royal coronation
8 ธันวาคม 2562
การเมือง

ปริญญา ชี้ มติบอร์ดวัตถุอันตรายเลื่อนแบนสารพิษ ไม่ชอบกฎหมาย

3 ธันวาคม 2562 - 14:39 น.
ปริญญา,มติบอร์ดวัตถุอันตรายเลื่อนแบนสารพิษ,ไม่ชอบกฎหมาย
Shares :
เปิดอ่าน 244 ครั้ง

ปริญญา ชี้บอร์ดวัตถุอันตรายชุดสุริยะ เลื่อนแบน 3 สารพิษไม่มีผลตามกฎหมาย เหตุไม่มีการนับองค์ประชุม -ไม่ลงมติ โดยยึดคำตัดสินจาก2ศาล เคยสร้างบรรทัดฐานไว้

        ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล  อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก   Prinya Thaewanarumitkul   (https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2775142039196383&id=100001018415956) ในหัวข้อว่า “มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?” 

        โดยมีข้อความระบุว่า ตามที่คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แถลงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ให้เลื่อนการแบน 3สารพิษทางการเกษตรออกไป 6 เดือน แต่รองศาสตราจารย์เภสัชกร จิราภรณ์ ลิ้มปานานนท์ ได้ออกมาแย้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งนี้  ไม่มีการลงมติอย่างชัดเจนว่ากรรมการแต่ละท่านเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอม 

           

             
 

       คำถามคือเมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติ จะถือว่าเป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่?

         ในฐานะที่เป็นอาจารย์ที่สอนวิชากฎหมายมหาชนเบื้องต้น ที่สอนเรื่อง  การลงมติ มาทุกเทอม ผมจึงขอเอากรณีนี้มาให้สาธารณชนได้พิจารณา และเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษากฎหมายมหาชนได้เรียนรู้กัน ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงว่าควรเลื่อนการแบนสามสารพิษหรือไม่ โดยจะวินิจฉัยในทางกฎหมายเท่านั้น ดังต่อไปนี้ครับ

          ข้อกฎหมาย : ในเรื่องนี้ เราต้องเริ่มด้วยการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ #พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งมาตรา 12 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า “การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ..”
นั้นหมายความว่า จะเรียกว่าเป็นการลงมติได้ จะต้องให้กรรมการแต่ละคนได้ออกเสียงในแต่ละประเด็น โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ทั้งนี้ มติที่ใช้คือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม

        และเมื่อต้องมีการออกเสียง ก็ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนด้วย ซึ่ง พรบ.วัตถุอันตราย มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า

        “การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม”

        ข้อเท็จจริง : ตามข้อเท็จจริงจากอาจารย์จิราภรณ์  การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่คุณสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือตนเอง สันนิษฐานเอา  ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่ามีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย

       บรรทัดฐานของศาล : แม้จะมีหลักฐานการเซ็นชื่อเข้าประชุมว่ามีกรรมการมาประชุมตอนเริ่มประชุมครบองค์ประชุม แต่เรื่องนี้ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2551) และศาลฎีกา (คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3623/2527) ได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า  องค์ประชุมต้องครบตลอดเวลาไปถึงตอนลงมติ จึงต้องนับองค์ประชุมตอนลงมติว่าครบหรือไม่ โดยนับจากคะแนนเสียงทั้งหมดที่ออก แต่เมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าองค์ประชุมตอนลงมติครบองค์ประชุมหรือไม่

        สรุป : ดังนั้น เมื่อไม่มีการนับองค์ประชุมตอนลงมติ และ ไม่มีการให้กรรมการแต่ละคนออกเสียงในเรื่องที่ขอมติ จึงสรุปได้ว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษ #จึงไม่ใช่มติที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพูดอีกอย่างได้ว่า เท่ากับยังไม่มีมติใหม่ ครับ
 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ