เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้รายงานต่อที่ประชุมกรรมการ กกต.ให้รับทราบ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่จากเหตุกู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาท จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่กกต.จะต้องแจ้งให้พรรคอนาคตใหม่ปฏิบัติ โดยในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ที่ประชุมกกต.ได้ให้สำนักงานกกต. ไปขอคัดคำวินิจฉัยกลาง และคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการทุกคนมาเพื่อพิจารณาว่ามีกี่ประเด็นที่เข้าข่ายกกต.ต้องดำเนินอาญา เนื่องจากการดำเนินคดีอาญาจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย ภายหลังศาลมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่  พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะประกาศคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อห้ามไม่ให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรคอนาคตใหม่ซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ ภาพ เครื่องหมาย ของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบตามมาตรา 94 วรรคสอง และจะออกหนังสือแจ้งไปยังหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้ส่งบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงิน รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินของพรรคกลับมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เพื่อแจ้งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ รวมถึงแจ้งให้ทราบว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ หากไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนด 60 วัน ดังกล่าวตามมาตรา 101 (10)
 

          สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ 32 พรรคการเมือง ที่มีการกู้เงินในลักษณะเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่นั้น เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือไปยังทั้ง 32 พรรค ให้ชี้แจงว่ารายการกู้ยืม เงินทดรองจ่าย เงินยืม ที่แสดงในรายการงบการเงินของพรรคปี 2561 ที่ยื่นต่อกกต.นั้น เป็นการกู้แบบใด ยอดเงินที่มีการแจ้งนั้น เป็นการกู้จากบุคคลเดียว หรือเป็นยอดรวมที่กู้จากหลายบุคคล และกู้ในช่วงเวลาใด ก่อนหรือหลังการบังคับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560