นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายรัฐบาลจะยังดึงดันให้นับคะแนนใหม่ในญัตติของสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งคสช. และการใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 เพราะเรื่องนี้ได้จบไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึงสภาฯต้องล่มถึง2ครั้ง เนื่องจากฝ่ายค้านไม่พอใจ ยอมรับไม่ได้กับการดันทุรังของฝ่ายรัฐบาลที่จะให้นับคะแนนใหม่ กระทั่งส.ส.ไม่ครบองค์ประชุมต้องปิดการประชุม สาเหตุสำคัญคือ รัฐบาลแพ้ไม่รู้จักแพ้

 

          นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า เจตจำนงของการนับคะแนนใหม่ก็เพื่อให้การนับคะแนนใหม่เป็นไปอย่างถี่ถ้วน เพราะอาจมี ส.ส.เข้าประชุมไม่ทันหรือเกิดการผิดพลาดในการเสียบบัตร หรือการนับคะแนนซึ่งใช้วิธีการขานชื่อทีละคน แต่ในกรณีนี้ เวลาได้ล่วงผ่านมา1สัปดาห์แล้วจะมานับคะแนนใหม่ เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ถือเป็นการลงคะแนนใหม่ ซึ่งควรจะเป็นวาระหรือเป็นญัตติหรือเป็นประเด็นใหม่ ไม่ใช่นับคะแนนใหม่ในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ตนเป็นส.ส.มาหลายสมัย ไม่เคยเห็นการนับคะแนนใหม่แบบนี้

 

          รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ เสียงส.ส.ฝ่ายรัฐบาลล่อแล่จะจมน้ำ ล่าสุดนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.พลังประชารัฐ ถูกศาลสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคน ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติตั้งกรรมาธิการก็ยืนยันสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการซึ่งตนเห็นด้วย เพราะการกลับลำของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นการกลืนน้ำลายที่ถ่มออกไปแล้วให้กลับคืนมาอีก ไม่มีใครเขาทำกัน จะเกิดผลเสียต่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างร้ายแรง

 

          "ขอเตือนวิปรัฐบาลว่า อย่าดันทุรังทำในสิ่งที่ผิดหลักการ ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ ผิดวิสัยของสุภาพบุรุษทางการเมืองถ้าสภาฯล่มอีกเป็นครั้งที่สาม หรือเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายขึ้นในสภาฯก็อย่ามาโทษฝ่ายค้าน แต่ควรจะโทษฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงจมน้ำ บางทีอาจกลายเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธากับรัฐบาล และนั่นจะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนเดินไปสู่จุดอวสานก็เป็นได้" นางลดาวัลลิ์ กล่าว