royal coronation
23 มกราคม 2563
การเมือง

ธนาธร แจงยิบปิดคดีถือหุ้นวี-ลัค ลุ้นศาลรธน.ชี้ขาด 20 พ.ย.นี้

15 พฤศจิกายน 2562 - 13:49 น.
ธนาธร,คดีถือหุ้นวี-ลัค
Shares :
เปิดอ่าน 526 ครั้ง

"ธนาธร" ยกแถลงปิดคดีถือหุ้นสื่อ 4 ข้อ ตั้งข้อสังเกตกระบวนการสอบสวนชั้น กกต.ไม่ครบ ยื่นเรื่องศาล รธน. ก่อนสอบพยานเสร็จ ย้ำ วี-ลัค ปิดตัวปี 61 โอนหุ้นให้แม่

คลิปที่ 1

 


                15 พ.ย.2562-"ธนาธร" ยกแถลงปิดคดีถือหุ้นสื่อ 4 ข้อ ตั้งข้อสังเกตกระบวนการสอบสวนชั้น กกต.ไม่ครบ ยื่นเรื่องศาล รธน. ก่อนสอบพยานเสร็จ ย้ำ วี-ลัค ปิดตัวปี 61 โอนหุ้นให้แม่ ก่อนเสนอตัวลง สมัคร ส.ส. พ้อถูกคดีเพราะต้านอำนาจ คสช. ถามผิดเป็นบาปมากหรือลงการเมืองฝันอยากเห็น ปชต.ในประเทศ

              ที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เวลา 10.30 น. "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรค อนค. ได้แถลงข่าวซึ่งระบุว่าเป็นการแถลงปิดคดีถูกกล่าวหาถือหุ้นสื่อกรณี บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด หลังจากที่ได้ส่งเอกสารให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วซึ่งคดีกำลังอยู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 20 พ.ย.นี้

คลิปที่ 2

 

 

 

 

 

             โดย "นายธนาธร" หัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า เป็นโอกาสการแถลงปิดคดีของตนต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย เรื่องข้อกล่าวหาถือหุ้นสื่อ ซึ่งมี 4 ประเด็นที่ตนจะชี้แจง 1.บริษัท วี-ลัคฯ เป็นสื่อหรือไม่ ก็ต้องหลักฐานแวดล้อมต่างๆ เช่น งบการเงินว่าบริษัทมีรายได้มาจากที่ใด เรื่องนี้สำคัญมาก ซึ่งวี-ลัค มีผลิตภัณพ์ที่เคยทำ คือนิตยสาร WHO ซึ่งฉบับสุดท้ายที่เผยแพร่คือฉบับเดือน ธ.ค.61 โดยวี-ลัคเป็นเจ้าของด้วยตัวเอง และอีก 2 นิตยสารที่วี-ลัค ผลิต แต่วี-ลัค ไม่ได้เป็นเจ้าของเอง คือ นิตยสารจิ๊บ จิ๊บ JIBjib เล่มสุดท้ายผลิตเดือน ธ.ค.61 โดยหนังสือเขียนไว้ชัดเจนว่าเจ้าของคือสายการบินนกแอร์

 

 

                 และนิตยสาร WEALTH ที่มีธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นเจ้าของ ซึ่งออกตามรายไตรมาสโดยไตรมาสสุดท้ายที่ออก คือปี พ.ศ.2559 ดังนั้นนิตยสารทั้งสาม ไม่ได้ถูกพิมพ์แล้ว ขณะที่ตนใช้สิทธิลงสมัคร ส.ส.วันที่ 6 ก.พ.62 และยิ่งไปกว่านั้นพนักงานชุดสุดท้ายที่อยู่ในบริษัทเพื่อปิดต้นฉบับจิบ จิบ ในวันที่ 25 พ.ย.61 บริษัทก็เลิกจ้างทั้งหมดและปิดตัวเองลงวันที่ 26 พ.ย.61 โดยตั้งแต่นั้นมาบริษัทไม่มีรายได้อีกแล้ว จะมีก็แต่เงินรับที่ค้างจ้าง ส่วนรายได้ที่เกิดจากการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่มีอีกแล้ว รายได้เดียวที่วี-ลัค มีในปี 2562 คือรายได้ที่เกิดจากการขายทรัพย์สินกิจการ เช่น โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ คอมพิวเตอร์ และเมื่อ วี-ลัค ไม่มีพนักงาน ยุติกิจการไปแล้ว ไม่มีผลิตภัณฑ์ ไม่มีบริการ บริษัทเช่นนี้จะเป็นสื่อได้อย่างไร

 

 

 

 

 

               2.ตนยังเป็นผู้ถือหุ้นสื่อใน บ.วี-ลัคฯ อยู่ในวันที่ 6 ก.พ.62 หรือไม่ในวันที่ตนใช้สิทธิลงสมัคร ส.ส. ซึ่งคำร้องของ กกต. อ้างตนยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่จนถึงวันที่ 21 มี.ค.62 โดยอ้างอิงจากเอกสารใบ บอจ.5 ซึ่งทั้งทางปฏิบัติและทางนิตินัย ใบ บอจ.5 ไม่ใช่หนังสือยืนยันการเป็นผู้ถือหุ้น แต่จริงๆ เป็นเพียงส่วนที่บริษัทใช้แจ้ง กระทรวงพาณิชย์ทราบเกี่ยวกับรายชื่อล่าสุดผู้ถือหุ้น แต่การจะดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นที่ได้ผลสัมฤทธิ์ธุรกรรมเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อใด ตามกฎหมายต้องเป็นไปตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1129 , 1141 ซึ่งวันที่ 6 ม.ค.62 ตนได้โอนคืนให้มารดาเรียบร้อยแล้ว มีสัญญา มีตราสารโอน จ่ายเงินต่อหน้าทนายความโรตารีและเปลี่ยนนายทะเบียนผู้ถือหุ้นบริษัทครบถ้วนสมบูรณ์ ตาม ป.พ.พ.1129 , 1141 ดังนั้นถ้าไม่มีหลักฐานเป็นอื่น ต้องถือว่าธุรกรรมนั้นถูกทำสำเร็จครบถ้วนไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว

 

 

               3.การถือหุ้นสื่อของตนผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยที่มาของ รธน.มาตรา 98(3) เกี่ยวกับการห้ามถือหุ้นสื่อนั้นเริ่มตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งอดีตการร่าง รธน. นายชูชัย ศุภวงษ์ กมธ.ยกร่าง เคยอภิปรายการถือหุ้นสื่อว่า มาตรานี้เกิดขึ้นเพราะว่าเคยมีสถานการณ์ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กุมอำนาจรัฐแทรกแซงสื่อทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในทุกวิถีทาง และยังพบว่าซื้อสื่อแล้วการที่ไปเป็นเจ้าของสื่อทำให้เกิดการแทรกแซงสิทธิเสรีภาพของสื่อทำให้กลไกการตรวจสอบ รธน.ต้องพิกลพิการ

 

   

             และที่สำคัญก็ไปกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ควรได้รับรู้ จากต้นกำเนิดมาตรานี้ตนอยากชี้ให้เห็น 2 ข้อว่าเจตจำนงของตนในการผลิตนิตยสาร 3 เล่มซึ่งนับตั้งแต่วันที่เกิดนิตยสาร จนถึงวันที่ปิดนั้น  ไม่เคยให้คุณทางการเมืองกับตนเลย และไม่เคยให้โทษกับคู่แข่งทางการเมืองของตนเลย นอกจากนี้วันที่ นิตยสารปิดลงในปี พ.ศ.2561 ก็ยังเป็นวันที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเลือกตั้งหรือไม่ และเมื่อใด โดยพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งฯ ประกาศใช้วันที่ 23 ม.ค.62 แต่เวลาบริษัทปิดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.61 เราไม่มีเจตนาที่จะคงให้มันอยู่ เราปิดมันก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งเสียอีก

 

 

 

 

 

          4.กระบวนพิจารณาคดีถูกต้อง เที่ยงธรรม เป็นธรรมกับตนหรือไม่ ตนขอชี้ให้เห็นว่า กกต. ผู้ร้อง แต่งตั้ง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดีนี้ มีนายปรัชา นาเมืองรักษ์ เป็นปธ.กกฯ ซึ่งได้เรียกพยาน 2 คนที่ลงหนังสือในสัญญา กับทนายความโราตารีที่อยู่ในวันโอนหุ้นเข้าไปให้ถ้อยคำ นั่นหมายความว่าวันที่ 22 พ.ค.62 ที่พยานทั้ง 3 คนนั้น กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงยังดำรงอยู่ แต่ กกต.ชุดใหญ่ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 16 พ.ค.62 จึงหมายความว่า คณะกรรมการสืบสวนฯ ยังทำไม่เสร็จ แต่ กกต.ชุดใหญ่ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำถามว่า นี่คือกระบวนการเร่งรัดหรือไม่ เป็นกระบวนการที่ส่งคำร้องไปโดยที่ข้อเท็จจริงยังไม่ผ่านการสอบสวนให้สิ้นกระบวนความหรือไม่  

 

 

 

 

                "ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กรณีเกิดขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมืองของผม เป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เป็นการฟ้องโดยไม่สุจริตหรือไม่  เพราะขณะที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ทำงานอยู่ กกต.ชุดใหญ่ ไม่มีรายงานจากกรรมการสืบสวนฯ ท่านเอาข้อมูลที่ครบถ้วนกระบวนความที่ไหนไปฟ้องกับศาลรัฐธรรมนูญความบกพร่องในรูปแบบและกระบวนในขั้นตอนของความยุติธรรมมีความสำคัญมาก เพราะกระบวนในศาลรัฐธรรมนูญต่างกับทั่วไปคือศาลชั้นเดียว ดังนั้นไม่มีการให้ความเป็นธรรมกับผมอย่างอื่นนอกจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แค่เรื่องกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง กระบวนการที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ถูกร้อง ก็มีน้ำหนักเพียงพอแล้วที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องนี้เสีย"

 

 

             ทั้งนี้ "นายธนาธร" หัวหน้าพรรค อนค. ยังกล่าวด้วยว่า หากมาทบทวนแล้วถามตนว่าทำผิดอะไร คำตอบของตนก็คือไม่ใช่เรื่องหุ้นสื่อ ไม่ใช่เรื่องให้เงินพรรคกู้ คำตอบของตนคือความผิดของตนที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. พวกเรามีความฝันที่อยากเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ประเทศที่เป็นนิติรัฐ นิติธรรมทุกคนได้รับปฏิบัติทางกฎหมายเท่าเทียมกัน และเป็นประเทศที่ไม่มีการรัฐประหารอีกแล้ว ความฝันเช่นนี้เป็นผิดบาปมากเกินไปหรือในประเทศนี้

 

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ