ข่าว

เด็กพปชร.2ขั้วยังฟัดกันนัว-"บิ๊กป้อม"อย่าศึก

เด็กพปชร.2ขั้วยังฟัดกันนัว-"บิ๊กป้อม"อย่าศึก

12 มี.ค. 2563

"บิ๊กป้อม"ลั่นสยบศึก "สิระ-ไผ่" 2 ส.ส.พผชร.ซัดกันนัวปมไล่ธรรมนัส ด้าน"เฉลิมชัย" ยันไม่มีวาระถกอยู่ต่อ-ทิ้งรัฐบาล ขณะที่อันวาร์" ปัด "มาร์ค" ชักใยป่วนในปชป. ศาลนัด"ช่อ"คดีหมิ่น"มาดามเดียร์" 20 เม.ย.นี้

               เมือวันที่ 11 มีนาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ล่าสุดได้เคลียร์ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐและ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ออกมาปกป้อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่วนที่มีแชตหลุดออกมานั้น ยืนยันว่า ไม่มีอะไร

อ่านข่าว-สิระ ปัดกดดัน ธรรมนัส ลาออก ชี้เป็นดุลยพินิจ

 

 

 

 

เมื่อถามว่าได้กำชับถึงการกระทำของ ส.ส.ในการแคปแชทไลน์มาเพื่อโจมตีทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวเพียงว่า “โห้ย มีแค่คน สองคน”

‘ไผ่ ลิกค์” ไม่โอเคสิระว่าไม่ทำงาน

              ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งกับนายสิระ ว่า ไม่อยากออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคดูไม่ดี แต่เมื่อเห็นว่านายสิระยังออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อโดยพาดพิงถึง จึงต้องออกมาพูด โดบ เริ่มจากการที่ไปถามในกลุ่มไลน์ว่าการที่ต้องการให้รัฐมนตรี หรือบุคคลใดในพรรคลาออกควรจะมีการพูดกันภายในก่อน แต่หากไม่ได้ตามสิ่งที่ตนเองต้องการค่อยออกมาวิจารณ์ข้างนอกหรือไม่ และรู้สึกว่าการออกมาพูดของนายสิระในลักษณะนี้ต้องการเป็นข่าวในสื่อ หรือต้องการเหยียบหัวเพื่อนหรือไม่

              นายไผ่ กล่าวอีกว่า ส่วนที่กล่าวท้าทายในกลุ่มไลน์ เพราะรู้สึกว่านายสิระ วันแรกก็ให้คนหนึ่งลาออก อีกวันก็บอกให้อีกคนลาออก มันไม่ดีกับพรรค รู้สึกเป็นห่วงพรรค จึงบอกว่าถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้วก็ลาออกด้วยกันทั้งคู่เลย ออกเงินลงเลือกตั้งเอง แต่ยอมรับว่าสิ่งที่ตนได้ท้าทายไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยืนยันว่ายังสามารถทำงานด้วยกันในพรรคได้ตามปกติ เพราะเมื่อได้พูดไปแล้วก็จบแล้ว แต่นายสิระกลับมาพูดว่าได้ทำอะไรเพื่อประชาชนบ้าง แบบนี้ไม่โอเค

“สิระ” ข้องใจคลิปขาย “หน้ากาก”

              ขณะที่นายสิระ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคจากกรณีที่มีการเรียกร้องให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แสดงความรับผิดชอบจากกรณีปัญหาหน้ากากอนามัย ว่า คนในครอบครัวก็คุยกันว่ามีเหตุผลอะไร เมื่อคืนได้มีโอกาสทานข้าวในกลุ่มฝ่ายบู๊ที่ทำงานช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีการส่งสัญญาณอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงนัดกันล่วงหน้ากันเฉยๆ ดังนั้น ณ วันนี้ ตนใช้สิทธิความเป็นประชาชนและส.ส.ที่ประชาชนบอกให้มาพูดเรื่องนี้

              เมื่อถามว่าถ้ากรณีเกิดขึ้นกับตัวเองจะลาออกหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า “เป็นผมเหรอครับ การลาออกเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ผมออก ถ้าสมมติว่าพิสูจน์แล้วขาวสะอาดทางผู้ใหญ่อาจจะพิจารณากลับมาเหมือนเดิม ถ้าเป็นผม ผมลาออกนะครับ ส่วนสิทธิของใครใครจะคิดอย่างไรเป็นสิทธิส่วนบุคคล” ส่วน ตอนนี้สงสัยว่าคลิปที่ออกมาทำขึ้นมาเพื่อล้อเล่น อยากจะถามว่าหน้ากากอยู่ไหน ถ้ามีการจำหน่ายจะจำหน่ายไปที่ไหน มีการเสียภาษีหรือไม่ ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้ติดตามรัฐมนตรีมีพฤติกรรมอย่างไรก็ต้องตรวจสอบ

              ส่วนที่ถามว่า เคยเห็นพฤติกรรมของผู้ติดตามของ ร.อ.ธรรมนัสบ้างหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า “อย่าให้เหลาเลย มันพูดไม่ได้ในที่สาธารณะ พูดไม่ได้ครับ เพราะโดนไป 3 คดี” โดย คนที่ให้ข้อมูลงเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากมีข้อมูลจริง แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับคนสนิทของ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ ขอเอาไว้ก่อน เพราะคนให้ข้อมูลตนเองกลัวจะเดือดร้อน ส่วนจะเอาเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการฯหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะต้องขอสภาฯเอากล้องวงจรปิดมาด้วยว่ามีใครเข้าออกอย่างไร เห็นเขาว่ามาอย่างนี้ แต่ไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่และมีการเข้าออกอย่างไร

ซัด “ไผ่ ลิกค์” ทำอะไรในช่วงนี้บ้าง

              นายสิระ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่า พล.อ.ประวิตร ทรศัพท์มาหาบอกให้ทานข้าวมากๆ นอกจากนี้ พวกที่ท้าตนให้ลาออกจากการไปแจกหน้ากากไม่มีคุณภาพตนอยากบอกว่าเงินก็เป็นเงินของตน มีใจบริสุทธิ์ใช้เงินภาษีประชาชนไปดูแลประชาชน

              “ผมถามกลับไปยังคุณไผ่ ลิกค์ ว่า วิกฤตของประชาชน คุณเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนผม คุณก็รับเงินเดือนเหมือนผม คุณทำอะไรให้กับประชาชนบ้างหรือยังจากกรณีไวรัสโควิด ผมยังคิดอยากจะทำทุกอย่าง คุณไม่ต้องควักเงินก็ได้ คุณไปตรวจสิว่าหน้ากากขาดแคลนเพราะอะไร แค่นี้คุณก็ทำให้ประเทศแล้ว คุณเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนผม ไม่มีอะไรครับเคลียร์กันแล้ว ต่างคนต่างลงพื้นที่” นายสิระ กล่าว

 

‘จุรินทร์’ย้ำชัด ยึดมติพรรคเป็นที่สุด

              วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า ได้มอบหมายให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. นัดหมายวาระการประชุมของพรรคแล้ว ส่วนในเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ คิดว่าท่าทีนายกรัฐมนตรีก็มีความชัดเจนแล้ว ว่าเจตนาที่แท้จริงของท่านคืออะไร คงไม่ต้องย้อนกลับไปตรงนั้น ส่วนถ้าจะมีการปรับปรุง ครม. เกิดขึ้นในอนาคตอันนั้นถือว่าอยู่ในดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี และพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นหลัก พรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงแค่พรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งจึงต้องฟังว่านายกรัฐมนตรี และพรรคแกนนำมีความประสงค์อะไร

              ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่ามี ส.ส.จำนวนหนึ่งของประชาธิปัตย์ จะมาแสดงพลังให้พรรคทำงานร่วมกับรัฐบาลต่อไป คาดว่าจะมีจำนวนเท่าไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบประเด็นนี้ แต่ในพรรคมีความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทุกยุค ทุกสมัย ในทุกกรณี แต่จะยุติได้ ด้วยมติของพรรค ค้อถ้าจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ต้องเอาเข้าที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรค และ สส.ของพรรคเหมือนกัน ส่วนถ้าจะมีการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีอย่างไร ก็ต้องเริ่มต้นจากนายกรัฐมนตรี และพรรคแกนนำรัฐบาลถ้าประสงค์จะทำอย่างไรก็แจ้งให้ทราบพรรคประชาธิปัตย์ก็จะนำไปพิจารณาต่อไป ขั้นตอนกระบวนการนี้ชัดเจน และเป็นวิถีประชาธิปไตยในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ใครเป็นหัวหน้าพรรคหรือมีตำแหน่งใด ก็ต้องปฏิบัติตามมติพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ

ไม่ถกพรรคปมอยู่-ถอนตัวร่วมรัฐบาล

              ขณะที่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากข่าวที่ว่าในไลน์กลุ่ม ส.ส. ของพรรคมีการแสดงความเห็นเป็น 2 ด้าน โดยกลุ่มหนึ่งต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่ายังควรร่วมรัฐบาลต่อไป โดยพาดพิงถึงเรื่องที่อดีตคณะทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับกระบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย และขายเกินราคา นอกจากนี้นายอันวาร์ สาเเละ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือต่อนายจุรินทร์ เพื่อขอให้เปิดประชุมวิสามัญพรรคเพื่อพิจารณา โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเเละประชาชนเป็นหลัก ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเรียกความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคกลับคืนมาได้ หากเห็นชอบด้วยขอให้ผู้บริหารพรรคพิจารณาและมีมติจัดการประชุมพรรคประชาธิปัตย์

              “ถึงขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้แต่อย่างใด ส่วนเรื่องการแสดงความเห็นของส.ส.พรรคที่ปรากฏผ่านสื่อนั้น ขอย้ำว่าทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของพรรคอย่างเคร่งครัด” นายเฉลิมชัย กล่าว

 

“อันวาร์” ปัด “มาร์ค” ชักใยป่วนในปชป.

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณียื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคปชป. เปิดประชุม เพื่อแก้ปัญหาภายในพรรคขณะนี้ จะเกิดเเรงกระเพื่อมหรือไม่ ว่า ไม่มีแรงกระเพื่อม ไม่อยากพูดอะไรล่วงหน้า หัวหน้าพรรคกำลังหาวันประชุมที่เหมาะสมอยู่ ถ้าเป็นนายจุรินทร์ จะไม่ปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อเช่นนี้ส่วนที่มีการเสนอให้ปชป. ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล จะทำให้บานปลายหรือไม่นั้น ถ้าไลน์ไม่หลุดก็ไม่มีเรื่อง ตนก็ยังอยากให้นายกฯอยู่แก้ไขปัญหาต่อไป แต่อันไหนเป็นอุปสรรคกระทบภาพพจน์รัฐบาล พรรคปชป. ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องเปิดประชุมเพื่อเปิดอกคุยกันต่อหน้าโดยต้องนำ เงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลมาพิจารณา เช่น การทุจริต ถ้ามีการทุจริตคิดว่าคนในพรรคก็รับไม่ได้ ยืนยันว่าสิ่งที่พวกออกมาเคลื่อนไหว ไม่ได้เป็นเพราะยังเชื่อมั่นในตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคปชป. อยู่ วันนี้หัวหน้าพรรคปชป. คือนายจุรินทร์ คนเดียว

 “พนิช”เชื่อ“จุรินทร์” นำผ่านความขัดเเย้งได้

ด้านนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชป. กล่าวว่า ไม่น่าจะถึงขั้นที่นายจุรินทร์ต้องทบทวนตำแหน่งหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าพรรคมาไม่ถึงปี บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีของพรรคทุกคนก็ทำงานเต็มที่ จึงควรให้นายจุรินทร์ ดำเนินการเป็นรูปธรรมก่อน มั่นใจว่าจะพาพรรคผ่านความขัดแย้งนี้ไปได้ ที่ผ่านมาอดีตหัวหน้าพรรคปชป. ทุกคนก็ยึดเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นหลัก จึงไม่ใช่เฉพาะเรื่องของร.อ.ธรรมนัส เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นใครในครม.มีพฤติกรรมแบบนี้ จำเป็นต้องดำเนินการ เราไม่มีวันพายเรือให้โจรนั่งเพราะเราไม่มีผลประโยชน์อะไร เรื่องมติพรรคให้เราโหวตไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้มันมากกว่านั้น เป็นเรื่องของการเอาเปรียบประชาชนกักตุนหน้ากากที่ต้องมีการสอบสวนต่อไป และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคปชป. ต้องเข้าไปดู ถ้าเรื่องนี้ชัดเจนและตอบสังคมได้ ก็เชื่อว่าเรายังสามารถร่วมรัฐบาลต่อไป แต่ถ้าพบสิ่งไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะไปเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล ปชป.จะต้องมีการพูดคุยกันว่า จะดำเนินการบริหารประเทศต่อไปหรือไม่

 

 

 

 

 

แรมโบ้อัดอย่าเอาโควิดเล่นการเมือง

              ด้าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ขอให้ ปชป.ถอนตัวร่วมรัฐบาล ว่า เชื่อมั่นว่า นายจุรินทร์ . จะเอา ส.ส.ของพรรค ปชป. อยู่แน่นอน ความเห็นต่างภายในพรรค ปชป. ถือเป็นเรื่องปกติ แม้แต่ในพรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยก็ยังมีหลายกลุ่มหลายมุ้งขัดแย้งกันไม่ต่ำกว่า 3 มุ้ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองแ ละส่วนตัวเชื่อว่าความเป็นเอกภาพภายในพรรค ปชป. ยังดำรงอยู่ แต่การควบคุมอารมณ์คำพูด วาทะกรรม ในบริบทการให้สัมภาษณ์สื่อ ของ ส.ส. ปชป.ควรระมัดระวังเมื่อร่วมหอลงเรือลำเดียวกันแล้ว นาวาลำนี้ต้องเดินหน้าสู่คลื่นทะเลด้วยกัน ไม่ว่าจะเจอคลื่นพายุจะรุนแรงเพียงใดเราต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันให้ได้โดยไม่ย่อท้อ

              “วันนี้เมื่อเรามีผู้นำที่ใจซื่อมือสะอาดมาดูแลบ้านเมืองให้โปร่งใส ทำไม่เราไม่ช่วยกันดูรักษาเอาไว้ เราต้องรวมพลังให้กำลังใจผู้นำที่เสียสละเช่นนี้ ไม่งั้นวงจรอุบาทการเมืองก็จะหันกลับไปพบไปเจอแต่ผู้นำแบบเดิมๆ ที่เข้ามาสู่การเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและครอบครัว สุดท้ายพวกเราคนไทยทุกคนก็เจ็บปวดหัวใจเหมือนเดิม อดีตเป็นบทเรียนสอนใจ ผมเชื่อมั่นคนไทยคงไม่ลืมง่ายๆ แน่นอน วิกฤติไวรัสโควิด-19 จะผ่านพ้นไปได้ เราต้องรวมพลังสามัคคีของคนในชาติช่วยกันทุกหมู่เหล่า คนไทยต้องไม่ปล่อยให้พรรคการเมือง นักการเมืองบางคนบางพรรค เอาไวรัสโควิด-19 มาเล่นการเมืองเพื่อล้มรัฐบาล ทำลายคนดีๆ ที่เสียสละบ้านเมืองจนในที่สุดจะเหลือแต่นักการเมืองคนที่คิดเข้ามาคดโกงกอบโกยโกงกินบ้านเมืองเท่านั้น” นายสุภรณ์ฯ กล่าว

พท. เย้ย‘บิ๊กตู่’ปัญหารุมเมาหมัด

              นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจกำลังเผชิญกับทางสองแพร่งว่า จะยุบสภาหรือลาออก ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่รุมเร้า แต่ยังมองไม่เห็นหนทางว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างไร ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ออกอาการเมาหมัด ต่อการแก้ไขปัญหาโควิด-19 วิกฤตภาวะผู้นำ การสื่อสารสับสน เกิดปัญหาการปฏิบัติต่อ“ผีน้อย”และคนที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง เสียงสะท้อนจากบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขต่อมาตรการภาครัฐที่ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหา ปัญหาการกักตุนหน้ากากอนามัย จนหลักฐานมัดคอกรณีผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลเป็นผู้กักตุนหน้ากากอนามัยเสียเอง และยังต้องเผชิญกับการเตรียมถอนตัวของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะไม่พายเรือให้โจรนั่งอีกต่อไป ขนาดเรือแป๊ะยังกลายเป็นเรือโจร กองเชียร์เปลี่ยนเป็นกองแช่ง สิ่งที่ประเทศชาติและประชาชนต้องการให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขโดยเร่งด่วนในขณะนี้ คือ

              “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ทองแท้ไม่กลัวไฟ วิกฤตเป็นบ่อเกิดผู้กล้า ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ได้เห็นภาวะผู้นำและความสามารถในการแก้ไขปัญหาของพล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีอยู่หรือไม่ เวลาที่เหลืออยู่ ต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนให้มาก” นายอนุสรณ์ กล่าว

55ส.ส.เข้า‘พรรคก้าวไกล’ครบทุกคน

              ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกกลุ่ม ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ในวันที่ 14 มี.ค.กลุ่ม ส.ส.ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 55 คน จะเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ที่ศูนย์ประสานงานฝั่งธนบุรี ซึ่งมั่นใจว่า ส.ส.ทั้ง 55 คน จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคครบทุกคน เพราะเชื่อว่าทุกคนยังรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง โดบภายหลังจากสมัครสมาชิกพรรคแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการประชุมวิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้า และกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการ พร้อมกับแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อให้การทำงานของพรรคมีโครงสร้างและการดำเนินงานที่ชัดเจน

              “ตอนนี้ทุกคนเหมือนเป็น ส.ส.ไร้สังกัด แบบคนที่เคยเป็นซามูไรและโรนิน และคิดว่าทุกคนจะยังร่วมกันทำงานเพื่อประชาชนต่อไป” นายวิโรจน์ กล่าว

นัด ‘ช่อร์’ ให้การ คดีหมิ่น ‘มาดามเดียร์’

              ความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ เป็นกรรมการบริหารและโฆษกพรรค ได้แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคโดยเนื้อหาคำแถลง เป็นการใส่ความ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ว่า น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี และสามี ถือหุ้นสื่อและเป็นผู้บริหารสื่อซึ่งเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง โดยภายหลังการแถลงข่าวปรากฏว่ามีสื่อมวลชนหลายสำนักได้นำคำแถลงของ น.ส.พรรณิการ์ ไปนำเสนอก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงอง น.ส.วทันยา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งน.ส.วทันยา ชี้แจงมาโดยตลอดว่าตนเองและสามีไม่ได้ถือหุ้นสื่อในขณะที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ

              ต่อมา น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี จึงได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้อง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ต่อศาลอาญาในข้อหาหรือฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เป็นคดีอาญาหมายเลขคดีดำ อ.3095/2562 ซึ่งต่อมาศาลอาญาได้ทำการไต่สวนมูลฟ้องในวันนี้ (11 มีนาคม 2563) เวลา 09.30 น. ศาลอาญาได้มีคำสั่งว่าพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าจำเลยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกล่าวหาว่าโจทก์ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง คดีโจทก์จึงมีมูลตามฟ้อง ให้นัดพร้อมคู่ความมาศาล ในวันที่ 20 เมษายน 2563 เวลา 09.00 น. หมายเรียกจำเลยมาให้การในวันนัดพร้อม

เตือนขรก.ระวังแสดงความเห็นโซเชียล

              นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกำชับการปฏิบัติตนของข้าราชการ สังกัดกรมการปกครอง ในการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) โดยมีเนื้อหาระบุว่า ด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กำหนดว่าข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาจรรยาข้าราชการ โดยมุ่งประสงค์ให้เป็นข้าราชการที่ดี มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย

              “กรมการปกครองเป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน ในการบริการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งจะต้องรักษาภาพลักษณ์ให้เป็นที่เชื่อถือ ศรัทธา และเป็นแบบอย่างให้กับบุคคลทั่วไป กรมการปกครอง จึงขอกำชับข้าราชการและบุคลากรสังกัดกรมการปกครองทุกคน ระมัดระวังในการใช้ชื่อหน่วยงาน ชื่อตำแหน่ง หรือภาพที่ไม่เหมาะสม ในการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) รวมถึงมีการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรหรือต่อตำแหน่งทางราชการในทางที่เสื่อมเสีย หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” อธิบดีกรมการปกครอง ระบุ