คมชัดลึกออนไลน์ 31 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

"บิ๊กแป๊ะ" แจงกมธ.กฎหมาย ยันไม่มีทหารแทรกแซงวิ่งไล่ลุง

19 กุมภาพันธ์ 2563 - 13:41 น.
บิ๊กแป๊ะ,ผบตร,กมธกฎหมาย,ใช้อำนาจแทรกแซง,จัดงานวิ่งไล่ลุง,ข่าววันนี้
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 303 ครั้ง

ผบ.ตร. แจง กมธ.กฎหมาย ปมถูกมองใช้อำนาจแทรกแซงจัดงาน "วิ่งไล่ลุง" ยัน ดูแลกิจกรรมทุกพื้นที่ตามกฎหมาย อย่าสงสัยตำรวจเอียงข้าง ย้ำ ไม่มีทหารเข้ามาแทรกแซง


คลิปที่ 1

 

 

         เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2563 - พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษชน สภาผู้แทนราษฎร จากกรณีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจการใช้อำนาจในการแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ของนิสิต นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยมี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธานกรรมาธิการฯ 

คลิปที่ 2

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

          ทั้งนี้ ก่อนการเข้าสู่วาระ นายปิยบุตร ได้ขอให้ กมธ.ปรบมือเพื่อแสดงความชื่นชม ต่อ ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา 

 

 

         จากนั้นได้เข้าสู่วาระโดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในฐานะรองคณะกรรมธิการคนที่สี่ นายรังสิมันต์ โรม และนายสุทัศน์ เงินหมื่น ในฐานะกรรมาธิการ ได้สอบถาม ผบ.ตร. ถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรับมือกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ว่ามีการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เพราะการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สอดคล้องกัน บางที่มีการข่มขู่ คุกคาม โดยเฉพาะนักศึกษามีการติดตามแม้กระทั่งคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด และได้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมอย่างไรบ้าง ขณะเดียวกัน นายรังสิมันต์ ได้สอบถามเพิ่มเติมว่าการทำงานของตำรวจมีทหารเข้ามาแทรกแซงหรือไม่
         

คลิปที่ 3

 

 

          โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ยืนยันว่าการทำงานตำรวจไม่เคยมีทหารเข้ามาแทรกแซง และแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่คือทำตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เน้นการดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะ เกิดความรุนแรง หรือใช้อาวุธ เหมือนกับการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมา และได้ถอดบทเรียนมาตลอดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม พร้อมระบุว่า ตน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของผู้ชุมนุม ขออย่าสงสัย ว่าตำรวจจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และที่ผ่านมาก็ดำเนินคดีกับทุกฝ่ายไม่มีการเลือกปฏิบัติ แต่ความยากง่ายในการดำเนินการแต่ละคดีต่างกันจำเป็นต้องใช้เวลา สิ่งสำคัญคือไม่อยากเห็นประชาชนลงถนน และขอผู้ชุมนุมอย่าทำอะไรที่สุ่มเสียงผิดกฎหมาย และพร้อมรับข้อเสนอจาก กมธ.เพื่อนำไปทบทวนและปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์

 

          ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุด รอง ผบ.ตร. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การรับมือการชุมนุมนั้นไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ให้แต่ละพื้นที่ดูเป็นรายกรณีตามสถานการณ์ บางพื้นที่จำเป็นต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาข่าว จนอาจถูกมองว่าเป็นการข่มขู่ คุกคามประชาชน แต่ก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์พัฒนาไปจนเป็นอันตรายกับประชาชน และการจัดกิจกรรมได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่เจตนา เพราะการชุมนุมนั้นมีอยู่สองแบบคือแบบจัดตั้งและเพื่อปากท้อง.

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ