คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

บิ๊กตู่ กล่อมเด็กใต้ อย่าเพิ่งหวังรัฐบาลหน้า

20 มกราคม 2563 - 16:59 น.
บิ๊กตู่,นายกฯ,เด็กใต้,อย่าเพิ่งหวัง,รบหน้า,เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร,เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร,ศึกซักฟอก,อภิปรายไม่ไว้วางใจ
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 1,211 ครั้ง

"บิ๊กตู่" เป่ากระหม่อม "เด็กใต้" อย่าเพิ่งไปหวัง "รบ.หน้า" ตอนนี้ "เชื่อฉันก่อน อย่าหลงไปเชื่อใคร" ถามหากำลังใจ ก่อนเผชิญ "ศึกซักฟอก"


 

 

         เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 - ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จ.นราธิวาสที่เข้าร่วมโครงการ "รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้" ซึ่งเป็นโครงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียน ชั้น ม.6 ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดภาคใต้ชายแดนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

          โดยนายกฯ กล่าวว่า ทุกประเทศพยายามแก้ไขปัญหาความมั่นคงเพราะกลัวเรื่องความขัดแย้ง การพัฒนาเรื่องการเมือง หลายประเทศสู้รบปรบมือกันตายจำนวนมาก สงครามในชาติ แต่ประเทศไทยไม่มี เราอาจเป็นประเทศที่มีความสุขมากด้วยซ้ำไป แต่ก็อย่าให้ใครมาทำแหลกสลายไป เพราะทุกอย่างมาด้วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงช่วงนี้ นายกฯได้ถามนักเรียนว่า ตอนเช้าเราร้องเพลงชาติไทยเริ่มต้นด้วยอะไร ซึ่งนักเรียนได้ร้องพร้อมกัน "ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ผไทผองไทยทุกส่วน"

 

 

          จากนั้น นายกฯ กล่าวว่า ยังมีเพลงที่ทำให้เรารู้สึกมีความภาคภูมิใจในชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แล้วนายกฯได้ร้องท่อนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ "ดุจบิดามารดร" ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ว่า "รักชาติยอมสละแม้ชีวี" พร้อมกล่าวว่า เป็นเพลงของทหารและยังมีอีกหลายเพลงสมัยก่อนทำให้น้ำตาซึม เพราะมีความซาบซึ้ง โดยจังหวะนี้นักเรียนได้ร้องเพลง "คืนความสุขให้คนชาติ" ว่า "เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน" พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มพร้อมกล่าวแซว นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ว่า รัฐมนตรีบอกให้ร้องเพลงนี้แน่เลย แต่มีเพลงสมัยใหม่คือเพลง "ศรัทธา" ของหินเหล็กไฟ พร้อมพูดท่อนที่ว่า "ใจสู้หรือเปล่าไหวไหมบอกมา" และนายกฯได้ถามว่า ใจสู้หรือเปล่า สู้ไม่สู้ ทนไหวไหมบอกมา นายกฯและรัฐมนตรีรับทุกเรื่อง

 

 

          จากนั้น นายกฯได้แนะนำส.ส.ที่มา พร้อมกล่าวว่า เป็นส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ตอนนี้จะพรรคอะไรก็เป็นพรรครัฐบาล วันนี้พรรคร่วมรัฐบาล มีพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย เป็น 3 พรรคหลัก รัฐบาลนี้มี 19 พรรคอยู่ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมีมากเท่านี้มาก่อนแล้วคิดดูซิว่าจะปวดหัวไหม แต่น่ารักทุกคนไม่มีปัญหาหรอก ฉะนั้นเอารัฐบาลนี้ก่อนเพราะความหวังอยู่ที่รัฐบาลนี้ อย่าเพิ่งไปหวังในรัฐบาลหน้า ตอนนี้เชื่อฉันก่อนอย่าหลงไปเชื่อใคร เข้าใจใช่ไหม มีอะไรก็บอกมารัฐบาลจะไปแก้ไข รัฐบาลจะพยายามแก้ไขปัญหาให้ได้ทั้งหมด ขอให้กำลังใจรัฐบาลและขอให้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง เรื่องอะไรที่ขัดแย้งอย่าไปฟังมากนักเพราะไม่เกี่ยวกับเรา หน้าที่ของเราคือเรียนหนังสือ ดูแลพ่อแม่และมีครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต นั่นแหละจะทำให้เราเป็นคนที่มีคุณภาพ ถ้าจะมาบอกว่าภาคใต้แย่กว่าภาคอื่น ตนว่าไม่แย่รัฐบาลดูแล เพราะอยู่ที่วิธีการพัฒนาตัวเองของพวกเรา รัฐบาลจะดูแลพื้นฐานให้ครบสมบูรณ์แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่คน 

 

 

          นายกฯ กล่าวว่า คนเปลี่ยนไปตามช่วงวัย เพราะหลายอย่างเข้ามาสอดแทรกทั้งเศรษฐกิจ การค้า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อเป็นกรอบกว้างๆ ในการทำงานของกฎหมายลูกทั้งหมด ความผิดในรัฐธรรมนูญต้องไปดูในกฎหมายลูกว่าอย่างไร ทุกคนทุกอยากเดินไปตามกฎหมายปกติ กฎหมายลูก กฎหมายแพ่ง กฎหมายพาณิชย์ กฎหมายรัฐธรรมนูญกว่า 200 มาตรา เกี่ยวข้องกับกฎหมายลูกหลายพันมาตรา การทำอะไรก็แล้วแต่จะละเมิดหรือไม่ละเมิดก็ต้องไปดูที่กฎหมายลูกและจะต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน คนที่เขาไม่ได้มาก็เดือดร้อน นี่แหละคือปัญหาที่กำลังไม่เข้าใจกันอยู่ 


          "ลุงเองไม่ได้ไปบังคับหรือขู่เข็นใครซักคนเลย ลุงไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ยิ่งพูดไป ทำไปคนที่จะเดือดร้อนคือตัวลุงเอง แต่ก็ยอมเพราะเพราะชีวิตนี้พลีเพื่อแผ่นดิน" นายกฯกล่าว และผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯพูดมาถึงตรงนึ้ นักเรียนในห้องได้ส่งเสียงเชียร์และปรบมือดังลั่นห้อง โดยนายกฯ กล่าวว่า ที่ส่งเสียงเชียร์จะหาว่าตนเว่อร์หรือเปล่า จริงๆ ตนรับราชการทหารมา 40 กว่าปี ชีวิตนี้มีแค่นั้น ตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่ก่อนเดินตามชายแดนไม่โดนเหยียบกับระเบิดแขนขาขาดก็บุญแล้ว พวกเราหาใครที่จะเป็นทหารจะต้องเป็นทหารที่ดี เข้มแข็งกล้าหาญ เสียสละ เพราะรายได้ไม่มากนัก ถ้าอยากรวยต้องไปประกอบอาชีพอื่น ถ้าเข้ามาแล้วบอกว่าจนมีแต่หนี้ จะลบความตั้งใจทุกอย่างไป และขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน

 

 

          จากนั้น พล.ประยุทธ์ ได้หยอกล้อกับเด็กนักเรียน ก่อนกล่าวว่า ที่ตนนำมาวันนี้เพราะนำความสุขมาให้กับทุกคน เอาความรักจากคณะรัฐมนตรีมาให้กับทุกคนด้วยเช่นกัน วันนี้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ต้องลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเรายังมีความขัดแย้งกันอยู่ มันก็จะทำอะไรไม่ได้ บริหารประเทศไม่ได้ งบประมาณก็ออกไม่ได้ ขณะที่ส.ส.เมื่อได้รับปัญหาจากประชาชนแล้ว ก็จะส่งมาให้ตน แต่ถ้ายังมีความขัดแย้งกันอยู่ ก็จะแก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ด้วย ขณะที่กลไกต่างๆ มีขั้นตอนอยู่แล้ว โดยการบริหารราชการแผ่นดินมีอำนาจ 3 ส่วน ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ ซึ่งทั้ง 3 ส่วน ต้องเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นก็จะอยู่กันไม่ได้ กฎหมายต่างๆ ที่ออกมา มันถูกต้องหมด แต่อยู่ที่ว่าจะบังคับใช้ได้หรือไม่ และมีกระแสต่อต้านมากน้อยเพียงใด

 

          ขณะเดียวกัน ก็มีบางเรื่องที่คนไม่เข้าใจจริงๆ หรือมีคนที่แกล้งไม่เข้าใจ และอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ซึ่งมันทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วว่า ประชาชนทุกคนต้องรู้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายพื้นฐาน และต้องไม่ไปละเมิดคนอื่น แม้จะมีการรวมตัวกันก็จะต้องไม่กีดขวางการจราจร และที่มีการรวมตัวกันถ้าทำในเขตเมือง ก็ทำให้คนจำนวนมากเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ก็มีงานเพิ่ม จึงขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แล้วก็จะเดินหน้ากันต่อไปได้ ขณะที่รัฐบาลก็เดินหน้าบริหารงานต่อไป ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณก็ให้มีการตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ อะไรผิดก็ผิด อะไรถูกก็ว่าถูก เพราะถ้ากล่าวหากันลอยๆ ก็จะทำให้เกิดการท้อแท้ 

 

          พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ตอนนี้เขากำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้น นายกฯ กล่าวถามเด็กนักเรียนว่า "เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังใจลุงไหม" ขณะที่เด็กนักเรียนไม่มีใครยกมือ ก่อนนายกฯ กล่าวย้ำว่า เขาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ เด็กทั้งหมดภายในห้องประชุมร้อง "อ้อ" แล้วนายกฯ ก็ยิ้มก่อนถามอีกว่า "จะช่วยเขาหรือจะช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ" ทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันหัวเราะ 
            

          หลังจากนั้น นายกฯ ได้พูดย้ำเรื่องความสวย ขอให้ทุกคนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน คนจะสวย รวยสุนทานใช่บ้านโต ซึ่งที่โบราณกาลเขียนแบบนี้เขาก็มีหลักการ ก่อนถามว่ารู้จักพันท้ายนรสิงห์หรือไม่ ก่อนจะเล่าเรื่องพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของผู้รักษากติกาบ้านเมือง ยอมตายเพื่อรักษากฎระเบียบ ก่อนนายกฯ พูดกับเด็กนักเรียนว่า อย่าลืมสัญญาที่บอกว่าจะดูแลกัน ตนก็จะดูแลประชาชน และขอให้ทุกคนช่วยกันรักประเทศชาติของเรา พร้อมกับอย่าลืมว่าเรามาจากไหน เราคือประเทศไทยที่มีความเป็นหนึ่งเดียว จะยอมให้ใครมาแบ่งแยกประเทศของเราไม่ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เขียนไว้แล้ว ว่าประเทศของเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุข และขอให้ทุกคนเอาสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ชาติมาดู 
                

          จากนั้นนายกฯ ถามว่าจะร้องเพลงอะไรให้ฟัง ซึ่งเด็กนักเรียนทั้งหมดร้องเพลง "คืนความสุข" ซึ่งนายกฯ พูดแซวว่า "ตอนนี้ระวังหน่อยนะ เพราะมีคนบอกว่า คสช.อยู่นานพอสมควรแล้ว" จากนั้นนายกฯ ก็ร้องเพลงคืนความสุข  และร้องท่อนหนึ่งของเพลงศรัทธาว่า "ใจ...สู้หรือเปล่า" พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแล เจ้าหน้าที่และข้าราชการในพื้นที่ เพราะเขาทำงานหนักในการดูแลประชาชน 


             

  

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ