6 กุมภาพันธ์ 2563  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 6 คน ในวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์และลงมติในวันที่ 27กุมภาพันธ์ 

 

โดยกล่าวว่า การกำหนดวันดังกล่าว คณะรัฐมนตรีไม่ได้มีปัญหา แม้จะเลื่อนการอภิปรายมาเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์.แต่เริ่มในช่วงบ่าย โดยช่วงเช้าก็ยังประชุมครม.ได้ ส่วนที่คาดการณ์ว่าการประชุมจะอาจขยายไปถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้และลงมติในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก็ไม่เป็นไร ในตอนแรกที่วิปรัฐบาลแจ้งมา ครม. ก็ยังไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะให้เป็นวันนั้นวันนี้หรือถึงเมื่อไร โดยบอกไปว่าครม.สะดวกตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.เป็นต้นไป 

 

เรื่องนี้เป็นอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่จะกำหนด ซึ่งจะถามมาที่รัฐบาลว่าสะดวกเมื่อไหร่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ วิธีปฏิบัติเช่นนี้ทำมาตั้งแต่อดีต ก่อนหน้านั้นที่มีการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 สภาฯก็ได้ประสานเรื่องวันมาเช่นนี้ รัฐบาลก็ตอบไป แต่ประธานสภาฯ ก็ไม่ได้เอาตามนั้น แต่เป็นช่วงเวลาใกล้เคียง ซึ่งการอภิปรายครั้งนั้นเป็นการพูดกับรัฐบาลทั้งคณะจึงต้องกำหนดวันให้ชัดเจนว่าใครติดอะไรหรือไม่ แต่ครั้งนี้จะหนักที่ตัวผู้ถูกอภิปรายทั้ง 6 คน ถ้าคนอื่นไม่ว่างก็ไม่ได้เป็นปัญหา มีแต่กรณีที่ต้องตรวจสอบกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้ชัดเจน เพราะมีกำหนดนัดหมายประชุมเอาไว้ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นก็สลับสับเปลี่ยนได้ และตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าไปไหน เพราะระวังเรื่องหวัดกันอยู่

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งทีมอดีต ส.ส. นอกสภา เพื่อพิทักษ์รัฐมนตรีสามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ก็เห็นมีคนไปตั้งโต๊ะแถลงที่สภา ไปกอดจูบอะไรกันก็มี ก็เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งประธานสภาฯ และเลขาสภาฯ จะเป็นคนดูแล เพราะตนไม่ทราบว่าจะมีระเบียบวิธีใช้ห้องสภาฯแถลงอย่างไร เพราะเคยใช้อยู่ครั้งเดียว 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดประสงค์ของนายสุภรณ์ เพื่อจะตั้งทีมอภิปรายฝ่ายค้านกลับคืน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบให้ไปถามเขาเอง เมื่อถามว่า ในส่วนของนายวิษณุ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วยในการชี้แจงใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่ววว่า ตอบไปแล้วว่า ไม่ว่าใครใน 6 คนคงไม่ต้องการองครักษ์มาช่วย เมื่อส.ส. จะต้องทำหน้าที่พิทักษ์เป็นองครักษ์เรื่องข้อบังคับการประชุมสภา ก็เป็นเรื่องของเขา การจะมาพิทักษ์โดยลุกขึ้นตอบแทนหรือสู้แทนนั้นไม่ควร เพราะจะต่อเวลาให้ยาวออกไปเปล่า ๆ เวลาเป็นเงินเป็นทอง แค่ 3-4 วันก็จะไม่พออยู่แล้ว แต่ถ้าส.ส.จะทำหน้าที่ดูแลรักษากฎระเบียบต่างๆ ที่บางครั้งประธานสภาฯอาจไม่ได้ยิน เขาก็ทำหน้าที่ประท้วงเพื่อบอกให้ประธานฯ รู้ และให้ประธานฯ ชี้ขาด เท่านั้น

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาฯ จะทำให้บรรยากาศการอภิปรายจะเรียบร้อยขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เราคาดหวังอย่างนั้นทุกครั้ง แต่ผลอาจจะไม่ได้เป็นไปตามนั้นทุกครั้ง การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด สำหรับการตรวจสอบรัฐบาลจึงมีผู้สนใจ และประชาชนจับตาดูมาก ฉะนั้นถ้าไม่เกรงใจประธานฯ ก็ช่วยเกรงใจประชาชนหน่อย ตนพูดเผื่อไปถึงทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายประท้วง