รัฐสภา 11 พฤศจิกายน 2562 ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร  รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้ลงมติ รับร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมและกรรมาธิการ พ.ศ.....  

 

ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญยกร่างข้อบังคับฯ​ที่มีนายพีรศักดิ์ พอจิต ส.ว.เป็นประธานกมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ ไว้ในการพิจารณาวาระสอง ด้วยเสียงข้างมาก 187 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และตั้งกมธ.​เพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ที่ประชุมวุฒิสภา จะลงมติรับหลักการดังกล่าว มีส.ว.ท้วงติงต่อเนื้อหาและเสนอให้นำไปปรับปรุงแก้ไข อาทิ นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ส.ว. อภิปรายทักท้วงว่าบทบัญญัติตามร่างข้อบังคับฯ​บางประเด็นอาจปฏิบัติได้ยาก เนื่องจากกำหนดเนื้อหาโดยนำข้อบังคับขององค์กรอิสระ หรือ ศาลมาเขียน เช่น ร่างข้อ 20 ที่กำหนดว่า ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือผู้มีชื่อเสียงทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่

 

ซึ่งล้อมาจากข้อกำหนดของศาล แต่กรณีของส.ว.อาจมีประเด็นว่าใครคือ คือคู่กรณี หรือเป็นคู่กรณีหรือไม่ ดังนั้นควรพิจารณาเนื้อหาที่เหมาะสมกับส.ว.หรือร่างข้อ 23 ที่กำหนดว่าต้องอุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น ทั้งนี้การทำงานของส.ว. อาจมีปัญหาว่าเวลาใดคือเวลาราชการ หรือการทำงานนอกพื้นที่ เช่นในโครงการพบประชาชนจะถูกตีความอย่างไร เป็นต้น 


ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ อภิปรายต่อคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ที่กำหนดให้มีองค์ประกอบ 15 คน นั้นจะเพียงพอต่อการพิจารณาหรือไม่ อีกทั้งควรพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมอื่น ๆ ว่าจะให้มีเฉพาะส.ว.เป็นกรรมการจริยธรรมเท่านั้นหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ