เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า

 

 

 

              การประชุมมีหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ รวมถึงแรงงาน ว่า เราจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร หลายอย่างเป็นมิติที่จะต้องหารือร่วมกันในการทำงาน ตนได้สั่งการให้พัฒนาปรับปรุงการทำงานของ ครม.เศรษฐกิจ ไปด้วย เพื่อให้ครอบคลุมในหลายๆ มิติด้วยกัน เพราะต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ทั้งเรื่องการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ เรื่องการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เนื่องจากการลงทุนของรัฐบาลมีหลายอย่าง ทั้งในส่วนงบประมาณภาครัฐและงบประมาณรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเราจำเป็นต้องเร่งการขับเคลื่อนในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้าย และส่งต่อไปไตรมาสที่ 1 ของงบประมาณปีหน้า จึงต้องใช้เวลาพอสมควร และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเรื่องงบประมาณประจำปี 2563 อยู่

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

 

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากแล้ว ในขณะนี้ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การค้าออนไลน์ ก็ได้เร่งรัดดำเนินการใช้ดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ซึ่งทุกคนก็ต้องร่วมมือกันด้วย ไม่เช่นนั้น ถ้ารัฐบาลออกอะไรไป ก็ทำไม่ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ในเรื่องของแรงงาน ต้องเน้นในเรื่องทักษะ โดยในส่วนที่ตกงานหรืออะไรต่างๆ ก็ยังมีโรงงานที่เกิดขึ้นใหม่ 2,800 แห่ง และที่มีการเลย์ออฟพนักงานก็มีอยู่บ้างประมาณ 1,000 กว่าโรงงาน ก็ต้องไปดูรายละเอียดของโรงงานที่ลดการจ้างลงหรือยกเลิกคนเพราะอะไร ตรงนี้มันก็มีเหตุมีผลของมันในตัว ขณะเดียวกัน โรงงานใหม่มันก็เกิดขึ้น แล้วคนที่ตกงานจะทำอย่างไร วันนี้ก็ได้สั่งการไปแล้วต้องหาวิธีดำเนินการแก้ปัญหา สิ่งคำคัญที่อยากจะขอร้องคือทำอย่างไรให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ถ้าเราพูดถึงเพียงความขัดแย้งอย่างเดียวและอะไรที่ไม่ดีมากนัก

 

 

 

              นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องการส่งออกมีการสรุปมาว่าดีขึ้น แม้จะไม่มากนัก แต่ถ้าเราไปถามรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็อาจมีปัญหาอยูบ้าง ต้องดูในรายละเอียดว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ยากของการเป็นรัฐบาลในเวลานี้ ย่อมมีผลกระทบทั้งสิ้น จึงต้องดูทั้งปัจจัยภายในภายนอก ถ้ามองภายในอย่างเดียว อาจมองว่ารัฐบาลทำงานไม่ได้ผล ขอให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย วันนี้พยายามทำอย่างเต็มที่ ขอให้ช่วยกันสู้ไปด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาซึ่งกันและกัน เรื่องใดที่ยังไม่มีข้อยุติตามกฎหมาย หากเอามาวิพากย์วิจารณ์กันเยอะๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เรื่องที่มีการทุจริตก็มีกระบวนการตรวจสอบ ถ้ายังไม่เข้ากระบวนการศาล หรือกระบวนการยุติธรรม ก็ถือว่ายังไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น ตรงนี้คือความเป็นธรรม ฝากให้ช่วยกันคิดด้วย ประเทศไทยหลายอย่างดีขึ้น แต่ถ้าเรามองสิ่งที่ยังไม่ดีมีปัญหาก็ทำลายความมั่นใจความเชื่อมั่น กำลังใจซึ่งกันและกันมันจะหมดลงเรื่อยๆ หลายประเทศให้ประชาชนนึกถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเป็นแกนหลักสำคัญในการนำพาประเทศชาติผ่านพ้นช่วงวิกฤติ