เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2562 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ระบุ รัฐบาลไม่ได้เสนอผลประโยชน์ให้ ส.ส.เพื่อแลกเสียงโหวตเป็นองค์ประชุม ว่า ประชาชนที่เห็นข่าวนี้ คงเหมือนหลับแล้วตื่นผิดยุค ย้อนยุคกลับไปเป็นร้อยปี ยุคนี้เป็นยุคสังคมข่าวสาร ยุคแห่งการตรวจสอบ

 

          นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น อย่าไปพูดอะไรที่จะทำให้ประชาชนเขาโห่เอา อ้าปากก็เห็นถึงไส้ติ่ง คนรู้ คนเห็น ได้ยินข่าวเสนอผลประโยชน์ให้ส.ส.กันทั้งประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงขั้นประกาศกร้าว พร้อมทำทุกวิถีทาง จะไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 เด็ดขาด ถึงขั้นพูดว่า “ผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้” ถ้าสภาฯล่มเป็นรอบที่ 3 “อย่างเบาก็ปรับ ครม. อย่างหนักคือยุบสภาฯ” ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูด สื่อจะไปเอาจากที่ไหนมานำเสนอ อาชญากร ย่อมได้ประโยชน์จากอาชญากรรมที่ตัวเองก่อขึ้น เมื่อตั้งกมธ.มาตรา 44 ไม่ได้ ใครคือผู้ได้ประโยชน์สูงสุด ประชาชนตัดสินใจได้ ต่อไปถ้าพรรคพลังประชารัฐย่ามใจหนัก หรือถูกกระแสสังคมกดดันรุมประณามเรื่องทารุณกรรมสัตว์ อาจถึงขั้นกล้าโกหกประชาชน เรื่องหูฉลาม ว่า ในงานเลี้ยงเคลียร์ใจพรรคร่วมไม่ได้เสิร์ฟหูฉลาม อีกหรือไม่

 

          “คนทุกคน ล้วนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่เฉพาะส.ส. การที่จะตัดสินใจเป็นงูเห่าหรือไม่ ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เพราะนอกจากต้องมีคำตอบให้พรรคการเมืองที่สังกัด สิ่งสำคัญที่สุดต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้” นายอนุสรณ์ กล่าว