คมชัดลึกออนไลน์ 3 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

จตุพร แนะ กก.บห.อนค. ตั้งสติตัดสินใจทางการเมือง

19 มกราคม 2563 - 16:59 น.
จตุพร,นปช,ยุบอนาคตใหม่,ความทุกข์ร้อน,กกบหพรรค,สส,รักษาสถานะ
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 996 ครั้ง

"จตุพร" ชี้ ยุบ อนาคตใหม่ แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง ชี้ความทุกข์ร้อนของ ปชช.ยังอยู่ แนะ กก.บห.พรรคตั้งสติ เร่งตัดสินใจทางการเมืองจะลาออกหรือไม่ เพื่อรักษาสถานะ ส.ส.


 

          เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2560 - ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ 

 

          นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนพูดมาหลายครั้งและเห็นความเป็นไปคือการเตรียมความพร้อมรับมือของพรรคอนาคตใหม่ เพราะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยนั้น มีมาแล้วอย่างน้อย 4 พรรคการเมืองซึ่งมีการออกแบบแตกต่างกันไป โดยเฉพาะตอนยุบพรรคไทยรักไทยคืออยู่ในระหว่างรัฐบาลที่มีการรัฐประหาร ซึ่งหลายคนคิดว่าพรรคการเมืองที่มีสมาชิกกว่า 14 ล้านคนจะไม่มีใครกล้ายุบพรรค เพราะในวันเดียวกันนั้นมีการอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน  
 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

          หลังการยุบสภาในปี 2549 และนำไปสู่การรัฐประหารนั้น 2 พรรคการเมืองได้ยื่นยุบพรรคระหว่างกัน คือ พรรคประชาธิปัตย์ยื่นยุบพรรคไทยรักไทยในข้อหาว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้ง ซึ่งใน รธน.ปี 40 ได้ออกแบบไว้ว่าหากกรณีมีผู้สมัครคนเดียว ผู้สมัครคนนั้นจะต้องได้รับเสียงเกินกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ในเขตพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ผูกขาดของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้น ปรากฏว่ามีการขัดขวางและดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีคะแนนเสียงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ได้ฟ้องร้องว่าพรรคไทยรักไทยได้จ้างพรรคเล็กลงสมัครหารับเลือกตั้ง  
 

          ขณะเดียวกันพรรคไทยรักไทยก็ฟ้องประชาธิปัตย์ว่าใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยในกรณีดังกล่าว จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบพรรค แต่พรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค ต่อมาก็เป็นพรรคพลังประชาชนและถูกยุบพรรคอีกครั้ง ดังนั้นโทษการยุบพรรคชัดเจนว่า หาก ส.ส.เป็นกรรมการบริการพรรคก็พ้นสภาพโดยตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี  
 

         ดังนั้นการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ในอีก 2 วันข้างหน้านั้น จากการที่ตนติดตามการแถลงข่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็มีการเตรียมความพร้อม เพราะชะตากรรมของการถูกยุบพรรคนั้นจะต้องมีพรรคสำรองไว้ และหากถูกยุบพรรคจริง กรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ดังนั้นต้องดูว่า กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส.จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร หากวัดดวงตัดสินใจไม่ลาออกก็ต้องยอมรับว่าจะต้องเสียส.ส.ไปทั้งหมด 11 ที่นั่งจากจำนวน 76 เหลือ 65 ที่นั่ง  
 

          แต่หากตัดสินใจเด็ดขาดคือ การน้อมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และวางแผนกันอย่างมีสติ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตัดสินใจลาออกทั้ง 11 คนเพื่อให้ลำดับถัดไปได้ขึ้นมาเป็นส.ส. ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวลาที่จะต้องตั้งสติเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดของจำนวนส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเชื่อว่าอยู่ระหว่างการชั่งใจ เนื่องจากมีแบบอย่างและบทเรียนให้ได้เห็นมาแล้ว  

 

          นายจตุพร กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านที่นัดหมายกันว่าพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ว่า ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอภิปรายเพื่ออะไร เพราะหากการอภิปรายเต็มไปด้วย น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ไม่กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แม้เสียงในสภาฝ่ายรัฐบาลจะชนะฝ่ายค้าน แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือการสื่อมายังประชาชน และหากผลของการอภิปรายที่คนทั้งประเทศฟังแล้วว่า รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ แม้จะเป็นเสียงข้างมาก รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ 
 

          แต่หากการอภิปรายเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยก็ยิ่งทำให้ลดความเชื่อมั่นลงไปตามลำดับ ดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือการไม่ไว้วางใจไม่ใช่เวทีของการสรรเสริญเยินยอหรือเป็นเวทีเพื่อการแนะนำ การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2563 อาจจะแนะนำรัฐบาลได้แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องบรรยายความผิดในสภาให้ครบถ้วน เพราะการอภิปรายของส.ส.ในสภาจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตราบใดที่ไม่ไปพาดพิงบุคคลที่ 3 ก็จะฟ้องร้องกันไม่ได้ 
 

          ทั้งนี้ สาระสำคัญจะต้องกำหนดเป้าหมายว่าต้องการอะไรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นกลยุทธ์มากกว่าตัวบุคคล บางเรื่องใช้กระทู้หรือวิธีอื่นใดในการซักถาม เรื่องใช้กระบวนการถอดถอนอย่างเดียวได้ ดังนั้น การอภิปรายจะต้องชี้ให้ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่าที่สุดแล้วไว้วางใจไม่ได้จริงๆ เหมือนอย่างที่ตนเคยบอกว่าไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่ให้ใช้ความจริงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนในฐานะที่เคยเป็นผู้ทำหน้าที่เป็น ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้นรู้ว่า ควรจะต้องทำข้อมูล ที่เป็นข้อมูลสามารถสื่อสารกับประชาชน ดังนั้นสภาวการณ์ที่ตนเคยบอกว่าแนวรบไม่เคยเปลี่ยนแปลงว่า ความยากจนยังมีอยู่ 
 

          นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในวันนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือปัญหาความยากจน ปัญหาภัยแล้งซึ่งจะทำให้ยิ่งยากจนหนักขึ้น ขณะเดียวกันก็จะประสบกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งแทบจะปกคลุมไปทั้งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไม่เคยพบกับปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นแต่ละเรื่องราวก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำที่เป็นภัยทางเศรษฐกิจก็ยังคงอยู่ มีนายทุนไม่กี่คนของประเทศนี้ยังเสพสุขอยู่ได้ แต่คนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ก็ยังมีความทุกข์แสนสาหัส

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ