ข่าว

(คลิป)"บิ๊กตู่"ใส่แมสผ้าลายเดียวกับเสื้อรับซูบผอมลง

(คลิป)"บิ๊กตู่"ใส่แมสผ้าลายเดียวกับเสื้อรับซูบผอมลง

17 มี.ค. 2563

"บิ๊กตู่"ใส่แมสผ้าลายเดียวกับเสื้อ รับซูบผอมลง ปัดตอบมาเลย์" ปิดประเทศ สู้โควิด-19 โดนเข้าแล้วเจอชายนิรนาม ชูป้ายต่อต้าน ก่อนขบวนรถเลี้ยวเข้าทำเนียบฯ

 

17 มีนาคม 2563   ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯ ได้สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าลายไทย ซึ่งเป็นลายแบบเดียวกับเสื้อที่สวมใส่ เป็นการนำผ้าส่วนที่เหลือจากการตัดเสื้อมาทำเป็นหน้ากาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้นายกฯ ดูผอมลง นายกฯ กล่าวพร้อมกับพยักหน้ายอมรับ โดยกล่าวว่า “อืม” 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาเลเซียประกาศปิดประเทศ 2 สัปดาห์เพื่อรับมือการระบาดของโควิด-19 นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่มองหน้าผู้สื่อข่าวที่ถามเท่านั้น

               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ขบวนรถของนายกฯ เดินทางมาถึงบริเวณหน้าป้ายหยุดรถประจำทาง บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มีชายไม่ทราบชื่อชูป้ายในลักษณะต่อต้านนายกรัฐมนตรี จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบปรากฎว่าชายคนดังกล่าวได้ขึ้นรถเมล์หายไปแล้ว ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นคนกลุ่มไหน
                

โดยก่อนการประชุมสมาคมที่ห้องรับรองตึกบัญชาการ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เข้าพบ นายกรัฐมนตรีฯ เพื่อมอบเงินสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อโควิด -19 ในนามของ มูลนิธิ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จำนวน 10 ล้านบาท ขณะเดียวกัน นายแสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยก็ได้มอบเงินสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคโควิด 5 ล้านบาทเพื่อเข้ากองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)


            
พล.ต.อ.สมยศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลมีมาตราการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยให้ยกเลิกการแข่งขันกีฬาทุกประเภท ว่า ถ้าเป็นนโยบายรัฐบาลเราไม่สามารถฝ่าฝืนได้ แต่ที่จริงแล้วเราก็มีมาตราการเข้มงวดเป็นขั้นเป็นตอนอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการคัดกรองและให้แข่งขันแบบปิดที่มีแต่นักกีฬา ทีมงาน และผู้สื่อข่าวเข้าสนามเท่านั้น 

 

โดยนายกฯ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลถือเป็นบุญกุศลที่ได้ทำบุญร่วมกัน โดยเงินที่ได้รับมอบ จะนำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นให้กับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่มีงบประมาณ แต่สามารถนำมาเตรียมไว้ใช้ในยามจำเป็น ส่วนมาตรการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดำเนินการอยู่ คือ ถึงเปิดให้มีการแข่งขัน แต่ไม่อนุญาตให้เข้าชมก็ตาม แต่ต้องมีมาตรการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดด้วย พร้อมเตือนให้ระมัดระวังตนเอง 

 

โดยเฉพาะประชาชนต้องเรียนรู้และป้องกันตนเองให้มากขึ้น และได้ชื่นชมประชาชนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เมื่อมีอาการก็ไปพบแพทย์ หรือกักตัวอยู่ภายในที่พัก พร้อมแสดงความเห็นใจ มาตรการที่ภาครัฐ บังคับใช้ อาจส่งผลกระทบและทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่ก็จำเป็นต้องทำต่อไป และ ยังถือได้ว่า รัฐบาลยังสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดี แม้โรคนี้ จะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยาก เนื่องจากมีมาตรการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ประเทศต้นทาง จนกระทั่งเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะการใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อติดตามตัว และ มีการรายงานเป็นระยะ 

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังชี้ให้ดูหน้ากากอนามัยแบบผ้าของตนเอง มาเป็นตัวอย่าง ว่าเป็นการใช้เศษผ้าเศษผ้าที่เหลือจากการตัดเสื้อ มาตัดเย็บเป็นหน้ากากผ้าอนามัยใช้ในช่วงนี้ด้วย เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับหน้ากากทางเลือกที่ใช้ป้องกันโรคได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าจำนวน 50 ล้านชิ้น แจกจ่ายให้กับประชาชนอีกช่องทางหนึ่งด้วย ทั้งยังสั่งให้ผลิตเพิ่มอีก 10 ล้านชนิด เพื่อลดการใช้การใช้หน้ากากอนามัยแบบครั้งเดียวทิ้ง โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่สามารถผลิตได้เพียง 38 ล้านชิ้นต่อเดือน เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิต ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนข้อเสนอที่จะให้รัฐบาลดำเนินการเด็ดขาดเหมือนเช่นหลายประเทศนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากลักษณะของประเทศไทยแตกต่างจากประเทศอื่น
 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในส่วนของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดและการติดเชื้อ โดยปรับเปลี่ยนวิธีการสัมภาษณ์แหล่งข่าวโดยจากนี้ไปจะไม่มีการรุมและเบียดกันสัมภาษณ์ แต่ใช้วิธีการเชิญแหล่งข่าวมายืนที่ไมโครโฟนหรือในระยะห่างเกิน 2 เมตรเพื่อให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถาม 

 

โดยได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งไมโครโฟนตามจุด ซึ่งมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายและการสัมผัสกับเชื้อโรค ซึ่งถือเป็นการรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้สื่อมวลชนทำเนียบฯได้เน้นย้ำการปฏิบัติตนของผู้สื่อข่าวกันเองในเรื่องการกินร้อน ช้อนตัวเอง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงหลีกเลี่ยงอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมาก