คมชัดลึกออนไลน์ 30 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

"เสี่ยหนู"ของขึ้น ด่ากุ๊ยแอบอัดเสียง 9 อนาคตใหม่ซบ ภท.

26 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
อนาคตใหม่,แฉคลิปฉาว,อนุทิน ชาญวีรกูล,ภูมิใจไทย,ซื้อ สส
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 1,427 ครั้ง

9 ส.ส.อนค.ยื่นใบสมัครซบภท. อ้างรัก "อนุทิน" แฉถูกแกนนำมัดมือชก ให้สมัครเข้าพรรคใหม่แต่ไม่มีแกนนำชัดเจน ชี้หลังซักฟอกมาเพิ่มอีกกว่า 20 คน "เสี่ยหนู" จวกพวกกุ๊ย อัดเทปแฉ ส.ส.อดีตอนาคตใหม่รับเงิน ท้าไปเปิดหลักฐานใครจ่ายให้ใคร ด้านพปชร.โต้คลิปซื้อส.ส. 23 ล้าน


 

 

            มีความชัดเจนทางการเมืองอีกครั้งเมื่อ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ส่วนหนึ่ง แสดงความจำนงที่จะเข้าสังกัดพรรคการเมืองซีกรัฐบาลหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ขณะที่ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่อีกซีกหนึ่งนำคลิปเสียงออกมาแฉว่ามี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเสนอเงิน 23 ล้านบาทซื้อตัวเข้าสังกัดเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยเช่นกัน

 

           วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563  มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้ทำหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งให้ทราบว่า มี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่จำนวน 9 คน ขาดจากความเป็นสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ และจำเป็นต้องสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งเมื่อวานนี้(24ก.พ.) ทั้ง 9 คนได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

        สำหรับ ส.ส.ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1, นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ เขต 2, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม เขต 10, นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3, นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1, นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. เขต 23 และนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ

 

       ทั้งนี้ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.จาก 52 คน เพิ่มขึ้น 9 คน เป็น 61 คน ทำให้เป็นพรรคการเมืองใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ แทนพรรคประชาธิปัตย์ และใหญ่เป็นอันดับสองของพรรคร่วมรัฐบาล

 

       ภท.อ้ารับทุกคนที่อยากร่วมงาน

       นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ส.ส.ในพรรคได้พูดคุยกับ 9 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ โดยพรรคพยายามเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมากี่คน มีการเขียนใบสมัครแล้ว แต่ยังไม่ได้นับ ยังไม่เซ็นสักใบ ยังไม่ได้พูดคุยกับคนที่คิดว่าจะมาร่วม แต่เขามี ส.ส.ในพรรคที่เป็นพรรคพวกกันชักชวนกันมา

      “ไม่ใช่เสียงของพรรคภูมิใจไทย และพรรคไม่ซื้อตัว ส.ส.อย่างแน่นอน ทำไมไม่มองว่าพรรคภูมิใจไทยตั้งใจทำงานแล้วอยากมีคนมาอยู่ด้วย และ ส.ส.ที่ย้ายมา ช่วงแรกอาจจะเจอวิกฤติศรัทธาจากประชาชน แต่ทุกคนต้องทำงานพิสูจน์ตัวเอง เพราะงานเท่านั้นที่จะทำให้ทุกคนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” นายอนุทินกล่าว

       ผู้สื่อข่าวถามว่า มี ส.ส.เพิ่มแล้วจะต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีและอย่าเข้าใจผิด การมองแบบนี้เป็นการเล่นการเมือง พรรคภูมิใจไทยไม่เล่นการเมือง ส.ส.ที่เพิ่มขึ้นก็มีโอกาสทำให้พรรคทำเพื่อประชาชนมากขึ้น เป็นการเปิดพื้นที่ ส.ส.ได้มาทำงานเพื่อประชาชนและหากพรรคจะเป็นสะพานให้ ส.ส.เหล่านี้ได้รับใช้ประชาชนได้ดีกว่าเดิมก็จะเป็นประโยชน์ เพราะพรรคเป็นรัฐบาลอยู่ มีโอกาสทำงานได้มาก

 

       ยันไม่มีต่อรองตำแหน่งใดๆ

       “จะไม่มีการต่อรองตำแหน่งใดๆ เพิ่ม พรรคพอใจอยู่แล้วกับ 7 ตำแหน่งรัฐมนตรีที่มี แม้มี ส.ส.เพิ่มมากขึ้นก็ยังคงขอเท่าที่มีอยู่เดิม เพราะถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งรัฐบาลมาด้วยกัน ก็ต้องยึดหลัก แต่หากจะมีการปรับครม. พรรคภูมิใจไทยขอตำแหน่งเท่าเดิม อย่าตัด 7 ตำแหน่งที่มีขณะนี้” นายอนุทินกล่าว

 

นายปิยบุตร แสงกนกกุล

 

       เมื่อถามว่านายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ทวิตข้อความว่า “เคยเจอกัน ยกมือไหว้กัน สุดท้ายมาดูด ส.ส. อยากถามว่าเก่งมาจากไหน” นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเคารพนายปิยบุตรจะตาย ชอบความรู้ เพียงแต่ว่าบางอย่างแนวทางไม่เหมือนกัน แต่เรื่ององค์ความรู้ ความสามารถ การอภิปราย นายปิยบุตรเป็นคนมีความรู้เยอะแยะไปหมด แต่ไม่เคยคุยเกิน 2 นาที เจอกันก็ยกมือไหว้ก่อนเท่านั้น

       ไม่สนแรงเสียดทานเจอมาเยอะ 

       นายอนุทิน  ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า  เราต้องส่งใบสมัครแจ้งไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ถือเป็นสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคงไม่มีการจัดงานต้อนรับอะไร ไม่จำเป็นต้องฉลอง บ้านหลังใหม่นี้ไม่ใช่ว่าให้สมาชิกทุกคนมาอยู่แล้วจะมีความสุขสบายใจ แต่บ้านหลังนี้เข้ามาแล้วต้องทำให้ประชาชนสบายใจ ประโยชน์ต้องตกอยู่กับประชาชน

       เมื่อถามว่า กังวลว่าจะมีแรงเสียดทานจากประชาชนที่สนับสนุนอดีตพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ทำงานไป พวกตนโดนแรงเสียดทานมาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว หวังว่าถ้ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เราจะได้รับความเห็นใจและไว้วางใจจากประชาชน

       “ศุภชัย”เผยรู้ตัวคนในคลิปฉาว

       ด้านนายศุภชัย กล่าวถึงกรณีคลิปฉาวซื้อตัวส.ส.และเพจชื่อดังอ้างข้อมูลว่าคนในพรรคติดต่อซื้องูเห่า โดยยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง การกระทำดังกล่าวต้องการสื่อให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้องในการเจรจาทุ่มเงิน 23 ล้านบาท แม้ว่าในเพจดังกล่าวจะปิดหน้าผู้ชายคนหนึ่ง แต่หากใครเห็นก็ทราบดีว่าลักยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือตน จึงขอย้ำว่าไม่ใช่ตนหรือคนของพรรคภูมิใจไทย และขอเรียกร้องไปยังเพจดังกล่าวให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง พร้อมทั้งอยากได้คำขอโทษจากเจ้าของเพจไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด รวมทั้งใครก็ตามที่ไปแสดงความคิดเห็นในทางที่เสียหาย ต้องออกมาขอโทษให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะดำเนินคดีด้วยทุกคน

       เมื่อถามว่า ได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่าคนในคลิปเสียงคือใคร นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้พิสูจน์กันได้แล้วว่าคนในคลิปเสียงคือใคร แต่ขอให้ไปตามกันเอาเอง และมีข้อเท็จจริงที่ยอมรับกันแล้วว่าใครเป็นเจ้าของเสียงในคลิป เพียงแต่ตนออกมายืนยันว่าไม่ใช่เสียงตนหรือคนของภูมิใจไทย อีกทั้งเราไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว และคนที่มาเขาก็มาติดต่อเราเอง เช่น น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายศุภชัยแถลงข่าวเสร็จ เพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อความขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

 

 

          “วิรัช”เปิดตัวย้ายซบภูมิใจไทย

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอนุทินจะเดินทางมาถึงรัฐสภา นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย และส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้ลงมารอรับที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งนายวิรัชกล่าวว่า เคยทำงานร่วมกันมาและรู้จักกันมานาน ได้รับคำแนะนำด้านกฎหมาย และจะร่วมทำงานด้วยต่อไป

       “ยอมรับว่ารักท่านอนุทินมากที่สุดเลย และได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้วจริง ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากได้รับการทาบทามและชักชวนจากนายอนุทินให้ทำงานร่วมกับพรรค ซึ่งส่วนตัวมีความสนิทสนมและเคยทำงานร่วมกันกับหัวหน้าพรรคมานานกว่า 25 ปี เนื่องจากอยู่พรรคภูมิใจไทยมีความเป็นกันเองและมีโอกาสทำงานได้ มีน้ำใจซึ่งกันและกัน” นายวิรัชกล่าว

       เมื่อถามว่า ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่คนอื่นจะย้ายมาภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้ไปยุ่ง ส่วนตัวยืนยันไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง ขณะที่กรณีคลิปเสียงซื้อ ส.ส. 23 ล้านบาทก็ไม่ทราบรายละเอียด

       ด้าน น.ส.ศรีนวล กล่าวว่า ไม่ได้มีการชักชวน ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ มาร่วมงานกับพรรค แต่ยอมรับว่ามีคนมาสอบถามถึงการทำงานในพรรคภูมิใจไทย ก็ได้ชี้แจงไปว่าเป็นการทำงานแบบครอบครัวเดียวกัน อบอุ่น ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งถ้ามาอยู่พรรคนี้ก็จะเกิดการพัฒนามากขึ้น เชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์

 

ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย

 

       แฉฟางเส้นสุดท้ายซบรังเสี่ยหนู

       ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการตัดสินใจย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ว่า เกิดจากฟางเส้นสุดท้ายที่มีแกนนำอนาคตใหม่บางคนนำเอกสารการสมัครเข้าสังกัดพรรคการเมืองหนึ่งที่ยังไม่ระบุชื่อพรรคและแกนนำใหม่ที่ชัดเจน ไม่มีรายละเอียดของพรรค และมีกระแสข่าวว่าหัวหน้าพรรคจะไม่ใช่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

       “ผมเห็นว่าเป็นการมัดมือชก จึงทบทวนและตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย  และปรากฏว่ามี ส.ส.เกือบ 10 คนที่ตัดสินใจเช่นเดียวกัน และเชื่อว่าภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีตามมาอีกรวมแล้วกว่า 20 คน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์แลกเปลี่ยน แต่เป็นเรื่องการทำงานที่ผมหาเสียงไว้กับประชาชน เพราะถ้าอยู่พรรคอนาคตใหม่จะเป็นเพียงเสือกระดาษที่ไม่สามารถทำงานให้เป็นรูปธรรม” ร.ต.ต.มณฑล กล่าว

       ส.ส.แปดริ้วโพสต์ย้ายฝั่งด้วย

       นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จ.ฉะเชิงเทรา โพสต์ข้อความสรุปว่า "ขอเลือกโอกาสที่จะสามารถผลักดันการพัฒนา จ.ฉะเชิงเทรา ยืนยันยังศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอยู่เสมอและทำงานทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ขอกราบขอบพระคุณ หัวหน้าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตพรรคอนาคตใหม่ เพื่อนสมาชิก คุณฐิติมา ฉายแสง ครอบครัวฉายแสง รวมถึงทุกๆ ท่านที่ลงคะแนนให้ การตัดสินใจอันยากเย็นในครั้งนี้เพื่อที่ต่อรองและทำประโยชน์ให้กับฉะเชิงเทราให้ได้มากที่สุด ฉะเชิงเทราต้องดีกว่านี้” 

       มีรายงานว่าหลังนายกิตติชัยโพสต์ข้อความได้มีชาวแปดริ้วจำนวนมากเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจย้ายพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้

       ด้านนางฐิติมา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากที่นายกิตติชัยหันไปอยู่ฝั่งรัฐบาล ทั้งที่พรรคฝ่ายค้านก็มีทำไมไม่ไป การอ้างว่าการเมืองสร้างสรรค์หรืออยากนำงบประมาณเข้ามาพัฒนาจังหวัดเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น คนแปดริ้วที่เลือกนายกิตติชัยเพราะจุดยืนการเมือง แต่กลับไม่รักษาจุดยืนไม่รู้ว่าสาเหตุที่ย้ายเป็นไปตามที่มีข่าวการเจรจาต่อรองหรือไม่

       พปชร.เรียงหน้าปัดเอี่ยวคลิปฉาว

       ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงคลิปเสียงซื้อ ส.ส. 23 ล้านว่า เพิ่งทราบข่าวเมื่อคืนมีคลิปเสียงคล้าย ส.ส.กรุงเทพฯ ของพรรคพลังประชารัฐ มีคนส่งมาให้ แต่ยังไม่ได้เปิดฟัง เบื้องต้นยังเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ต้องขอไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นใคร เป็นข่าวจริงหรือไม่ และยังไม่ทราบว่าบุคคลในคลิปเสียงเป็นคนของพรรคหรือไม่ แต่ยืนยันพรรคเราไม่มีนโยบายเรื่องเงินเรื่องทองและยังไม่มีการคุยในพรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าใครจะเข้าพรรคสิ่งสำคัญต้องมีใจที่อยากจะทำงานร่วมกับพรรค

       “เรื่องตัวเลขผมไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าตัวเลขขนาดนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาให้ เพราะพรรคไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น” นายสนธิรัตน์ กล่าวตอบข้อถามมองอย่างไรตัวเลข 23 ล้านบาท เยอะเกินไปหรือไม่ พร้อมระบุว่า ในส่วนของตนไม่ได้ส่งใครไปทาบทาม ส.ส.อดีตพรรคอนาคนใหม่ ตอนนี้รัฐบาลมี 263 เสียง ซึ่งก็เกินจุดที่ปริ่มน้ำแล้ว ถือว่าค่อนข้างมั่นคง ไม่น่าเป็นห่วงที่จะต้องเอาเสียงมาเติม และคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะไปกระทบกับการปรับครม. เราพูดคุยกันเราไม่ได้อยู่กันแบบนับตัวเลข

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกระบุว่ามีเสียงคล้ายคลิปเสียงดังกล่าว แต่ปรากฏว่าบุคคลใกล้ชิด ส.ส.คนดังกล่าวเป็นคนรับสายและระบุว่า ส.ส.อยู่ในห้องประชุม ไม่ได้นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย

 

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

 

       จ่อเรียกส.ส.เสียงคล้ายมาถาม

       นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กำลังจะเรียก ส.ส.คนที่มีเสียงคล้ายเสียงในคลิปมาสอบถามว่ากระบวนการเป็นอย่างไรและใช่หรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าเครือข่าย ส.ส.กทม.ของพรรค ไม่ได้ไปดึงใครจากที่ไหน อะไรอย่างไร เพราะเป็นตัวเลขสูงถึง 23 ล้านบาท ไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้นรอให้หลักฐานออกมา รอให้มีการพิสูจน์กันก่อนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร

       “ในอดีตการให้ตำแหน่งรัฐมนตรีอาจจะวัดจาก ส.ส.ในมือ แต่การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้คำนึงถึงตรงนั้น สัดส่วนของ ส.ส.พรรค ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของนายกฯ เท่าที่ดูจากการจัดคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่ได้เกี่ยวกับสัดส่วนโควตาที่ต้องเท่ากัน แต่จะดูที่ความเหมาะสมและความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ส่วนกลุ่มไหนที่คิดว่ามี ส.ส.อยู่ในมือจะสามารถต่อรองได้ คิดว่านายกฯ ไม่ต่อรองด้วยแน่นอน” นายณัฏฐพล กล่าว

       “สิระ”ท้าพิสูจน์เต้าข่าวหรือเปล่า

       นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เอาคลิปออกมาแฉหรือคนที่ติดต่อชักชวน เนื่องจากเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันนิติบัญญัติ ซึ่งคนที่นำคลิปเสียงออกมาแฉต้องรับผิดชอบว่าเป็นการต่อรองจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเต้าข่าว เพื่อต้องการทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันนิติบัญญัติและพรรคฝ่ายรัฐบาล เพราะมีการให้ข่าวว่ามีคนของพรรครัฐบาลติดต่อไป ดังนั้นต้องพิสูจน์ให้สังคมได้เห็น

       “หากเป็นการต่อรองตามในคลิปจริงก็ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี แต่หากเป็นเพียงการเต้าข่าวขึ้นมาเพื่อทำลาย คนที่นำคลิปออกมาแฉก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน หากคลิปเสียงเป็นการต่อรองจริงน่าจะมีความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 30 และมาตรา 31 รวมถึงผู้รับและผู้ให้ยังอาจจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาอีกด้วย” นายสิระระบุ      

 

 

            ธรรมนัสชี้23ล.กับ3ปีรัฐบาลไม่น่าคุ้ม

       ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ยืนยันไม่ทราบเกี่ยวกับคลิปเสียงซื้อ ส.ส. ส่วนที่มีการคาดว่าเสียงคล้าย ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐนั้นก็ให้ไปถามเขาดู

 

 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

 

       ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ฟังก็เลยไม่รู้คลิปเสียงที่พูดนั้นเป็นใคร และถ้าดูด้วยเหตุด้วยผลไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเงิน 23 ล้านบาทกับอีก 3 ปีที่เหลือ และในสถานการณ์เช่นนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็มีเสียงที่เข้มแข็งอยู่แล้ว พรรคพลังประชารัฐในเวลานี้มีจำนวน ส.ส.มากพอสมควร ยังไม่มีความจำเป็นในการหาเสียงเพิ่ม

       “ที่หลายฝ่ายกังวลว่าพรรคอื่นจะนำไปเป็นการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีในอนาคตนั้น ก็เป็นเรื่องของ ส.ส.ที่ตัดสินใจว่าจะไปร่วมกับพรรคใด แต่ท้ายที่สุดแล้วตำแหน่งต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอบข้อถามที่มีการมองว่าการซื้อ ส.ส.ครั้งนี้เพื่อนำไปเสริมความเข้มแข็งให้แก่แต่ละพรรคเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองตำแหน่ง

       พรรคชัชเปิดกว้างรับเด็กอนค.

       น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ปฏิเสธชักชวน ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ เข้าสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท เนื่องจากไม่ต้องการให้ถูกโจมตีว่าออกจากพรรคแล้วยังชักชวนคนอื่นเข้ามา 

       “หากเพื่อน ส.ส.คนใดมีความประสงค์จะมาอยู่กับพลังท้องถิ่นไท ก็อยากให้เกิดจากความสมัครใจ เพราะนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรค พร้อมเปิดรับ ส.ส.อดีตอนาคตใหม่ทุกคน แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่ามีการติดต่อทาบทามมาร่วมพรรคหรือไม่”

 

       “ชวน”ยกคำพระสอนนักการเมือง

       ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงว่าคลิปดังกล่าวเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ หรือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล คงไม่ใช่เรื่องนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ถ้าไปทำผิดในเรื่องของจริยธรรม หรือผิดกฎหมายก็ต้องว่าไปตามเรื่องนั้นๆ ทั้งกฎหมายอาญา พรรคการเมือง หรืออื่นๆ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ค่อยปรากฏ คนซื้อคนขายไม่ปรากฏตัว เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ 

       “ทุกคนมีหน้าที่ก็ต้องทำ การทำหน้าที่คือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ พูดตามคำพระอย่างท่านพุทธทาสภิกขุ การปฏิบัติหน้าที่คือการปฏิบัติธรรมะ และธรรมะก็คือหน้าที่ แต่ต้องเป็นหน้าที่ที่สุจริต ซึ่งในฐานะนักการเมืองก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ” นายชวนระบุ

       จี้กกต.เบรกคณะอนค.เคลื่อนไหว

       วันเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ กกต.สั่ง 11 กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพราะยังเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น กรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค อภิปรายนอกสภาที่สาขาพรรค และทำให้เรื่องลุกลามใหญ่โต ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวพันระหว่างประเทศ ถือเป็นการกระทำที่ละเมิดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามผู้ที่ถูกตัดสิทธิไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงมายื่นเรื่องให้ กกต.วินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญคือห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นระยะเวลา 10 ปีนับจากวันนี้เป็นต้นไป และขอให้อดีตคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ยุติการเคลื่อนไหวเพื่อให้บ้านเมืองกลับสู่ปกติ

       เมื่อถามว่า หากเคลื่อนไหวในนามคณะอนาคตใหม่ไม่ใช่ในนามอดีตพรรค นายสนธิญา กล่าวว่า เรื่องนี้ กกต.ต้องวินิจฉัยออกมาให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและขอให้ทุกคนเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรนูญ สังคมไทยหรือสังคมที่ไหนก็ตามถ้าไม่มีกฎหมายก็อยู่ไม่ได้

   

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

 

             อัดพวกกุ๊ยแฉท้าเปิดหลักฐาน

           เวลา 20.15 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ออกมาแถลงข่าวเปิดข้อมูลมีการรับเงินกรณี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ย้ายพรรค ว่า ยืนยันไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องกับการย้ายพรรคของ 9 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ที่เข้ามาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ใช่งูเห่า เพราะไม่มีพรรคสังกัดแล้ว ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมเปิดรับหากใครคิดว่าจะมาทำงานช่วยงานพรรค

          “ต้องอัดเทปกันหมด มารยาทต้องมี เป็นพฤติกรรมกุ๊ย ไม่ใช่อารยธรรม ทำกันอย่างนี้ได้ยังไง ผมไม่ฟ้องกุ๊ย เพราะจะได้อะไรขึ้นมา ไม่ใช่กงการอะไรของคนที่มาแถลง ไม่มีเรื่องเงิน ถ้ามีหลักฐานลุยเลย อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจ่ายให้ ไหนบอกทำการเมืองใหม่ ก็ต้องทำในสิ่งที่อารยชนเขาทำกัน” นายอนุทินกล่าว

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ