เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2563 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรค นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการกลุ่มเพื่อไทย นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรค นายประพนธ์ เนตรรังษี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมประชุมสัมมนารับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ smes และผู้ค้าย่านประตูน้ำ

 

ผู้ประกอบการประตูน้ำ โอดรัฐเอื้อทุนต่างชาติ ทำลายคนตัวเล็ก

 

          โดยกลุ่มผู้ค้าฯ สะท้อนถึงปัญหาหลากหลายประเด็น เรื่องใหญ่คือยอดขายที่ตกลงกว่าร้อยละ 50 ถึงร้อยละ70 ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ผลจากการเข้ามาของกลุ่มทุนจีน และการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงออนไลน์ ต่างชาติยักษ์ ใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย โดยเฉพาะการงดเว้นภาษี ในส่วนของออฟไลน์ผู้ค้าต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น วิธีการเข้ามาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีกระบวนการที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของไทย ซึ่งอาจมีผลประโยชน์มาแลกเปลี่ยน ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นอย่างต่อเนื่องมีผลทำให้ยอดขายตกลง ส่งออกได้รับผลกระทบ ย้ายฐานการผลิต 

 

ผู้ประกอบการประตูน้ำ โอดรัฐเอื้อทุนต่างชาติ ทำลายคนตัวเล็ก

 

          นายโภคิน มองว่านักธุรกิจชาวจีนเข้ามามากขึ้น รวมถึงพม่า เวียดนาม ลาว มีการแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย สถานการณ์เป็นเช่นนี้มาประมาณ 5 ปีซึ่งจุดแข็งของผู้ประกอบการที่เป็นคนจีนคือมีความขยัน เจ้าเล่ห์ไม่สนใจข้อกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็รับผลประโยชน์จากพ่อค้าจีน ประกอบกับรัฐบาลของประเทศต้นทางให้การสนับสนุนเช่นเรื่องของค่าขนส่ง หรือการคืนอัตราภาษี ส่วนไทยแม้ผู้ประกอบการพยายามดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง แต่เมื่อเข้าสู่ระบบกลับถูกตรวจสอบย้อนหลัง ขณะที่ภาษีนิติบุคคลไม่ว่าจะมีกำไรมากน้อย ก็ต้องเสียเหมือนกันทั้งหมด เกิดช่องว่างระหว่างผู้ค้าตัวเล็กกับบริษัทขนาดใหญ่ จึงเห็นว่าบริษัทขนาดใหญ่ควรเสียภาษีเพิ่มขึ้น ไม่ให้ภาระตกไปอยู่กับคนตัวเล็ก

 

          นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการเข้ามาของผู้ค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผู้มีอำนาจอาจดีใจเมื่อเห็นการลงทุนหลักหมื่นล้านจากต่างชาติ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลางของไทย กลับเสียเป็นแสนล้าน

 

ผู้ประกอบการประตูน้ำ โอดรัฐเอื้อทุนต่างชาติ ทำลายคนตัวเล็ก

 

          อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการแสดงความต้องรวมตัวเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พรรคเพื่อไทยจึงมีแนวคิดที่จะเชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนมาพูดคุยเพื่อจัดทำข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมให้รัฐบาล โดยเสนอผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรให้ตั้งญัตติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งระบบ


          ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า จากที่รับฟังปัญหาทราบว่า รัฐบาลส่งเสริมต่างชาติมากกว่า SME ในประเทศไทยเช่นการให้สิทธิพิเศษกับค้าส่งหรือออนไลน์ยักษ์ใหญ่ จนทำให้การทำมาหากินของคนไทยได้รับผลกระทบ ทุนใหญ่ภาษีไม่ต้องเสีย ได้รับการยกเว้นพิธีการทางศุลกากรทุกอย่าง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากประเทศต้นทาง ทำให้ผู้ประกอบการของไทย ไม่ว่าจะเป็นประตูน้ำ สําเพ็ง ตลิ่งชัน บางบอน ได้รับผลกระทบ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องทบทวนการคุ้มครองและให้สิทธิพิเศษกับคนต่างชาติที่มาค้าขายแข่งกับคนไทย โดยเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ คือการให้สิทธิพิเศษกับคนไทยโดยเฉพาะผู้ค้ารายเล็ก SME จะต้องได้สิทธิพิเศษให้แข็งแรงเพียงพอที่จะยืนสู้กับคนต่างชาติได้ 


          ขณะที่เรื่องของค่าเงินบาทเป็นปัญหาหลักที่ทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวซบเซา รัฐต้องมีวิธีการบริหารจัดการไม่ปล่อยปละละเลย โดยเชื่อว่ามีหลายมาตรการที่ทำให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสมโดยไม่ใช้การแทรกแซง ส่วนมาตรการทางภาษีที่เข้ามาตรวจสอบทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าเข้าสู่ระบบนั้น พรรคเพื่อไทยมีความเห็นว่าจำเป็นต้องลดภาษี นิรโทษกรรมแล้วเริ่มต้นใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะทำเป็นรายงานและจะจัดสัมมนาใหญ่อีกครั้ง