เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2563 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธาน ส.ส. พรรค ยื่นหนังสือต่อคณะทำงานของประธานสภา เพื่อขอยื่นญัตติด่วนแก้ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างทั้งใน กทม. และ ต่างจังหวัด ซึ่งผลกระทบดังกล่าวยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาเบาบางลง ซึ่งการยื่นญัตติเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาและหามาตรการแก้ไข และแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการออกมา แต่ส่วนตัวมองว่าสภาผู้แทนราษฎรก็ควรเป็นอีกด้านหนึ่งที่ร่วมกันช่วยแก้ปัญหานี้ เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนปัญหาของประชาชนถึงปัญหามลพิษ และสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นเวทีที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนด้วย หวังว่าเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมสภาจะเห็นด้วยกับญัตตินี้

 

          นายองอาจ กล่าวอีกว่า ปัญหาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นเป็นปีแรก ย้อนกลับไป 2 ปีที่ผ่านมาก็มีปัญหาที่เกิดขึ้น ประชาชนและภาครัฐมีการตื่นตัวจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ถึงขนาดปีที่แล้วรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ โดยแก้ไขตามลำดับขั้นตั้งแต่ระดับต้นระดับกลาง และปลาย แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ถูกแก้ไขอย่างต่อเนื่องจนส่งผลมาขณะนี้


          นายองอาจ กล่าวว่า ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (21 ม.ค.) ก็ได้ออกมาตรการมาทั้งหมด 12 ข้อที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐและเกี่ยวข้องกับประชาชนรวมถึงกับทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกันช่วยกันแก้ไขปัญหา ตนอยากจะเสนอไปที่รัฐบาลว่ามาตรการทั้ง 12 ข้อของรัฐบาลเป็นเรื่องดี แต่จะขอฝากให้รัฐบาลใน 3 แนวทางเสริม ขอให้รัฐบาลช่วยประชาสัมพันธ์และเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเฉพาะการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างจริงจัง ในมาตรการที่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้งมาตรการที่ขอความร่วมมือจากประชาชนรัฐบาลควรมีมาตรการเสริมขึ้นมา เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนให้ความร่วมมือ อาทิ ขอให้งดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หากจะให้ประสบความสำเร็จ ต้องประสานกับขนส่งสาธารณะทุกประเภทให้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และมาตรการให้เจ้าหน้าที่ออกมาจับรถควันดำอย่างจริงจังนั้น รัฐบาลต้องเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่เกิดปัญหา ดังนั้นขอให้รัฐบาลอดทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์และรีบช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน.