
ธนาธร บรรยายแนะนำ SME รับมือเศรษฐกิจซบเซา
"ธนาธร" แนะนำวิธีบริการจัดการบัญชี-แนวคิดเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส พัฒนาปรับปรุงทักษะบุคลากร-อุปกรณ์ ฝากรัฐแก้ทุนผูกขาด-ให้โอกาสทุนท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน
3 พ.ย.62 - ที่พรรคอนาคตใหม่ อาคารซัมมิทไทยทาวเวอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ บรรยายพิเศษ หัวข้อ "เศรษฐกิจซบเซาและซึมยาว SME ไทยจะรับมืออย่างไร? "ซึ่งเป็นการบรรยายเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจขนาดกลางและเล็กในภาวะวิกฤต ด้านมาตรการทางการเงิน : การบริหารหนี้และเงินสด และด้านมาตรการที่ไม่ใช่การเงิน : การจัดการองค์กร/ทรัพยากรมนุษย์ในช่วงวิกฤต
โดย นายธนาธร เริ่มกล่าวถึงมาตรการทางการเงิน การบริหารธุรกิจขนาดกลางและเล็กให้คำแนะนำในการจัดเก็บทางบัญชี ว่า ในการลงทุนทำกิจการตรงนี้สำคัญที่ต้องแยกบัญชีเงินลงทุน กับเงินตัวเอง เพราะหากกิจการมีผู้ถือหุ้น ไม่ได้เป็นเจ้าของคนเดียว แล้วถ้าเกิดวิกฤติเรานำเงินตัวเองไปเสริมจะเป็นปัญหาการทำงบัญชีว่าเงินมาจากไหน แล้วการตกลงกับหุ้นส่วนอาจมีปัญหา ซึ่งต้องเคลียร์กันให้ชัดว่าเป็นเงินเพิ่มทุน หรือเงินกู้ ดังนั้นหากจะใส่เงินสดลงไปในองค์กรต้องให้ชัดว่าใครใส่บ้าง แล้วจะให้เป็นการเพิ่มหุ้น หรือเงินกู้ เป็นความสำคัญเพราะสถานะต่างกันหากเป็นเงินกู้เราที่เพิ่มเงินสดจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้แล้วหากบริษัทเลิกกิจการ เงินจะถูกจัดให้เป็นเจ้าหนี้ก่อนแล้วต่อมาจึงจะจัดสรรให้หุ้นส่วน
นายธนาธร ยังพูดถึงสิ่งที่กระทบการลงทุนกิจการต่างๆ คือยอดขาย หากไม่เป็นไปตามเป้าก็พัง โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือการประเมินตัวเองเพื่อให้รู้สถานะตัวเองในวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเข้าใจ Bottom line ว่ายอดขายลงเท่าใดแล้วเราจะขาดทุน แล้วหาทางแก้ปัญหาเช่น การลดเงินผู้บริหารก่อน ซึ่งตนยึดเป็นหลักเสมอว่าหากเกิดวิกฤติจะทำเป็นอย่างแรก เป็นการแสดงความรับผิดชอบก่อนที่จะไปพิจารณาตัดเงินเดือนพนักงาน ต่อไปก็พิจารณากระแสเงินสด จะต้องดูเป็นรายงานแบบรายวันป้องกันการช็อต ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา เพราะเวลาบริษัทจะล้มละลายนั้นมี 2 ลักษณะคือ 1.การล้มละลายในงบดุลทางบัญชีหรือล้มละลายทางการเงินเมื่อส่วนของทุนในงบดุลเป็นติดลบต่ำกว่าศูนย์ กับ 2.การล้มละลายทางกระแสเงินสดที่ไม่มีจ่ายเจ้าหนี้ สุดท้ยมาฟ้องเป็นคดีในศาล
ดังนั้นในการแก้วิกฤติเราต้องเข้าใจในสถานะบริษัทตัวเองด้านยอดขาย-ยอดการเงินงบกำไร-ขาดทุน และการบริหารเงินสด เพราะหากล้มละลายทางเงินสดไม่มีจ่ายเจ้าหนี้จะล้มละลายจริง ดังนั้นตัวสำคัญที่สุดในวิกฤติคือเงินสด ที่เรียกว่า Cash is King เราต้องเก็บเงินสดไว้ในบริษัทให้มากที่สุด
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เกิดวิกฤติแล้วเราทำอะไรได้บ้าง 1.หากเรายังสู้ต่อยังไม่อยากปิดกิจการ ก็ยอมขายกิจการเพื่อให้เป็นเงินสดกลับมา แล้วเปลี่ยนมาเป็นเช่า-ซื้อใหม่ เหมือนเป็นการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นเงินสดลงทุน 2.หากยังมีสินค้าคงเหลือ ก็ขายไปนำเงินสดมา 3.กรณีที่มีลูกค้ายังไม่ชำีะเงิน ก็เดินไปบอกลูกค้าขอเก็บเงิน อย่ากลัวที่จะเดินไปบอก หรือเดินไปเจรจากับคู่ค้า เช่น การรับสินค้าช้าหน่อยได้หรือไม่
ในการบริหารองค์กรธุรกิจ ยามที่เกิดวิกฤตินั้นการบริหารจัดการเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ใช้โอกาสยอดขายตก นำเวลาไปปรับปรุงทักษะคนทำงาน-อุปกรณ์ทำงานที่จะลดต้นทุนด้านเวลาไม่ทำให้สูญเสียเวลากับการทำงานที่ไม่เพิ่มมูลค่า และยังทำให้คนนั้นทำงานอื่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ในการสร้างองค์กรให้ยั่งยืน เราต้องสร้างความแตกต่างในการลงทุนระยะยาว และลดต้นสินค้า-บริการที่เราไม่แตกต่างจากเขา
นอกจากนี้ นายธนาธร ยังยกตัวอย่างการใช้สื่อโซเชียลโดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ในการเป็นช่องทางขายสินค้า โดยสร้างเอกลักษณ์ในการขาย เช่น แม่-ลูกนำรองเท้าแบรนด์เนมมือสองมาขาย ซึ่งแม่เป็นคนพูดเก่ง ส่วนลูกดูลักษณะรองเท้าเป็น หรือเคยมีเกษตรกรภาคเหนือปลูกแคนตาลูปในระบบปิด Green House ให้คนมาจองซื้อแคนตาลูปปลูกแบบออแกนิคผ่านเฟซบุ๊ก สร้างรายได้ต่อเดือนหลักหมื่นบาท-แสนบาท
นายธนาธร ยังระบุถึงประเด็นแรงงานด้วยว่า มาเลเซียทำติดต่อ 40 ชม./สัปดาห์ แต่ในไทยทำงาน 48 ชม./สัปดาห์ ตามกฎหมายแรงงาน หากเราสามารถลดเป็น 1 คนต่อ 40 ชม./สัปดาห์ จากที่ทำงาน แบบ 8 ชม./วัน , 6 วัน/สัปดาห์ เชื่อว่าจะทำให้สามารถจ้างงานได้อีก 1 คน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ด้วย
นายธนาธร ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า สิ่งที่ต้องทำ คือ 1.การสร้างงานใหม่ อดีตที่ไทยทำมา 60 ปี คือ การเปิดประเทศรับเงินทุนต่างชาติ แล้วยังไม่ปรับการพัฒนาสร้างโอกาสลงทุนธุรกิจขนาดกลาง มีแต่ให้ทุนขนาดใหญ่ ถ้าภาครัฐออกกฎหมายผลักดันให้มีอุตสาหกรรมใหม่เราจะสร้างงานอีกมหาศาล เช่น เรามีกำลังผลิตเต็ม 100 แต่ใช้กำลังผลิตเพียง 65% ทั้งนี้จะรอดูวันที่ 18 พ.ย.นี้ว่าช่วงไตรมาส 3 ตัวเลขการลงทุนจะลดลงอีกหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าจะลดลง ดังนั้นเราต้องสร้าง Supply Chain ห่วงโซ่อุปทาน (ความต้องการซื้อ) เช่น การจัดหาเครื่องอบข้าวให้ชาวนาใหม่ แทนที่จะใช้แรงงานตากข้าวบนถนน หรือโรงคัดแยก-แปรรูปผลไม้ เป็นอีกวิธีการสร้าง Supply Chain ให้เกษตรกร ตนเชื่อว่าหากรัฐเปลี่ยนวิธีคิด แทนที่จะเน้นเพียงให้ต่างชาติมาลงทุนซึ่งเราก็ไม่ได้ภาษีจากเขาด้วย เราได้เพียงแค่ค่าแรง ไม่ใช่ว่าการลงทุนต่างชาติไม่สำคัญแต่เราต้องมีนโยบายรัฐในการต่อยอดสร้างเทคโนโลยีใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมของเราเองไม่ใช่พึ่งพิงแต่กับต่างชาติ
2.การจัดการทุนผูกขาด เห็นว่า ต้องสนับสนุนเปิดโอกาสให้ทุนขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น เรื่องสุรา เปิดโอกาสชาวบ้านนำข้าวมาหมักเป็นสุราท้องถิ่น นำภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างคุณค่า หากมีโอกาสในไตรมาส 1 หรือไตรมาส 2 ปีหน้า (ปี2563) เราจะผลักดันกฎหมายในสภา ส่วนทุนใหญ่ต้องไปเปิดตลาดโลกแล้วดึงมูลค่าเพิ่มกลับเข้ามาในไทย ไปลุยฐานผลิตเวทีโลกนำผลิตภัณฑ์ในไทยส่งออก ส่วนการแปรรูปสินค้าขนาดกลางก็ให้เป็นหน้าที่ของทุนขนาดกลาง แต่ทุนใหญ่ในไทยไม่ได้เล่นบทบาทที่ควรทำ กลับมาแย่งบทบาทุนขนาดกลาง-เล็ก และอาศัยข้อกฎหมาย ความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจสร้างกฎระเบียบ เอาเปรียบผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก นอกรัฐจากนั้นต้องเปลี่ยนบทบาททุนใหญ่พัฒนาระบบเทคโนโลยี เช่น สร้างเครื่องจักรขนาดใหญ่เพื่อสร้างการแปรรูปการผลิตให้เติบโตตลาดโลกแล้วกลับมาสร้างงานในประเทศ โดยตนขอฝากว่า การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างงาน ถือเป็นเรื่องสำคัญ อยากเห็นการกระจายงบส่วนกลางกระจายสู่การบงทุนท้องถิ่นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการจัดบรรยายครั้งนี้ ช่วงแรกเปิดให้ผู้มาร่วมรับฟังการบรรยายได้ทำแบบสอบถามออนไลน์ เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ ในเชิงคำถามแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐ หรือคิดเห็นอย่างไรกับกระแสปลดพนักงานลักษณะให้ผู้ร่วมฟังการบรรยายพิมพ์ตอบทันทีในห้องบรรยาย
ทั้งนี้ในการบรรยายดังกล่าว มีกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดเล็ก - พนักงานบริษัท และผู้สนับสสนุนพรรคร่วมเข้าฟังด้วยนับ 100 คนตามที่มีการลงทะเบียน



