royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
การเมือง

บุกจี้ กรมเจ้าท่า ฟัน เสรีพิศุทธ์ รุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา

24 มกราคม 2563 - 17:27 น.
เสรีพิศุทธ์,กรมเจ้าท่า,รุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา,ตรวจสอบท่าเรือ,บ้านพัก,ย่านเกียกกาย,สร้างเกินที่ขออนุญาต
Shares :
เปิดอ่าน 442 ครั้ง

"ศิริวัฒน์ โมรานนท์" บุก "กรมเจ้าท่า" ร้องตรวจสอบท่าเรือบ้านพัก "เสรีพิศุทธ์" ย่านเกียกกาย สร้างเกินที่ขออนุญาต ล่วงล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ระบุคดียุติแค่ส่วนเดียว


 

 

          วันนี้ (24 ม.ค.) ที่กรมเจ้าท่า พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี) เดินทางยื่นหนังสือต่อ นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เพื่อให้ตรวจสอบกรณีมีการปลูกสร้างท่าเรือหน้าโฉนดที่ดิน เลขที่ 4295 ซึ่งติดกับ วัดจันทรสโมสร เขตดุสิต ล่วงล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งท่าเรือดังกล่าวอยู่ในพื้นที่บ้านพักของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร

 

 

          พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า ได้ติดตามข่าวที่เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าเข้าแจ้งความตำรวจ สน.บางโพ ว่ามีการสร้างท่าเรือดังกล่าวรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่เป็นตามแบบที่ขออนุญาตไว้ ซึ่งทาง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่เป็นเจ้าของระบุว่า เรื่องยุติแล้ว ในฐานะที่ตนเป็นผู้ที่เคยร้องทุกข์กล่าวโทษขอให้ดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นว่าคำชี้แจงของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะกรณีที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 1 มีคำสั่งยุติดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.53 นั้น เฉพาะเรื่องการสร้างโดยไม่ขออนุญาตจากสำนักงานเขต แล้วตำรวจสั่งไม่ฟ้อง เพราะคดีขาดอายุความ 1 ปี เท่านั้น แต่ส่วนที่สร้างท่าเทียบเรือสร้างเกินไปจากที่ขออนุญาตกรมเจ้าท่า และจากภาพถ่ายทางอากาศพบว่ารุกล้ำลำน้ำสาธารณะนั้น ยังไม่มีการตรวจสอบ และไม่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ด้วย

 

          “คดีนี้ยังไม่จบ ผมมายื่นเรื่องและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ กรมเจ้าท่า เพื่อตรวจสอบว่า การก่อสร้างท่าเทียบเรือของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ได้ขออนุญาตจากกรมเจ้าท่าว่าเป็นการบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยาหรือไม่“ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าว 

 

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เคยทวงถามเรื่องไปยังศาลปกครองเกี่ยวกับคดีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ฟ้องกระทรวงคมนาคมและพวก กรณีรื้อถอนรีสอร์ตใน จ.กาญจนบุรี รุกล้ำแม่น้ำแควน้อย ความคืบหน้าเป็นอย่างไร พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเองยังติดตามความคืบหน้าอยู่ เพราะเป็นผู้กล่าวหาในส่วนของสำนวนคดีอาญา พนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากมีการขออนุญาต แต่ส่วนที่มีข้อพิพาทกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มาฟ้องตนและนายตำรวจอีกหลายคน รวมถึงกรมเจ้าท่า ว่าปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบมีการบุกรุก ซึ่งคดีที่ถูกพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ฟ้องที่ อ.ทองผาภูมิ ยุติไปแล้ว แต่ในส่วนของศาลปกครองกลาง ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นผู้ฟ้องกรมเจ้าท่า มีคำพิพากษามาแล้วว่าการที่กรมเจ้าท่าสั่งรื้อนั้นชอบด้วยกฎหมาย และอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ระยะเวลา 5 ปี และศาลสูงยังไม่มีคำวินิจฉัยลงมา จึงขอฝากกรมเจ้าท่าให้ติดตามเรื่องนี้ด้วย        

 

 

          เมื่อถามว่าเหตุที่มาร้องต่อกรมเจ้าท่า เพราะเป็นคู่ความกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า จะมองอย่างนั้นก็ได้ แต่ตนเห็นในข่าวว่ากรมเจ้าท่าไปแจ้งความ และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกมาพูดไม่ครบประเด็น จึงนำเอกสารในส่วนที่เกี่ยวข้องมายื่นให้กรมเจ้าท่าเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติม เป็นการทำให้จบกระบวนการ  

 

          ด้าน อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวเสริมว่า เบื้องต้นเมื่อตนได้รับหนังสือแล้ว ก็จะดำเนินตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงและ มีความผิดหรือไม่อย่างไร ถ้าพบว่ามีความผิด ก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ซึ่งทางกรมฯได้มีการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะทั่วประเทศอยู่แล้ว ถ้าหากพบว่ามีการกระทำความผิด ก็จะมีขั้นตอนการดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะแจ้งความ หรือสั่งให้รื้อ

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา นายธวัชชัย ฮะประสาร หัวหน้ากลุ่มคดีและบังคับคดี สำนักกฎหมาย กรมเจ้าท่า ได้เข้าแจ้งความต่อ สน.บางโพ ให้ดำเนินการตรวจสอบกรณีมีผู้สร้างท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านห้างแม็กโคร สาขาบางกระบือ ถ.สามเสน ซึ่งระบุว่าเป็นของนักการเมืองคนดังในซีกฝ่ายค้าน หลังพบว่ามีเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2544 แต่กลับมีการก่อสร้างผิดแบบ ไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาตไว้ ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ยอมรับว่าเป็นท่าเรือของตนเอง แต่คดีได้ยุติไปตั้งแต่ปี 2553 แล้ว

 

          ทั้งนี้จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ไม่ปรากฏว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถือครองบ้านหลังดังกล่าวแต่อย่างใด โดยมีรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มักใช้บ้านหลังดังกล่าวจัดกิจกรรมของพรรคเสรีรวมไทยบ่อยครั้ง.

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ