วันที่ 4 ม.ค. 2563 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ "อ้น" รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่ ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) วิจารณ์แนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เสนอไอเดียเปลี่ยนชื่อเรียก 7 วันอันตราย ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด ว่า

 

 

 

                 ดูเหมือนว่า ร.ท.หญิงสุณิสา จะฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด แนวคิดของท่านนายกฯ ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาแต่เพียงอย่างเดียว การบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ และการสร้างจิตสำนึกวินัยจราจรของประชาชน การปรับปรุงพื้นผิวถนน มาตรการต่างๆ ต้องดำเนินการต่อไป แต่การเปลี่ยนชื่อ เป็นผลทางจิตวิทยา สร้างแรงจูงใจ ในการเปลี่ยนวิธีคิดของประชาชนให้คำนึงถึงความสุขและความปลอดภัยของครอบครัวเป็นหลักในช่วงเทศกาลดังกล่าว เป็นมุมบวกที่น่าจะสร้างการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกมากกว่าที่ผ่านมา

 

 

เด็กพปชร. งัดคดีเก่าตอกกลับ หมวดเจี๊ยบ ระวังปาก

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ

 

 

                 "หน้าที่ของฝ่ายค้านคือทำงานอย่างสร้างสรรค์ นอกจากตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแล้ว ควรนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆด้วย เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ปัญหาอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ไม่ใช่จ้องจับผิด เรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ รวมทั้งกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้ความเห็น เรื่องคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ชอบไปจอดรอไฟแดงบังหน้ารถยนต์นั้น ก็เป็นไปเพราะความเป็นห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ เหตุใด ร.ท.หญิงสุณิสา จึงสร้างวาทกรรมเพื่อจงใจให้ประชาชนเข้าใจนายกฯผิด และสร้างความเกลียดชัง" น.ส.ทิพานัน กล่าว

 

 

เด็กพปชร. งัดคดีเก่าตอกกลับ หมวดเจี๊ยบ ระวังปาก

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย

 

 

                 รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่ออีกว่า หากจะมีใครต้องระวังปาก ก็ควรจะเป็น ร.ท.หญิง สุณิสา มากกว่า ที่ออกมาวิจารณ์ในลักษณะที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่ใช่แค่การพูดของ ร.ท.หญิง สุณิสา ที่ต้องระวัง การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลต่างๆเองด้วย เพราะ ร.ท.หญิง สุณิสา เองมีประสบการณ์เคยถูกแจ้งความดำเนินคดี ถูกดำเนินคดีจากการแสดงความเห็น ทั้งข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง ตาม ม.116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ถึง 13 กระทงมาแล้ว