เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 ที่รัฐสภา น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถึงพฤติกรรมหลายปีที่ผ่านมาว่าสมควรที่จะไม่ไว้วางใจหัวหน้ารัฐบาลคนนี้ที่เคยฉีกกติกาหลักของประเทศ แต่ขาดประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน หากเปรียบประเทศนี้ คือบริษัท ที่ประชาชนเป็นเจ้าของ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท จะจ้างซีอีโอมาบริหาร ให้บริษัทเติบโต แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จ ก็ต้องผ่านกระบวนหาสรรหา และทดสอบความรู้ความสามารถ แต่ที่ผ่านมา บริษัทนี้เจอเด็กฝาก เด็กเส้น 6 ปีที่แล้วก็เข้ามาแบบวิธีพิเศษ ความที่ขาดประสบการณ์แบบซีอีโอมืออาชีพจึงมีปัญหาในหลายด้าน

 

          น.ส.นภาพร กล่าวอีกว่า ในภาวะที่ประเทศต้องการผู้นำที่ได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ จากผลพวงการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งต้องการผู้นำที่ใจซื่อมือสะอาด ไม่เห็นแก่พวกพ้อง หรือ เจ้าสัว นายทุนที่สนับสนุน 6 ปีที่ผ่านมา น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการพิสูจน์กึ๋น ฝีมือ ตัวตน ที่แท้จริงของคน ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเป็นคนรักชาติ เสียสละจริง ควรลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนมีความสามารถเข้ามากอบกู้วิกฤติของประเทศ ก่อนที่จะหายนะไปมากกว่านี้ 

 

อัดยับ!ลุงตู่ขาดสี่หลัก ไม่ควรอยู่ต่อ

 

          พฤติกรรมในหลายปีที่ผ่านมาว่าสมควรอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ปีที่ผ่านมาจะใช้สิทธิลงมติไม่ไว้วางใจหัวหน้ารัฐบาลคนนี้ที่เคยฉีกกติกาหลักของประเทศ แต่ขาดประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน


          หากเปรียบประเทศนี้ คือบริษัท ที่ประชาชนเป็นเจ้าของ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท จะจ้างCEOมาบริหาร ให้บริษัทเติบโต แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จ ก็ต้องผ่านกระบวนหาสรรหา และทดสอบความรู้ความสามารถ. แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทนี้เจอเด็กฝาก โดยหกปีที่แล้วก็เข้ามาแบบวิธีพิเศษ มาคราวนี้CEOคนนี้ ก็มีเพื่อนมาเชียร์ มาช่วยรีวิว มากดlikeอีก250คน ด้วยความที่ขาดประสบการณ์แบบCEOมืออาชีพ ผู้บริหารคนนั้นมีปัญหาในหลายๆด้าน
           

          จะยกตัวอย่างจากเรื่องราวเป็นจริงของนายก ฯเเบบปราศจากความอคิติใด เพราะ มันคือบางส่วนจากหลายๆด้าน ที่บ่งชี้บุคลิกภาพของท่านที่ปรากฏกับสังคม ดังนั้นการอภิปราย ในบริบทของ “บุคคลิกภาพของผู้นำประเทศ” ซึ่งแยกย่อยได้4หมวด ได้แก่


          1.บุคลิกภาพเเละการสื่อสาร นายกฯคนนี้สอบไม่ผ่าน เช่น เหตุการณ์ท่ีโคราชเมื่อหลายวันก่อน หากเทียบกับนายกฯนิวซีเเลนด์ ถือว่านายกฯของไทยไม่มีวุฒิภาวะ เเละที่ผ่านมามักสบถหลายครั้งกับสังคม รวมทั้งเเสดงท่าทางที่ไม่สมควร  

 

"นภาพร" เหน็บ "บิ๊กตู่" ซีอีโอเด็กเส้น

 

 

          2.ความรู้ความสามารถ นายกฯเเนะนำชาวบ้านด้วยเเนวคิดไม่สมควร เช่น ให้ปลูกเงาะ,ทุเรียนเเทนยางพาราในข่วงที่ราคาตกต่ำ หากผลไม้สองชนิดนี้ราคาร่วง จะทำเช่นใด หรือการไปพูดบนเวทีนานาชาติหลายครั้งก็ไปพูดนอกเรื่อง ไม่พูดสาระการประชุมเลยเเละไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เพราะต้องใช้ล่าม หรือการบอกว่าคนเรามีเซลล์สมอง8.4หมื่นเซลล์ ทั้งๆที่มีมากกว่านั้น เเม้เเมลงสาบยังมี1ล้านเซลล์สมองเลย 

 

          3.ทัศนคติในการบริหารบ้านเมือง นายกฯมักจะเเสดงออกกับขาวบ้านที่มาพบด้วยอาการไม่สมควรเเละมักดูหมิ่นชาวบ้านเเละเห็นชัดว่าชาวบ้านเบื่อนายกฯในข่วงที่นายกฯไปพบชาวบ้านช่วงวันปีใหม่ที่สถานีขนส่งหมอชิต ถามว่านายกฯพูดเเละทำเเบบนั้นกับคนไทยได้เช่นใด

 

          4.ธรรมาภิบาล นายกฯคนนี้ขาดหลักการนี้ยิ่งนักเพราะไม่เคารพกติกา ใช้คนไม่ดีมาทำงานให้ เเละยังเหมือนว่าฝังใจกับการยึดอำนาจ เเต่วันนี้เยาวขนของชาติที่นายกฯเคยบอกว่าไม่สนใจบ้านเมือง พวกเขารวมตัวกันเเล้วเพื่อเเสดงออกถึงการทนไม่ไหวกับการที่มีนายกฯเเบบนี้


          ในภาวะที่บริษัทนี้ ประเทศนี้ ต้องการผู้นำที่ได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นศูนย์รวม ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ จากผลพวงการบริหารงานของนายกฯที่ผ่านมา ประเทศชาติต้องการผู้นำที่ใจซื่อมือสะอาด ไม่เห็นแก่พวกพ้อง หรือ เจ้าสัวนายทุนที่สนับสนุน

 

          “หกปีที่ผ่านมา น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับการพิสูจน์กึ๋น ฝีมือ ตัวตน ที่แท้จริงของคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าท่านเป็นคนรักชาติ เสียสละจริง อย่างที่ท่านชอบแต่งเพลง และใช้คลื่นวิทยุของรัฐ กล่อมประสาทคนไทยมาตลอด 5 ปี ท่านก็ควรลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีสมอง มีความสามารถเข้ามากอบกู้วิกฤติของประเทศ ก่อนที่จะหายนะไปมากกว่านี้