนั้นมันดีสำหรับประเทศไทยหรือไม่ ถ้าทุกกิจกรรมหยุดหมดมันมีผลในแง่ของการป้องกันการแพร่ระบาด แต่หลายประเทศอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ซึ่งสามารถดูแลสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ เช่น เกาหลีใต้ ใช้วิธีการนี้ที่ไม่ถึงขั้นปิดเมือง แม้แต่ 2 เมืองที่มีปัญหา