royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
การเมือง

รมว.ศึกษาฯ ตรวจ รร.ประถม เช็คระบบสกัดไวรัสโควิด-19 และ PM2.5

12 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:22 น.
โควิด19,ไวรัสโคโรน่า,ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่,ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019,ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่,ไวรัสโคโรนา,โควิด-19,COVID19,Covid-19
Shares :
เปิดอ่าน 237 ครั้ง

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก ตรวจสอบระบบป้องกันไวรัส โควิด-19 ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และ PM 2.5 ในเด็กประถม


คลิปที่ 1

 

                 วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 10.30 น. ที่โรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางตรวจไปเยี่ยมโรงเรียนในระดับชั้นประถม เพื่อทำการตรวจสอบระบบการป้องกัน และความพร้อมในการรับมือไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 

อ่านข่าว-ฝุ่น PM2.5 พุ่งเกินเกณฑ์ 21 เขตกทม.ระดับส้ม

 

 

 

 

 

คลิปที่ 2

                 ทั้งนี้ นายณัฏฐพล เปิดเผยว่า เรื่องปัญหาสุขลักษณะอนามัย ถือเป็นเรื่องสำคัญในโรงเรียน โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาเรื่องมลพิษและเรื่องโรคระบาดต่างๆ เป็นเรื่องที่ตนได้ติดตามจากการที่ได้ลงไปในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยได้มีการพูดคุยกับทีมแพทย์สาธารณสุข พร้อมกับได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงฯ ได้มีการเตรียมแผนไว้รองรับ โดยให้มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น และให้ข้อมูลไปถึงเด็กนักเรียนและผู้ปกครองในการดูแลเรื่องความสะอาดของทั้งโรงเรียน และที่บ้าน เช่น การใช้ช้อนส้อมแทนช้อนเดียว เพราะเด็กอาจใช้นิ้วมือเกลี่ยอาหารให้ลงช้อนได้ รวมถึงการกินร้อนช้อนกลาง ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทางแพทย์ อยากให้ทางโรงเรียนได้มีการปรับปรุงในส่วนอาหารกลางวันของเด็กๆ ซึ่งจะต้องมีการให้ความเข้าใจ และสามารถเผยแพร่ความจำเป็นในส่วนนี้ออกไป

 

 

 

 

                 โดยเฉพาะการที่เด็กต้องดูแลตัวเอง ต้องหมั่นล้างมือทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ ทั้งภายในโรงเรียน และที่บ้าน หรือสถานที่ต่างๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โรงเรียนอาจจะเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในการเผยแพร่โรคอะไรต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่มีโรคระบาดเท่านั้น การแพร่ของหวัดหรือโรคอื่นๆ เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความระมัดระวัง ถ้าทำเป็นวินัยอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นความเคยชินของเด็กนักเรียนอย่างที่เราเห็นที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อไหร่ที่มีปัญหาหรือเด็กๆ เริ่มมีอะไรต่างๆ ก็จะปิดปาก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดี ที่น่าจะเสริมสร้างในโรงเรียน

 

 

 

 

 

คลิปที่ 3

                 นายณัฏฐพล กล่าวต่อไปว่า ส่วนการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ซึ่งต้องยอมรับว่า PM 2.5 เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข แม้ขณะนี้อาจจะมีการปิดจมูกกัน แต่เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ เราสามารถลดปัญหาเรื่องของฝุ่นจากการบริหารจัดการด้านรถสาธารณะ พื้นที่ก่อสร้าง ในการควบคุมการมีวินัยในสถานที่ก่อสร้างให้เข้มข้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้วางมาตรการเอาไว้ โดยมองเป้าว่า 3-5 ปี เราจะสามารถบริหารจัดการเรื่องฝุ่นให้ได้ โดยทุกคนต้องร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ในทุกๆ จังหวัดที่มีปัญหา สังเกตได้ในจังหวัดที่มีฝุ่นมากเกิดจากการเผา ทั้งนี้เป็นเรื่องของความเข้าใจ หากไม่เผาจะมีการบริหารจัดการอย่างไร พยายามทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับประชาชนอยู่ กิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำมาเราเห็นแล้วว่าวันนี้มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ฉะนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางหรือกิจกรรมของเราเอง กระทรวงศึกษาเป็นหลักในการที่จะให้ความรู้ความเข้าใจทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครู หวังว่าการขับเคลื่อนของรัฐบาล กระทรวงศึกษาทำให้การสร้างวินัยเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นของทุกภาคส่วน

 

 

 

 

                 สำหรับการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในครั้งนี้ได้ตรวจความพร้อมตามโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก ซึ่งมีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 รวมจำนวนทั้งหมด 446 คน

 

 

 

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ