นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ในการบรรยายพิเศษ "Future Is Now #อย่ากลัวอนาคต" ณ อาคาร SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

 

 

 

               เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยื่นคำร้องให้ยุบพรรค ตามมาตรา 49 โดยระบุพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ตามที่ นายณฐพร โตประยูร ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง กล่าวหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ล้มล้างการปกครอง โดยหยิบยกการแสดงความคิดเห็น บทความต่างๆ นำงานวิชาการต่างๆ มาตัดตอนบางถ้อยคำ ว่านี่คือพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง รวมถึงนำบทบาทในช่วงที่ตนเป็นนักวิชาการ ที่รณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขณะที่นายธนาธรถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงการรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การล้มล้างการปกครอง ซึ่งเมื่อเทียบกับกรณีที่ทหารออกมายึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง นี่ต่างหากคือการล้มล้างการปกครองที่แท้จริง

 

 

 

               โดยจากสิ่งที่กล่าวอ้างมานั้น ตนยืนยัน ไม่มีตรงจุดใดที่นายธนาธรและตนต้องการเปลี่ยนแปลงจากประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ และไม่มีตรงจุดใดที่ต้องการเปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบประธานาธิบดี ซึ่งหลากหลายประเด็นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการตั้งพรรคอนาคตใหม่ และหลายประเด็นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ มองว่าคำร้องฉบับนี้เป็นคำร้องที่ไร้สาระไม่ต่างจากใบปลิว

               นายปิยบุตร มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือความหวาดกลัวในกระแสของพลังหนุ่มสาว และหวาดกลัวพรรคอนาคตใหม่ จึงต้องการกำจัดให้ออกไปจาก อนาคตการเมืองไทย และข้อหาหนึ่งที่ถูกนำมาใช้โดยตลอด คือ ข้อหาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อต้องการสื่อให้สังคมเห็นว่านายธนาธรและนายปิยบุตร คือ คนล้มเจ้า ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่คิดไม่เคยคิดที่จะทำลายหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน ซึ่งอนาคตใหม่ทุกคนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

 

 

               แต่ความคิดแบบเผด็จการต่างหากที่บั่นทอนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะเห็นได้จากหลายกรณีที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ ระบบความคิดแบบ hyper royalism ultra royalism ระบอบแบบนี้ต่างหากที่เป็นอันตรายต่อระบอบพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีความพยายามเชื่อมโยงให้เห็นจากนักการเมืองบางกลุ่มที่ใส่ร้ายนายธนาธรและตน โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกที่ใส่ร้ายว่าอนาคตใหม่คือพวกสุดโต่งนั่น เขาใส่แว่นสายตาของอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ขวาสุดขอบ เมื่อเขาใส่แว่นสายตาแบบนี้ เมื่อมองมาที่เราซึ่งเป็นคนปกติ แต่พวกเขาต่างหากคือพวกที่สุดโต่ง

               นายปิยบุตร กล่าวว่า ในวันที่ 21 มกราคม ที่จะถึงนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีดังกล่าวนั้น มั่นใจว่าเมื่อมองจากข้อเท็จจริงไม่สามารถยุบพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองของนายธนาธรและตนได้ แต่เมื่อสังคมวิเคราะห์ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบแน่ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ย้ายไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ที่มีแนวทางเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ร่วมกัน พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ 60,000 คน ย้ายไปสมัครสมาชิกพรรคใหม่ที่มีแนวทางเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ในอนาคตอย่างพร้อมเพรียง

 

 

 

               อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่พรรคถูกยุบมาถึงนายธนาธรจะยังอยู่ในวงการการเมืองไม่กลับไปทำธุรกิจส่วนตัว และจะเดินสายอภิปรายทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่า ระบอบเผด็จการอำนาจนิยมทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายเพียงแค่ให้ผู้ครองอำนาจเดินหน้าได้ตามวัตถุประสงค์ ดังนั้น ขอให้ทุกคนต้องร่วมกันต่อต้านไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น