ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ ห้องพิจารณา 709 เวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550

 

 

 

              หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนพรุจ หรือ นพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 , นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน , นายวันชัย นาพุทธา , นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1 - 7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

              คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคน จากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวง ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธง ตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส

 

 

 

              อย่างไรก็ตาม คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ให้จำคุก นายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์ , นายณัฐวุฒิ , นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4 - 7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้อง นายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2 - 3 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์

              ต่อมาวันที่ 10 มกราคม 2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็น ผู้สนับสนุนต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม , มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4 - 7 คน ละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 - 7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2 - 3

 

 

 

              ก่อนหน้านี้ ในการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เนื่องจาก นายวีระกานต์ , นายณัฐวุฒิ , นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4 - 7 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธความผิดต่อสู้คดี เป็นขอให้การใหม่ เป็นรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี ศาลอาญาจึงต้องส่งคำพิพากษาศาลฎีกาคืนให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป กระทั่งล่าสุดมีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ ทั้งนี้ ในส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ยังคงยืนยันให้การปฏิเสธ เพราะยังมีหลักฐานสู้คดีเป็นใบรับรองแพทย์

              ด้าน นายธำรงค์ หลักแดน หนึ่งในทีมทนายความ นปช. เปิดเผยว่า แกนนำ นปช. เท่าที่ได้คุย ยืนยันว่า จะมาฟังคำพิพากษา ส่วนคำถามว่าจะมีการยื่นคำร้องอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายธำรงค์ ระบุว่า จะไม่ยื่น

 

 

 

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 กุมภาพันธ์) เฟซบุ๊กของ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษา นปช. ได้โพสต์หัวข้อ “การก่อเกิดและชีวิตของขบวนการประชาชนทางการเมือง” มีเนื้อหาสรุปว่า “การก่อเกิด นปช. ขบวนการประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการของคนเสื้อแดง ที่ต่อสู้มายาวนานตั้งแต่ 2549 จนปัจจุบัน 2563 คดีความมีทุกประเภท ส่วนแกนนำ นปช. เดิมๆ ส่วนมากก็เวียนกันเข้าคุกและต่อสู้คดียาวนานนับสิบๆ ปี ขาและแขนก็ถูกพันธนาการโดยโซ่ตรวนทางกฎหมาย (ที่ประชาชนไม่ได้เขียนและไม่ได้ใช้อำนาจ) และบ้างก็ไปสังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งหนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลา (และเรื่องราว) พิสูจน์คน ว่าเป็นนักต่อสู้ประชาชนจริงหรือไม่ แต่ไม่ต้องวิตกไปเพราะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ การต่อสู้ของประชาชนที่ก้าวหน้านั้นมีชีวิต ไม่ได้หยุดนิ่ง ยึดติดกับบุคคลหรือองค์กรใดๆ นี่เป็น 13 ปีของการต่อต้านเผด็จการที่ยาวนานกว่าการต่อสู้ของขบวนการประชาชนใดๆ ที่เคยมีมาในอดีต เมื่อภารกิจยังไม่บรรลุ การต่อสู้ของประชาชนก็จะขับเคลื่อนต่อไป”

 

 

 

              ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ได้โพสต์ข้อความก่อนถึงวันตัดสินคดีมีใจความว่า “ของมันแรง... ขนาดส่งหงส์แบน(ชุดเล็ก) ลงทั้งชุดยังทะลุเข้ารอบ 5 ได้ รอบต่อไปเจอเชลซี ไม่รู้ต้องส่งหงส์กลม(ชุดใหญ่) ลงสู้หรือเปล่า ชั่วโมงนี้ไม่ว่าหงส์ไหน อีกฝ่ายหัวทิ่มหัวตำทั้งนั้น”

              ส่วน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้กล่าวในรายการ “หยิบข่าวมาคุย” ถึงกรณีศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับบรรดาหมู่มิตร เราเองก็น้อมรับชะตากรรม เพราะว่าการเข้าคุกออกคุกกันในช่วง 10 ปี ก็สลับมือกันโดยตลอด หลังจากพ้นโทษก็จะต้องบวกโทษทางการเมืองอีก 10 ปี และตนก็จะไปให้กำลังใจ ทั้งนี้มีอีกหลายเรื่องราวซึ่งไม่ใช่ฝ่าย นปช. เท่านั้น เราอาจจะติดคุกมากกว่าใครเขา ฝ่ายอื่นๆ ก็อยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งก็ถูกกันทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น นปช. พันธมิตร กปปส. นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงแต่ว่าพวกเรานั้นจะติดคุกมากกว่าเขาหน่อยเพราะว่าคดีก็เดินกันมายาวนานพอสมควรทั้งหมดเป็นเรื่องชะตากรรม