วันนี้(13 ธ.ค.2562) ที่เพจเฟซบุ๊ก "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความระบุถึง แผนสำรองของพรรคอนาคตใหม่ ว่า

 

 

"ชูวิทย์" ปูด อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรอง

 

 

 

               ป่านนี้กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ คงใจ ตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าจะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคหรือไม่?

               ทางที่ดีจึงควรมีแผนสำรอง แทนที่จะไปโต้เถียงว่าโดนกลั่นแกล้ง เพราะเอาเข้าจริง ต้องยอมรับว่าทั้งเรื่องหุ้นสื่อ และเงินกู้พรรค ล้วนเป็นเรื่องที่คุณธนาธรสะดุดขาตัวเองแท้ๆ แบบเดียวกับคุณปารีณา

               ต่างกันตรงที่ "คุณธนาธรอยู่ฝ่ายค้าน" แต่ "คุณปารีณาอยู่ฝ่ายรัฐบาล"

               การวางแผนสำรองของคุณธนาธรจึงหนักหนาสาหัสกว่าที่จะร้องเพลง “let it be ช่างแม่มัน" อย่างคุณปารีณามาก

               ดุลอำนาจการเมืองจะเปลี่ยนไปทันทีที่ศาลสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธร อาจารย์ปิยบุตร รวมถึงกรรมการบริหารพรรคทุกคน ก็คงหมดอนาคตไปด้วยทันทีที่ไม่ได้อยู่ในสภา และเวลาก็เหลือไม่มาก

               ผลลัพธ์จะสั่นสะเทือนถึงคะแนนที่ “ปริ่มน้ำ” อยู่ในขณะนี้ ให้กลายเป็นคะแนนที่ “เด็ดขาด”

               “นายกฯตู่” จะขาไม่ลอยน้ำ จนต้องไปทำท่าทีคอยเอาอกเอาใจ เลี้ยงหูฉลาม กอดรัดฟัดเหวี่ยง รักพรรคร่วมรัฐบาล หรือพวกตีสองหน้าให้เสียศักดิ์ศรีแบบทุกวันนี้

 

 

"ชูวิทย์" ปูด อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรอง

 

 

               ตอนนี้พรรคอนาคตใหม่คงวางแผนตั้งพรรคสำรองหากถูกหวยยุบพรรค เพื่อให้ ส.ส. ที่เหลือ ที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคย้ายไปสังกัด โดยชูสโลแกนสืบสานอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ จะชื่อ "พรรคอุดมการณ์ใหม่" หรือไปเปลี่ยนชื่อพรรคทีหลังก็ได้

               ส่วนคุณธนาธร และอาจารย์ปิยบุตร คงได้ส่งโพยติว ส.ส. ให้ขึ้นมาเป็นตัวแทน แล้วตัวเองก็ไปต่อสู้นอกสภาเข้าทำนอง "นอมินี" คนสั่งการตัวจริงอยู่เบื้องหลัง อย่างพรรคที่ถูกยุบมาก่อนเขาทำกันเกร่อ

               ปัญหาคือ “บารมีพรรษาการเมือง” ยังไม่แก่กล้าเท่า

               การควบคุม ส.ส. จะลำบาก อีกทั้งเป็น ส.ส. สมัยแรก พอรู้ว่าทั้งสองไม่มีโอกาสเข้าสภาอีกแล้วอย่างน้อย 5 ปี คงแหกคอกหนัก เทไปทางฝั่งรัฐบาลที่มีขนมหวานล่อ

               ครั้นจะหาหัวหน้าพรรคที่เชื่อฟัง คงฟังแค่ตอนต้น สักพักก็คงว่าความตามใจ ของแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก

               แผนสำรองนี้จึงไม่ใช่โมเดลทางธุรกิจแบบที่คุณธนาธรเคยทำ ป่านนี้หากทำธุรกิจอยู่ คงไม่ต้องปวดหัวแบบนี้

               บรรดาเจ้าสัวธุรกิจเมืองไทยถึงได้สั่งลูกหลานไว้นักหนาว่า "อย่าไปเล่นการเมือง"