คมชัดลึกออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

นายกฯกลัวคุกทำอะไรต้องระวัง

25 ธันวาคม 2562 - 16:15 น.
นายกฯ,กลัวคุก,ชัยภูมิ,ตรวจเยี่ยมประชาชน,ลงพื้นที่
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 353 ครั้ง

บิ๊กตู่ เผย ต้องทำงานให้ได้ประชาชนเลือกมา ถ้าเลือกไม่ดีคงไม่ได้ยืนตรงนี้ รับกลัวคุกทำอะไรต้องระวัง เมินพวกหาว่าบ้าอำนาจ แช่งสื่อตั้งฉายาขอให้ปวดท้อง


 

 

25 ธันวาคม 2562  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ หมายเลข 31525 ก่อนใช้รถตู้อัลพาร์ดสีขาว ทะเบียน กจ 2987 ชัยภูมิ เดินทางมายังไร่กุดจอก (ไร่อ้อย) อ.ภูเขียว

 

 

ทั้งนี้เพื่อพบปะประชาชนประมาณ 5,000 คนคนและตรวจเยี่ยมการตัดอ้อย  สางใบอ้อย และเก็บใบอ้อย ด้วยวิธีการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ (Modern Farm) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างยั่งยืนจากองค์ความรู้ที่ได้มีการนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย เสริมประสิทธิภาพในการทำไร่อ้อยและลดการเผาอ้อยและลดค่า PM2.5

 

โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯได้ชมการแสดงฟ้อนรำในบทเพลง"ไร่อ้อยคอยรัก" ก่อนจะกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า รู้ว่าทุกคนรอนายกฯ มานาน นายกฯก็รอมาทั้งเดือนไม่ได้มาสักที แต่ก็ส่งใจมาให้ทุกวันได้รับกันหรือไม่ แต่วันนี้ตัวจริงมาแล้ว ที่เห็นพูดกันที่นั่นที่นี่เป็นตัวปลอม วันนี้ประชาชนจะมามากหรือมาน้อยก็ไม่เป็นไร ถือว่ามาพูดคุยกัน ใครไม่ได้มาก็ส่งใจให้กัน วันนี้เราทำงานร่วมกันแบบประชารัฐ ไม่ว่าพรรคไหนนี่คือพรรครัฐบาล ที่มีพรรคร่วมถึง 19 พรรครวมถึงพรรคเล็กพรรคน้อยต่าง ๆ แต่ทุกคนต้องทำงานให้ได้ เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกมา เมื่อประชาชนเลือกมาตนก็ต้องทำงานกับทุกคนให้ได้ เลือกยังไงก็ไม่รู้ทำให้นายกฯมายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าเลือกไม่ดีตนก็ไม่ได้มายืนตรงนี้ ใช่หรือไม่ เพราะคนเหล่านี้เป็นคนสนับสนุนตนและสนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยและคนไทยเท่าเทียมกันทุกอย่างในการจะทำอะไร แต่ขอให้เหมาะสมก็แล้วกันในการใช้ชีวิตของเรา

 

ทั้งนี้การปลูกอ้อยถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ แต่ก็มีการจุดไฟเผาทิ้ง วันนี้การเกษตรแบบดั้งเดิมอย่างไรก็ต้องเผา ดังนั้น ขอให้ช่วยกันลด PM2.5 ให้ได้ เพราะถือว่าอันตรายต่อสุขภาพ และเรากำลังเดินหน้าประเทศทำอย่างไรให้ประเทศของเราปลอดภัย รวมถึงการเกษตรก็ต้องทำให้ปลอดภัย เพราะโลกให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพ วันนี้โรคประจำตัวคนไทยมีทั้งโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน และโรคประสาท

 

 

 

 

เมื่อพูดถึงช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดหัวเราะ ก่อนกล่าวอีกว่า "โรคเครียด โรคประสาท ไม่ใช่บ้าหรอก มันเครียดไง ประสาทเสื่อมบ้าง โรคหลงลืม อัลไซเมอร์ต่างๆ เหล่านี้ ต้องศึกษาด้วยสุขภาพสำคัญ และการที่เราผ่านชีวิตมาถึงวันนี้ถือว่าเราอดทนมากที่สุดแล้ว ที่อยู่ในโลกใบนี้มาอย่างปลอดภัยแข็งแรงจนถึงทุกวันนี้"

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากสุขภาพแล้วเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนก็สำคัญ รวมทั้งความสุขของสังคมและชุมชนที่ถือเป็นอาหารใจ หากไม่มีความสุขไม่มีอะไรกินและไม่มีอะไรใช้ก็ไม่มีความสุข โดยขอให้ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีมากใช้มากมีน้อยใช้น้อย ส่วนรัฐบาลก็เติมในส่วนอื่น เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำว่าไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการทำให้คนทุกกลุ่มได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันต้องทำให้ทุกคนมีความสุขตั้งแต่เด็กโตเป็นผู้ใหญ่จนตาย จึงต้องดูว่าเราสามารถให้ได้มากน้อยเท่าไหร่ ถ้าให้มากเกินไปก็จะไปไม่ถึงคนอื่น เป็นสิ่งที่ตนพยายามคิดทุกวันนี้ โดยต้องวางเป้าหมายว่าจะใช้งบประมาณลงไปที่ใดบ้าง เหมือนกำลังตัดเสื้อให้พอตัวมาตรการช่วยเหลือให้พอตัวตรงความต้องการประชาชนแต่ละพื้นที่

 

วันนี้อย่าให้อะไรมันร้อนขึ้นมาเลย อย่าให้อุณหภูมิมันร้อนขึ้นมากๆ ความขัดแย้งสูง ไปรับฟังเรื่องบางเรื่องแล้วปวดหัวโรคประสาทก็จะขึ้นอีก อย่าไปฟังมากนัก เอาเรื่องดี ๆ มาคุยกัน ปัญหามันต้องมีทางออกด้วยรัฐออกด้วยตัวเรา ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร ถ้าบอกว่ารัฐต้องทำนู่นต้องทำนี่ แล้วรัฐต้องทำด้วยอะไร ต้องทำด้วยกฎหมายและกฎระเบียบ ทำผิดๆถูกๆตามใจก็ติดคุก

 

 

 

 

"ผมกลัวคุกนะ ใครไม่กลัวล่ะ ดังนั้น ทำอะไรก็ต้องกลัวและต้องระมัดระวัง หลายคนบอกผมใช้อำนาจๆ ก็พูดไปเถอะ ถ้าใช้อำนาจจริงคงไม่มานั่งกันอยู่แบบนี้ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสว่าผมก็ได้จะด่าผมอะไรก็ได้ ผมก็เฉย แล้วอย่างนี้เหรอเผด็จการ ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน จะตั้งฉายาอะไรผมก็ตั้ง อยากตั้ง ตั้งไปให้คนตั้งปวดท้อง ผมไม่เป็นอะไรหรอก อย่าไปให้ความสำคัญ เรารู้อยู่ว่าเราทำอะไร เราต้องรู้ว่าทำอะไรอยู่ อะไรคือถูกอะไรคือผิดทุกคนรู้อยู่แล้ว ดังนั้น การฟังคำพูดอะไรบางทีเชื่อง่ายไปหรือเปล่า หรือเปิดโทรศัพท์ดูมันเชื่อได้หรือแบบนี้ ถ้าแบบนี้มันคงไม่เกิดเรื่องอื่น ๆ เช่นการหลอกลวง เรื่องใบ้หวยแล้วก็ไม่เคยถูก วันนี้ก็บอกให้เขาปิดทะเบียนรถไม่รู้ปิดหรือเปล่า เพราะถ้าไม่ถูกก็ด่านายกฯอีก ไม่รู้จะว่ายังไงคนไทย แต่ผมสนับสนุนไม่ได้อยู่แล้ว"


นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้มาแบบนี้ ก็รักทุกกลุ่ม ไม่ว่าเขารักหรือไม่รักตนก็ตาม เพราะทุกคนเป็นคนไทย แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะเกิดหรือตายก็บนแผ่นดินนี้ ตนขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันตามแนวทางประชารัฐ และขอขอบคุณบริษัทมิตรผลที่ร่วมมือกับจ.ชัยภูมิ ในเรื่องอ้อยและน้ำตาล ถ้าทุกธุรกิจร่วมมือกันแบบนี้ เช่นไปช่วยกันขุดคลอง เดี๋ยวก็เรียบร้อยเอง เงินก้อนใหญ่ของรัฐบาลจะได้เอาไปทำอย่างอื่น ไม่ต้องมาเป็นเบี้ยหัวแตกและทำได้ช้า

 

นอกจากนั้น ตนอยากให้ทุกคนรู้จักการคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่นายกฯ มาก็เฮ แต่พอกลับไป อีกพวกหนึ่งมาก็ด่านายกฯ อีกรอบ อย่างนี้ถือว่าไม่ใช่ ต้องใคร่ครวญ นายกฯ พูดวันนี้เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ  4-5 ปีที่ผ่านมา เข้าสู่ปีที่ 6 รัฐบาลกำลังทำอะไร รู้หรือไม่ว่ารัฐบาลทำอะไรไป ถ้าไม่รู้ก็จบ ใครมายุแยงตะแคงรั่วมันก็เกลียดกันหมด แต่ตนไม่ได้เกลียดใครสักคน เป็นเรื่องธรรมชาติของสังคมที่ต้องเข้มแข็งมีภูมิต้านทาน มีความรู้คุณธรรมคู่กัน

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ พูดมาถึงช่วงนี้ ได้ถามเด็กนักเรียนที่ฟังอยู่ว่า คิดในใจกันเป็นหรือไม่ 25 คูณ 25 ได้เท่าไหร่ ซึ่งเด็กนักเรียนตอบว่า 525 แต่นายกฯ เฉลยว่า 625 ก่อนจะกล่าวว่า ในต่างประเทศมีสูตรในการคิดคำนวณที่เร็วกว่าเครื่องคิดเลขอีก พร้อมระบุ “ก็พอเก่งอยู่เหมือนกันตอนเด็กๆ มีอีกหลายอย่าง เดี๋ยวจะหาว่าโม้ ผมโม้ไม่เป็น ทำงานดีกว่า ”

 

นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ให้กับประชาชนที่มีรายได้ต่ำว่า 1 แสนบาทต่อปีว่า รัฐบาลต้องหาเงินมาเติมให้ ตนเจอชาวบ้านบางคนก็บอกว่าเดือนละ 500 บาทที่ได้เขาอยู่ได้ เอาไว้ซื้อข้าว ซื้อกับ ไม่ใช่เป็นนโยบายประชานิยม มีคนบอกว่า อย่าไปรับเลยเสียชื่อจังหวัด จะไปกลัวอะไร ทั้งที่ข้าวก็ไม่มีจะกิน รัฐบาลต้องดูแลอย่างนี้ มากบ้างน้อยบ้าง ใครที่โกง ใครที่ไม่ยอมเพื่อที่จะได้บัตรนี้ เพราะบางคนไม่ได้อยากได้เงินแต่จะเอาบัตรไว้โชว์ ต้องเห็นใจคนที่เขาไม่มีจริง ๆ ด้วย

 

จากนั้นนายกฯ ได้ถามว่ามีนักการเมืองส.ส. คนไหนจะถามอะไรตนหรือไม่ ก่อนที่นายกฯ จะนึกขึ้นได้ว่ามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะกล่าวว่า หลายอย่างก็อย่างนี้ นี่คือประชาธิปไตยแล้ว เลือกตั้งเข้ามาก็เลือกมาแล้ว ส.ส.ก็มาเป็นรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ แล้วอะไรที่ยังเป็นประชาธิปไตยอีกหล่ะ สภาก็มี  กฎหมายก็ออกโดยสภา ซักถาม อภิปราย ตอบกระทู้ทุกวัน บางคนที่เป็นส.ส.ท่านไปถ่ายคลิปในกระทู้มา แล้วก็พูดข้างเดียว แต่เวลาเขาตอบ ท่านก็ไม่ได้รู้เรื่องว่าเขาว่าอย่างไร ต้องมีเหตุมีผล คราวหลังบอกเขานะ ถ้าเขาถ่ายทอดเวลาที่เขาพูด ให้ท่านเข้าใจว่า ได้พูดให้ชาวบ้านแล้ว แต่เขาไม่รับผิดชอบสิ่งที่รัฐบาลหรือสภาชี้แจง ว่าหรือทำอย่างไรไปบ้างแล้ว ท่านไม่เคยได้ยิน เชื่อตนสิ ตนจำเป็นต้องพูดเพราะเจอปัญหาอย่างนี้มาเยอะทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว ตนทำงานไม่ได้

 

ทั้งนี้ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่า ผมรักประเทศของผม ประชาชนของผม เวลาผมเห็นใครไม่รัก แล้วไม่ค่อยมีความสุข นอกจากนั้นนายกฯ ยังได้ถามประชาชน ว่า ใจสู้หรือเปล่า สู้ไปด้วยกัน สู้ไปกับนายกฯ

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ