คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

'วาสนา' โพสต์ อันตราย!! ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

24 พฤศจิกายน 2562 - 10:45 น.
วาสนา นาน่วม,ยกเลิกเกณฑ์ทหาร,ต่อต้านการเป็นทหาร
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 6,520 ครั้ง

"วาสนา นาน่วม" โพสต์ อันตราย!! ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นอันตรายต่อชาติ หากใช้ระบบสมัครใจ แล้ววันหนึ่ง ไม่มีคนอยากสมัคร หรือสมัครน้อย ไม่มีกำลังทหาร จะทำอย่างไร


 

 

         วาสนา นาน่วม ได้โพสต์ ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว Wassana Nanuam ถึงเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่ได้มีนายพล ทัพฟ้า ออกมาฉะ แนวคิด ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่า เป็นอันตรายต่อชาติ....หากใช้ระบบสมัครใจ แล้ววันหนึ่ง ไม่มีคนอยากสมัคร หรือสมัครน้อย ไม่มีกำลังทหาร จะทำอย่างไร

อ่านข่าว: โปรโมชั่นเลิกเกณฑ์ทหาร ยั่วชายไทยสมัครแต่ไม่เข้าตากองทัพ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 วาสนา นาน่วม ได้โพสต์ข้อความไว้ว่า...

อันตราย!!

ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

 

 “นายพลทัพฟ้า” ฉะ แนวคิด ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นอันตรายต่อชาติ....หากใช้ระบบสมัครใจ แล้ววันหนึ่ง ไม่มีคนอยากสมัคร หรือสมัครน้อย ไม่มีกำลังทหาร จะทำอย่างไร....ชี้เดิม เป็นระบบเท่าเทียม ไม่ใช่คนรวย ไม่ต้องเป็นทหาร คนจนเท่านั้นที่ต้องเป็น ระบุ กองทัพต้องการ สร้างทหารที่แข็งแกร่งใน 24 เดิอน. เผยที่ผ่านมา สมัคร เป็นแค่6เดือน-12เดือน แล้วแต่วุฒิการศึกษา ชี้ การเกณฑ์ทหาร เป็นการสร้าง “เม็ดเลือดขาว” ของร่างกาย ระบุ มันเป็น วิทยาศาสตร์ ประชาชน เป็น“เม็ดเลือดแดง” .ชี้ ต้องถูกสร้างมาโดยไขกระดูก คือ กองทัพ

“เสืออากาศ 24/7” นายทหารอากาศระดับนายพล คนสำคัญของ ทอ. เขียนบทความ เรื่อง “ต่อต้านการเป็นทหาร” ว่า

“ต่อต้านการเป็นทหาร” เท่ากับ ไม่รู้เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ

“ต่อต้านการเป็นทหาร” เท่ากับ นำพาสังคมสู่ความหายนะ

โลก

โลกเกิดขึ้นมาด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

โลกจึงถูกห้อมล้อมไปด้วยวิทยาศาสตร์

ทุกสรรพสิ่งบนโลกล้วนเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น มิอาจปฏิเสธข้อเท็จจริงข้อนี้ได้ ดังนั้น ในความเป็นวิทยาศาสตร์จึงเกิดเป็นปรากฎการณ์ดังนี้

ประเทศไทย(และทุกประเทศ)เป็นวิทยาศาสตร์

สังคมไทย ก็เป็นวิทยาศาสตร์

คนไทยเช่นกัน ก็เป็นวิทยาศาสตร์

คนไทยคือมนุษย์เผ่าพันธุ์ที่กำเนิดและอาศัยใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องบนดินแดนสุวรรณภูมิที่มันทั้งหมดถือเป็นระบบวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติที่ลงตัว

สังคมไทยจึงต้องเป็นสังคมเชิงวิทยาศาสตร์ อย่างมิอาจปฏิเสธได้

 

เปรียบเทียบ

“ประชาชนทุกคน คือ ทหาร”

“ทหารในเครื่องแบบทุกคน มาจาก ประชาชน”

"ทหาร เป็นเสมือน เม็ดเลือดขาวประชาชน(พลเมือง)ทุกสาขาอาชีพ เป็นเสมือน เม็ดเลือดแดง

“เม็ดเลือดขาว” กับ “เม็ดเลือดแดง” ต่างล้วนเกิดมาจากไขกระดูกจากบรรดากระดูกทั้งหลายที่กระจายตัวอยู่เกือบทั่วทั้งร่างกาย ปรากฏการณ์ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เป็นเช่นนี้

 

"ไขกระดูก" นั้นเปรียบเสมือนได้กับเป็น "กองทัพ กับเป็นหน่วยทหารที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ"กองทัพ(ทั้ง3เหล่าทัพ : บก-เรือ-อากาศ) กับหน่วยทหารของมันที่กระจายอยู่ทั่วประเทศก็ถือว่าเป็น "แหล่งผลิต" - "ทหารอาชีพ" กับเป็น "แหล่งผลิต" - "ประชาชน(พลเมืองดี)" ตามหลักวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินั่นเอง

 

มันเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติของมนุษย์ที่มนุษย์ทุกคน(คนไทยทุกคน :นักการเมืองไทย/นักปกครองไทย-ข้าราชการไทย -คนไทยทั้งชาติ)ต้องเข้าใจให้ได้อย่างลึกซึ้ง

“ต่อต้านการเป็นทหาร” แท้จริงแล้ว มันเป็นเพียงเรื่องราวของคนไทยกลุ่มหนึ่ง ผู้ไม่รู้ไม่เข้าใจในวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติแม้แต่น้อย เท่านั้น

การไม่รู้เรื่องราวในทางวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติกรณี ทหารอาชีพ/เม็ดเลือดขาว-ทหารกองประจำการ/ประชาชน(พลเมืองดี)/เม็ดเลือดแดง ที่มันต้องถูกผลิตขึ้นโดยกองทัพ หมายถึงว่า ก็มิได้รู้-ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสังคม(ไทย)ที่มันเป็นวิทยาศาสตร์ไปโดยปริยายด้วย

ความไม่รู้/ความไม่เข้าใจในความเป็นวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยบนบริบทที่ซับซ้อนของมัน แต่ทว่าประเทศไทยในเชิงวิทยาศาสตร์กลับต้องถูกนำพาโดย กลุ่มคนผู้ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ จึงเกิดผลกระทบทางความมั่นคง มีขึ้นตามมา

ประเทศไทยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันจึงตกอยู่ในสภาพขาดแคลนวิทยาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

บุคคล(คนไทยบางคน)และ/หรือกลุ่มคนไทยบางกลุ่มที่ไม่รู้เรื่อง/ไม่เข้าใจวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินั้นถือเป็นชนวนเหตุสำคัญของความล่มสลายของสังคม(ไทย)-เป็นชนวนเหตุสำคัญของความล่มสลายของประเทศ(ไทย) อย่างมิอาจปฏิเสธได้

 

หลักความจริงของวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น

“ต่อต้านการเป็นทหาร” มันถือเป็นปรากฎการณ์ที่ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติโดยสิ้นเชิง

“ต่อต้านการเป็นทหาร” มันจึงเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้สังคมไทย-ทำให้ชาติบ้านเมืองไทยก้าวไปสู่สภาวะล่มสลาย ในจังหวะ แต่ละก้าวทีละเล็กทีละน้อย

ระบบการเป็นทหาร

A ระบบทหารอาชีพ

การสร้างเม็ดเลือดขาว การสร้างทหารอาชีพโดยกองทัพ/โดยหน่วยทหาร"

“ทหารอาชีพทุกคนล้วนมาจากประชาชน”

ระบบทหารอาชีพนั้นถือเป็นระบบที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพยิ่ง มันเปรียบเสมือน เม็ดเลือดขาว ที่มีความแข็งแกร่งที่ถูกสร้างมาจากไขกระดูกของร่างกายของตนเองนั่นเอง

ทหารอาชีพจากสถาบันหลักทางทหารของประเทศไทย ดังนี้จากสถาบันการศึกษาพื้นฐาน: รร.นายร้อย รร.นายเรือ รร.นายเรืออากาศ โรงเรียนนายสิบ-โรงเรียนชุมพล-โรงเรียนจ่าอากาศ.....จากสถาบันการศึกษาชั้นสูงทางทหาร : วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยการทัพของทุกเหล่าทัพ โรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพ โรงเรียนชั้นนายพัน/ผู้บังคับฝูง โรงเรียนชั้นผู้บังคับหมวด โรงเรียนชั้นประทวนในหลายๆระดับ

เม็ดเลือดขาวของไทย อันหมายถึงทหารไทยจึงถือเป็นทหารหาญผู้มีความแข็งแกร่งยิ่ง-กล้าหาญยิ่ง

B ระบบทหารกองประจำการ/ประชาชน(พลเมืองดี)

การสร้างเม็ดเลือดแดง การสร้างทหารกองประจำการ(สร้างประชาชน/พลเมืองดี)โดยกองทัพ/โดยหน่วยทหาร"

“ทหารประจำการทุกคนล้วนก็มาจากประชาชน(พลเมืองดี)”

ระบบทหารกองประจำการของประเทศไทยอันเสมือนเป็นการสร้างเม็ดเลือดแดง มาจากไขกระดูกของร่างกายนั้นถึงปัจจุบันถือว่ามันตกอยู่ในสภาพผิดพลาดบกพร่องมานาน

-ทหารกองประจำการ6 เดือน

-ทหารกองประจำการ12เดือน

ประชาชน(พลเมืองดี)ผู้เคยถูกเกณฑ์ให้มาเป็นทหารฯรับใช้ชาติภายใต้การสร้างโดยกองทัพ/โดยหน่วยทหารมาจนถึงปัจจุบันนั้นถูกสร้างขึ้นมาในระยะเวลาสั้นเกินไป (6-12เดือนเท่านั้น)

ทหารฯอันหมายถึงประชาชน(พลเมืองดี)แท้จริงแล้วสมควรจะต้องถูกสร้างในระยะเวลา2ปีเต็มเป็นอย่างน้อยให้กลายเป็นคนมีวินัย-มีความรับผิดชอบต่อตนเอง/ต่อส่วนรวมก่อนที่จะออก/กลับไปใช้ชีวิตเป็นประชาชน(พลเมืองดี)ในตลอดทั้งชีวิต

เม็ดเลือดแดงเหล่านี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกสร้างมาโดยไขกระดูก(โดยกองทัพ/โดยหน่วยทหาร)บนระยะเวลา24เดือนเต็มโดยไม่มีข้อยกเว้น

(ในการนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องแก้กฎหมาย/พ.ร.บ.ฯ2497)เพื่อให้ชายไทยทุกคนต้องเข้ามารับใช้ชาติทำหน้าที่เป็นทหารฯระยะเวลานาน24เดือนโดยไม่มีข้อยกเว้น)

ทหารกองประจำการบนระยะเวลา24เดือนสามารถถูกสร้างให้เป็นคนมีวินัย/ถูกสร้างให้เป็นคนมีวิชาชีพติดตัว(วิศวกรรม-การปกครอง)โดยถูกสร้างขึ้นในกองทัพ/ในหน่วยทหารในทั่วทั้งประเทศซึ่งก็เสมือนกับการสร้างเม็ดเลือดแดงจากไขกระดูกในข้อเปรียบเทียบในเชิงวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินั่นเอง

 

เม็ดเลือดแดงที่ไม่ได้ถูกสร้างมาจากไขกระดูก เสมือนกับว่าเป็นประชาชน(พลเมือง)ที่มิได้ถูกสร้างมาจากกองทัพ/มาจากหน่วยทหาร มันอาจเปรียบเทียบได้เหมือนกับว่าเป็นการนำเม็ดเลือดแดงจากนอกร่างกายมาใส่ไว้ให้อยู่ในร่างกาย มันอาจเกิดปฏิกิริยาต่อต้านตามมา

(ซึ่งข้อเท็จจริงในประเทศไทยในปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น) มันปราศจากความแข็งแกร่ง มันจึงปราศจากคุณค่า มันหมายถึงความปราศจากเสียซึ่งภูมิคุ้มกันนั่นเอง

ประเทศไทยนับแต่ได้มีการบัญญัติและประกาศใช้กฎหมาย/พ.ร.บ.ฯ ว่าด้วยการเกณฑ์ทหารฯแล้วก็ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพอ่อนแอลงเรื่อยมา ทำให้สังคมไทยอ่อนแอลงเรื่อยมา

 

สังคมไทยกลายเป็นสังคมไร้วินัยอย่างน่าเสียดายแม้ว่าชนชาติไทยดั้งเดิมนั้นจะ(เคย)เป็นชนชาติผู้มีวินัย -เป็นนักสู้ที่อาจหาญยิ่ง/ที่กล้าหาญยิ่งก็ตาม

 

ประเทศไทยนับแต่ได้บัญญัติและประกาศใช้กฎหมาย/พ.ร.บ.ฯ ว่าด้วยการเกณฑ์ทหารฯ แล้วนั้นก็ทำให้สังคมไทยเกิดความเหลื่อมล้ำ ชายไทยหลายคนไม่ต้องเป็นทหาร(สามารถหลีกเลี่ยงการเป็นทหารฯได้โดยมีกฎหมายเป็นเครื่องมือ) ชายไทยส่วนหนึ่งสามารถเป็นทหารเพียงแค่6เดือนก็ได้ ชายไทยส่วนหนึ่งสามารถเป็นทหารระยะเวลาเพียง12เดือนก็ได้

 

โดยที่ชายไทยอีกส่วนหนึ่งต้องเป็นทหาร24เดือนหรือ2ปีเต็ม กฎหมายฉบับนี้มันก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมขึ้นในสังคมไทย มันสร้างความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งความคิดในสังคม

 

ทั้งนี้ ความขัดแย้งในหมู่ชายไทยก็ได้มีเกิดขึ้นตามมา(กฎหมาย/พ.ร.บ.ฯฉบับนี้ถูกบัญญัติออกมาโดยนัยสำคัญให้เป็นเครื่องมือเอื้ออำนวยแก่บรรดาบุตรหลาน(ผู้มีการศึกษา)ของบรรดานักการเมือง/ของผู้มีอำนาจอิทธิพลในยุคสมัยนั้นโดยวัตถุประสงค์ของมันคือมิให้บรรดาบุตรหลานของเขาเหล่านั้นต้องออกไปทำการรบ/ไปต่อสู้กับคอมมิวนิสต์อันเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายยิ่งต่อชีวิต จะมีก็แต่ลูกหลานชาวไร่ชาวนาผู้มิได้มีความรู้/มิได้มีการศึกษามากนักซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสก็มีอันต้องถูกบังคับให้ไปเป็นทหารฯรับใช้ชาติในภารกิจที่เสี่ยงชีวิต

 

ปรากฏการณ์เช่นนี้แท้จริงแล้วก็คือการเอาเปรียบสังคมกับการสร้างความไม่เป็นธรรม/กับความเหลื่อมล้ำขึ้นในสังคมไทยโดยกฎหมายฉบับนี้นั่นเอง ปัจจุบันมันยังคงติดอยู่กับประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้)

ความน่ากังวลที่เกิดขึ้นตามมาในสังคมไทย/ในประเทศไทย คือ ชายไทยปัจจุบันละเลยการเป็นทหารฯ

ชายไทยจำนวนไม่น้อย “วิ่งเข้าวัด” หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้จับโดน “ใบดำ” เพื่อมิให้ต้องไปเป็นทหารฯ มันสื่อถึงว่าภูมิคุ้มกันของประเทศไทย/ของสังคมไทยได้ล่มสลายลงจนเป็นที่ประจักษ์แล้ว

แถมว่า ....คนไทยกลุ่มหนึ่ง:นักการเมืองไทยกลุ่มหนึ่ง/นักปกครองไทยกลุ่มหนึ่ง-ข้าราชการไทยกลุ่มหนึ่งกำลังคิดกันว่าจะกระทำทุกวิถีทาง มิให้ชายไทยทุกคนต้องไปเป็นทหารฯ

คนกลุ่มนี้นิยมส่งเสริมให้ผู้ทำหน้าที่ทหารฯมาจากการเข้าสมัครเท่านั้น จะไม่เกณฑ์ทหารอีกต่อไป

การคิดเช่นนี้คือการคิดที่เป็นหายนะยิ่งต่อชาติบ้านเมือง วันใดวันหนึ่งข้างหน้า ประเทศไทยอาจจะไม่มีทหารฯหลงเหลือ

ถึงจุดนั้นชายไทยทั้งชาติ/ประชาชนคนไทยผู้เป็นเพศชายอาจจะเป็นประชาชนผู้ขาดวินัย-ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมโดยสิ้นเชิงก็ว่าได้

เนื่องจากว่าไม่มีประชาชนคนใดผ่านการสร้างวินัย-ผ่านการสร้างความรับผิดชอบจากกองทัพอีกต่อไป ไม่มีใครผ่านการฝึกทหารมาจากกองทัพ/จากหน่วยทหารอีกต่อไป

 

                      

เสมือนว่า บรรดาเม็ดเลือดแดงของทั้งร่างกายมิได้ถูกผลิตมาจากไขกระดูกของตนเอง

ปรากฎการณ์ที่กล่าวข้างต้นคือผลผลิตที่เป็นผลพวงมาจากวิธีคิดของกลุ่มคนผู้ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาตินั่นเอง

การคิดที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ถือเป็นอันตรายยิ่งต่อชาติบ้านเมือง

การต่อต้านการเป็นทหารในประเทศไทยในประเทศไทยในขณะเวลานี้แท้จริงก็คือ ผลผลิตของความคิดที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติอันถือเป็นอันตรายยิ่งต่อชาติบ้านเมือง

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ