คมชัดลึกออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

นัดชี้ชะตา ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีร้อง ยุบอนาคตใหม่

20 มกราคม 2563 - 21:27 น.
หนังสือพิมพ์ยุบพรรคอนาคตใหม่,ศาลรัฐธรรมนูญ
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 493 ครั้ง

ลุ้นยุบอนาคตใหม่ ส.ส.ขอปักหลักพรรค ศาลเข้ม-ตร.รอรับมือ บิ๊กตู่ลงใต้อ้อนซักฟอก


 

               นัดชี้ชะตา ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีร้อง ‘ยุบอนาคตใหม่’ วันนี้ สั่งเข้มรักษาความปลอดภัย บช.น.ส่งตำรวจ 150 นายรับมือมวลชน ด้านธนาธรไม่ไปฟังคำตัดสิน นัดแกนนำแสดงจุดยืนที่พรรค ฝ่ายค้านถกซักฟอก ชี้แชทหลุด “ปารีณา-ธรรมนัส” หลักฐานชิ้นสำคัญใช้ก.ม.ช่วยเหลือกัน “บิ๊กตู่” ลงใต้ คนนราฯ เชียร์พรึบ อ้อนนร.ศึกซักฟอกจะไล่นายกฯ จะช่วยเขาหรือช่วยเรา น้อยใจโซเชียลโจมตีหนัก ขณะที่ศาลฎีกานัดชี้ชะตา ‘สรยุทธ’ วันนี้ ด้านเจ้าตัวยังเก็บตัวเงียบ

 

 

               ความคืบหน้ากรณีศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง หรือคดีอิลลูมินาติ พรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 21 มกราคม นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม มีรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นำรั้วเหล็กมาตั้งเพื่อกันพื้นที่บริเวณลานกิจกรรมอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารเอ) ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ

 

               เนื่องจากวันที่ 21 มกราคม เวลา 11.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

 

ศาลรธน.เข้มอ่านคำวินิจฉัย

 

               นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำจอภาพขนาดใหญ่และลำโพงมาติดตั้งโถงด้านหน้าศาล เพื่อถ่ายทอดการอ่านคำวินิจฉัยผ่านระบบวงจรปิดมาให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ เข้ารับฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดี โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งมายังสื่อมวลชนถึงแนวทางปฏิบัติในวันดังกล่าว โดยจะทำการถ่ายทอดวงจรปิดลงมาบริเวณโถงชั้น 2 และห้องสื่อมวลชน หากมีการสัมภาษณ์ขอความร่วมมือสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวนอกเขตที่ทำการศาลเท่านั้น

 

 

 

               ขณะที่ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบดูงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) จัดวางกำลังตำรวจจำนวน 1 กองร้อย หรือประมาณ 150 คน คอยรักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาล

 

               โดยตนเป็นผู้ควบคุมในภาพรวม และ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ด้านในศาล จะมีเจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้ดูแลทั้งหมด สำหรับการข่าวยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรงใดๆ และเชื่อว่าไม่มีอะไรที่น่ากังวล

 

ตำรวจเข้มรับมือมวลชน

 

               วันเดียวกัน พล.ต.ต.พัฒนา พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ได้ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวางมาตรการดูแลความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่บริเวณโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่า อาจจะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจในการตัดสินดังกล่าว

 

               โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ในระหว่างการประชุม ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากน้อยเพียงใดในการดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ

 

ธนาธร-อนค.ไม่ไปฟังคำตัดสิน

 

               ด้าน น.ส.​พรรณิการ์​ วานิช​ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง หรือคดีอิลลูมินาติ แกนนำพรรค และ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำตัดสินพร้อมกันที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ​

 

               ทั้งนี้หากสมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ต้องการมาร่วมฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไปพร้อมๆ กัน ก็สามารถเดินทางมาแสดงพลังได้ที่​สำนักงานใหญ่พรรค อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้น 5

 

               น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า​ การยุบพรรคการเมืองในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งปกติ​ และไม่ควรเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ ​เพียงเพราะพรรคทำไม่ถูกใจคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนนับล้านๆ คน การทำลายพรรคจึงเท่ากับการทำลายเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน และผลักให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจในระบบการเมืองที่เป็นอยู่

 

‘สมชัย’ถามมีดาบสองหรือไม่

 

               นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า ดาบแรกตัดคอสะบั้นแล้ว ยังจะต้องมีดาบสองหรือไม่ คำร้องที่ได้ยื่นต่อศาลแล้ว ก่อนศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือมีคำสั่ง ถ้าผู้ร้องตายหรือมีการถอนคำร้อง หรือไม่มีเหตุต้องวินิจฉัยคดีนั้น ศาลจะพิจารณาสั่งจำหน่ายคดีนั้นก็ได้ เว้นแต่การพิจารณาคดีต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ (มาตรา 51 พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561) กำลังสมมุติสถานการณ์ว่า

 

               หากในวันที่ 21 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ด้วยเหตุมาตรา 92(2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ระบุว่า “กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

 

               แล้วคดีเงินกู้พรรค ที่ กกต.ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุการณ์กระทำผิด ตามมาตรา 72 “ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” นั้น ยังจะเดินหน้าพิจารณาต่อไปอีกหรือไม่

 

               "เปรียบดาบแรกตัดคอขาดแล้ว ยังต้องมีดาบสองเพื่อตัดซ้ำอีกหรือไม่ ดังนั้น เราอาจได้ยินประโยคว่า “ดังนั้น เมื่อมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว ก็ไม่มีเหตุต้องวินิจฉัยคดีเงินกู้พรรค ซึ่งเป็นการกระทำผิด ตามมาตรา 92(3)” กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74“ ทั้งนี้เนื่องจาก ผลของคำวินิจฉัยนำไปสู่ผลที่เหมือนกัน คือ ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง” นายสมชายระบุ

 

ไทม์ไลน์คดี‘อิลลูมินาติ’อนาคตใหม่

 

               สำหรับคดีอิลลูมินาติ พรรคอนาคตใหม่นั้น นายณฐพร ยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย "ยุบพรรคอนาคตใหม่” กรณีล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 เสียงรับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัย

 

               จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ต่อมาวันที่ 27 กันยายน 2562 พรรคอนาคตใหม่ยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือแจ้งพรรคอนาคตใหม่ ไม่รับคำร้องให้ไต่สวนพยาน เนื่องจากคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ พร้อมนัดอ่านคำวินิจฉัย ในวันที่ 21 มกราคม 2563 เวลา 11.30 น.

 

ศาลฎีกานัดชี้ชะตา“สรยุทธ”วันนี้

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินัจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 มกราคม แล้ว ในวันเดียวกันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือ นางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณา บมจ.อสมท, บริษัทไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัท ไร่ส้ม ฐานทุจริตค่าโฆษณาเกินเวลา รายการ คนคุ้ยข่าว ทำให้ บมจ.อสมท เสียหายกว่า 138 ล้านบาท ทั้งนี้มีรายงานว่า นายสรยุทธยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านพัก

 

               คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นสั่งจำคุกนางพิชชาภา 20 ปี จำคุกนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑา คนละ 13 ปี 4 เดือน และสั่งปรับบริษัทไร่ส้ม 80,000 บาท โดยนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑา ได้ยื่นหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างฎีกาสู้คดี เช่นเดียวกับ น.ส.พิชชาภา ก็ได้ประกันตัวไป 5 ล้านบาทเช่นกัน

 

               ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อจำเลยทั้งหมดได้รับหมายศาลแล้ว ต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด นอกจากมีเหตุปัจจุบันทันด่วน หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องมอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตเลื่อนฟังคำพิพากษาไปก่อน

 

นายกฯนำคณะลงพื้นที่นราธิวาส

 

               วันเดียวกัน เมื่อเวลา 06.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ออกเดินทางลงพื้นที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม ที่ จ.นราธิวาส

 

               ก่อนออกเดินทาง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังมีข้อความสนทนาทางไลน์ภายในกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในความขัดแย้งเรื่องปัญหาที่ดินของ น.ส.ปารีณา โดยนายกรัฐมนตรี ได้โบกมือให้ผู้สื่อข่าว พร้อมระบุสั้นๆ ว่า “ให้ไปถามพรรค” ก่อนจะเดินเข้าห้องรับรองภายใน บน.6 ทันที

 

‘วิรัช-สุชาติ’ขนส.ส.ต้อนรับพรึบ

 

               จากนั้นเวลา 09.05 น. นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ กันกระสุน ทะเบียน กฉ 4212 ยะลา ถึงศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับ อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรค พร้อม ส.ส.ภาคกลาง พรรคพลังประชารัฐ

 

               อาทิ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท, นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี, นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี, นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี, นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง ส.ส.สงขลา เพชรบุรี สระแก้ว ระยอง และฉะเชิงเทรา

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรากฏตัวของนายวิรัช และกลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง น่าจะเป็นการมาเพื่อรายงานถึงการเตรียมพร้อมในการรับมือการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน รวมถึงปัญหาความระหองระแหงภายในพรรค

 

นายกฯสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ

 

               จากนั้นนายกฯ กล่าวภายหลังสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะว่า ได้อธิษฐานขอพรให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข มีความปลอดภัย คิดหวังสิ่งใดขอสำเร็จทุกอย่าง จากนั้นได้พบปะกับประธานมูลนิธิเจ้าแม่โต๊ะโมะ และตัวแทนสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีน 4 สมาคม (สมาคมฮกเฮี้ยน, สมาคมแต้จิ๋ว, สมาคมแคระ และสมาคมไหหลำ) และสมาคมอิสลามสุไหงโก-ลก

 

               โดยนายกฯ ได้สอบถามประวัติความเป็นมาของศาลเจ้า พร้อมกล่าวแสดงความเป็นห่วงทุกคน และกล่าวชื่นชมว่าบ้านเมืองสะอาดเรียบร้อยดี ขอให้ร่วมมือกันเดินหน้าพัฒนาประเทศ เพราะรัฐบาลไม่สามารถทำได้ฝ่ายเดียว โดยทางสมาคมศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะได้มอบเหรียญเจ้าแม่โต๊ะโมะ รุ่น 1 ปี 2515 เป็นที่ระลึกแก่นายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้นำมาห้อยคอทันที

 

ชี้ส.ส.ต้องทำงานให้คุ้มกับที่ปชช.เลือก

 

               ต่อมาเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางมาที่อาคารรื่นอรุณ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อพบปะประชาชน 2,000 คน โดยนายกฯ กล่าวสวัสดีพี่น้องประชาชนเป็นภาษาไทย และภาษามลายู “อัสสลามุอะลัยกุม” ก่อนกล่าวถึงการจัดทำงบประมาณในพื้นที่ภาคใต้ว่า ได้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเรื่องความมั่นคง เป็นเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และการพัฒนาพื้นที่

 

               ซึ่งใช้งบประมาณมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ หรือโครงการต่างๆ จะต้องมีการปรับการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การเกษตร หรือภาคอุตสาหกรรม ต้องให้ตรงตามเป้าหมาย เหมือนกับช่างตัดเสื้อ จะต้องตัดให้ตรงคนเป็นกลุ่ม งบประมาณจะต้องกระจายลงไปในพื้นที่ หลายคนอาจมองว่าทำไมไม่ให้เป็นก้อนใหญ่ๆ ซึ่งเห็นว่าต้องให้แบบนั้น เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถบริหารได้ ก็ทำให้บางคนได้ แต่บางคนไม่ได้ประโยชน์จากโครงการ จึงได้จัดงบประมาณให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

 

อ้อนคนใต้ใครรักนายกฯบ้าง

 

               จากนั้น นายกฯ ได้ถามประชาชนว่า “ใครรักผม ให้ยกมือขึ้น” ซึ่งประชาชนที่มาส่วนใหญ่ก็ยกมือขึ้น นายกฯ จึงกล่าวว่า ตกลงเข้าใจตรงกัน แต่เดี๋ยวก็จะหาว่าสร้างภาพอีก เป็นทหาร บางทีพูดเพราะบ้าง ไม่เพราะบ้าง แต่ใจผมมีความจริงใจ

 

               ตอนนี้หลายคนสนใจเรื่องความสวยงามเยอะ แต่สวยงามแล้วต้องมีสติปัญญา มีสมองด้วย ถามอะไรต้องตอบได้ เวลาไปสมัครงานจะยิ้มอย่างเดียวคงไม่ได้ คนไม่สวยมักมีสมอง คนสวยคนใหญ่มักมีสมอง และที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ทุกคนสวยและมีสมอง ขอให้เข้าใจว่าที่พูดไปนั้นไม่ได้ว่าใคร เดี๋ยวจะหาว่าไปละเมิดสิทธิคนอื่นเข้าอีก ที่พูดเพราะอยากกระตุ้นตัวเอง

 

ขอตอนนี้อย่าหลงไปเชื่อใคร

 

               จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายกฯ ได้ถามนักเรียนว่า ตอนเช้าเราร้องเพลงชาติไทยเริ่มต้นด้วยอะไร ซึ่งนักเรียนได้ร้องพร้อมกัน จากนั้นนายกฯ ได้แนะนำ ส.ส.ที่มา พร้อมกล่าวว่า เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ตอนนี้จะพรรคอะไรก็เป็นพรรครัฐบาล วันนี้พรรคร่วมรัฐบาล มีพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย 3 พรรคหลัก

 

               รัฐบาลนี้มี 19 พรรคอยู่ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมีมากเท่านี้มาก่อน แล้วคิดดูซิว่าจะปวดหัวหรือไม่ แต่น่ารักทุกคน ไม่มีปัญหาหรอก ฉะนั้นเอารัฐบาลนี้ก่อนเพราะความหวังอยู่ที่รัฐบาลนี้ อย่าเพิ่งไปหวังในรัฐบาลหน้า ตอนนี้เชื่อฉันก่อนอย่าหลงไปเชื่อใคร เข้าใจใช่หรือไม่

 

               “ลุงเองไม่ได้ไปบังคับหรือขู่เข็ญใครสักคนเลย ลุงไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ยิ่งพูดไปทำไปคนที่จะเดือดร้อนคือตัวลุงเอง แต่ก็ยอมเพราะชีวิตนี้พลีเพื่อแผ่นดิน” นายกฯ กล่าว ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯพูดมาถึงตรงนี้ นักเรียนในห้องได้ส่งเสียงเชียร์และปรบมือดังลั่นห้อง

 

อ้อนเด็กเชียร์ รับมือศึกซักฟอก

 

               นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตอนนี้เขากำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้น นายกฯ กล่าวถามเด็กนักเรียนว่า “เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังใจลุงหรือไม่” ขณะที่เด็กนักเรียนไม่มีใครยกมือ ก่อนนายกฯ กล่าวย้ำว่า เขาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ เด็กทั้งหมดภายในห้องประชุมร้อง “อ้อ”

 

               แล้วนายกฯ ก็ยิ้มก่อนถามอีกว่า “จะช่วยเขาหรือจะช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ” ทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันหัวเราะ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แต่ที่มีชั้นเยอะ เพราะมีปัญหารุมเร้าเข้ามาเยอะ

 

               ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้คณะรัฐมนตรี และข้าราชการ ต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนไปด้วยกันในทิศทางเดียวกัน และเดินไปสู่เป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน ทุกเรื่องก็จะสำเร็จได้ ทั้งนี้ ใครอยากเป็นอะไรก็ขอให้ได้เป็น เป็นในสิ่งที่ตัวเองชอบ อย่าเป็นไปตามที่เพื่อนชอบ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

 

น้อยใจโซเชียลโจมตีรุนแรง

 

               ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่หอประชุมบรมราชกุมารี สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส หลังจากพบปะผู้นำศาสนาและชาวไทยมุสลิม นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ในประเทศไทยไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เชื้อชาติใด ทุกอย่างอยู่ได้ร่วมกันจนถึงปัจจุบันนี้

 

               วันนี้เพิ่งเปิดเฟซบุ๊กมา ก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกัน มาบอกว่านายกฯ แทนที่จะแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ แต่หนีไปเที่ยวใต้ซะแล้ว มาเที่ยวหรือนี่ คนแบบนี้เยอะ พอไปเหนือก็บอกว่าไปแอ่วเหนือ นี่คือสิ่งที่เป็นวิกฤติ ที่ทุกคนเข้าถึงโซเชียลทั้งหมด ระบบการบริหารจัดการจะมีปัญหา ทุกอย่างมีปัญหาหมด การบริหารแผ่นดินก็มีปัญหา ต่างประเทศก็มี เพราะทุกคนเข้าถึงช่องทางนี้หมด การสร้างความรัก ความเกลียดชังมันเกิดขึ้น จึงอยากสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีว่าสิ่งที่เขาพูด ใช่สิ่งที่ตนพูดใช่ไหม

 

7พรรคถกเตรียมซักฟอก

 

               วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7 พรรคฝ่ายค้านได้พูดคุยกันไปบางส่วนแล้ว จะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้ว่า พรรคใด มีประเด็นใด โดยไม่ได้เอาจำนวน ส.ส.มาเฉลี่ยว่าจะได้พูดพรรคละเท่าใด จะยึดเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพรรคใดมีประเด็น มีหลักฐานที่ชัดเจน สามารถอภิปรายได้ตามกรอบเวลา

 

               ภายใน 2 วันนี้จะสามารถสรุปและยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ การอภิปรายครั้งนี้ถ้าสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ประชาชนไม่จำเป็นต้องอดทน ที่ผ่านมาได้ทนมามากพอแล้ว เวลาทนต่อไปไม่มีอีกแล้ว เราต้องการคนที่ถูกตัว และคนที่ถูกต้อง เข้ามาทำหน้าที่แก้ปัญหาให้แก่ประชาชน

 

"หญิงหน่อย” เข้าพรรคนัดแรก

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ในเวลา 13.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมตามปกติแล้ว ซึ่งนับเป็นการเข้าประชุมวงยุทธศาสตร์ครั้งแรกนับตั้งแต่มีกระแสข่าวลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

 

พท.ชี้แชทหลุดหลักฐานสำคัญ

 

               นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวประจำสัปดาห์กรณีมีข้อความสนทนาในไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ว่า เรื่องแชทหลุดของรัฐมนตรีช่วย กับส.ส. เมื่อมีการสอบถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็มองว่าเป็นเรื่องขำขัน เป็นเรื่องตลก

 

               ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องว่า เรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ สิ่งที่ควรทำคือออกมาขอโทษประชาชน เพราะประเด็นสำคัญคือเรื่องนี้เป็นใบเสร็จ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพยายามใช้กฎหมายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เห็นว่ามีความพยายามในการเจรจาต่อรอง และใช้ข้อกฎหมายอะลุ่มอล่วย ซึ่งอาจจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นรูปแบบหนึ่งหรือไม่ คือ การทุจริตเชิงอำนาจ ทุจริตเชิงกฎหมาย และการทุจริตกับความรู้สึกของประชาชนหรือไม่

 

               ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนที่แต่งตั้งคนที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี รวมถึงปล่อยให้มีการเจรจาต่อรองใช้กฎหมายช่วยเหลือพวกพ้อง

 

‘ธนกร’ยันไร้เจรจาแลกไม่ซักฟอก

 

               นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอสัญญาใจแลกกับการไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีบางคนว่า ไม่เป็นความจริง พรรคพลังประชารัฐไม่มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทย หรือกับใครทั้งสิ้น เราพร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่อง และไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ

 

               ซึ่งตรงกับนายภูมิธรรม ที่ออกมายืนยันชัดเจนว่า ไม่มีการซูเอี๋ยหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ทั้งนี้ คงเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดีและประสงค์ร้ายกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานต่างๆ ซึ่งรัฐบาลบริหารงานมา 6 เดือน ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตรงไปตรงมา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้น เราพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ

 

ซัด“อนุสรณ์”มโนปมไลน์หลุด

 

               นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่รายชื่อรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายยังไม่นิ่งนั้น เข้าใจว่าฝ่ายค้านคงหารืออย่างรอบคอบ พิจารณาข้อมูลหลักฐานต่างๆ อยู่ เพราะการอภิปรายจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน ข้อมูลที่ชัดเจน ที่สำคัญ รัฐบาลนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงอาจทำให้ฝ่ายค้านยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะอภิปรายใคร

 

               ส่วนกรณีที่ นายอนุสรณ์ ระบุว่า แชทไลน์หลุดระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่ามีการใช้กฎหมายช่วยเหลือกัน และจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยนั้น เป็นแค่การจินตนาการ โหนกระแสหวังเป็นข่าวรายวัน แต่ไร้ข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยยึดตามกฎหมายเป็นหลัก และปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงได้

 

“วิรัช”ไร้อำนาจเรียกมาเคลียร์

 

               ที่รัฐสภา เกียกกาย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อความแชทไลน์ของ น.ส.ปารีณา กับ ร.อ.ธรรมนัส ในห้องไลน์ของพรรคว่า อาจเป็นการหยอกเย้ากันธรรมดา เป็นปกติไม่ได้ขัดแย้งกัน ถ้าจะมีขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องงอนกันนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ขออย่านำเรื่องนี้ไปขยายความ

 

               อย่างไรก็ตาม ในฐานะประธานวิปรัฐบาลไม่ได้มีอำนาจที่จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย เพราะคนหนึ่งก็เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็น ส.ส. ซึ่งมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งคู่ เช่นเดียวกับกรณีที่มี ส.ส.พลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีภาพความขัดแย้งจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคนั้น ตนไม่ได้เป็นกรรมการจริยธรรมของพรรค คงจะดำเนินการอะไรไม่ได้มาก แต่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครพูดสิ่งใดก็ติดตัวไปตลอด และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

 

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน‘4 ส.ส.-ส.ว.’

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะดำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน พร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้สาธารณชนทราบ จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 2.นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 3.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ส.ว. เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 4.นายชยุต สืบตระกูล ส.ว. พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ