“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต. สอบ “ช่อ” บริจาคเงิน 1 ล้าน ให้อนาคตใหม่ มีที่มาอย่างไร เหตุแจงป.ป.ช.มีเงินฝากแค่หลักหมื่น พร้อมจี้สอบวงเงินบริจาค “ธนาธร-เมีย” ว่าเป็นการกระทำของบุคคลเดียวกันหรือไม่ ถ้าใช่เท่ากับบริจาคเกิน 10 ล้าน เข้าข่ายยุบพรรค
 

 

งานเข้า อนค. ศรีสุวรรณ ยื่น กกต. สอบ ช่อ บริจาค 1 ล้าน

 

           สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) - 28 ต.ค.62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง จำนวน 1 ล้านบาท ของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีพิรุธและข้อผิดสังเกต เนื่องจากทรัพย์สินของน.ส.พรรณิการ์ ที่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) มีจำนวนไม่มาก มีเงินฝากอยู่ในธนาคารเพียงหลักหมื่นบาท แต่กลับมีเงินบริจาคให้พรรคการเมืองมากถึง 1 ล้านบาท ดังนั้นตนเชื่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวอาจไม่ใช่เงินส่วนตัวของน.ส.พรรณิการณ์ แต่เป็นเงินที่ได้มาจากคนอื่น จึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องไต่สวนสอบสวนหรือส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง. )ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการเสียภาษีเงินได้ต่างๆ

 

          นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ตนยังได้ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบการบริจาคเงินของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้บริจาคให้พรรคอนาคตใหม่ 10 ล้านบาท และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร ก็บริจาคเงินให้พรรคอนาคตใหม่ 7.2 ล้านบาท เนื่องจากโดยปกติเป็นที่รับรู้ทั่วไปในข้อกฎหมายว่าเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย เปรียบเสมือนบุคคลเดียวกัน ดังนั้นการกระทำนิติกรรมทางการเงินจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส จึงเป็นข้อสงสัยที่ต้องให้กกต. ได้วินิจฉัยว่าการกระทำของนายธนาธรและภรรยาดังกล่าวเป็นการกระทำของบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งหากเป็นบุคคลเดียวกันก็จะผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ห้ามให้บุคคลบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกินคนละ 10 ล้านบาทต่อปี เรื่องนี้หากมีความผิดจริง อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองที่รับบริจาคต่อไปได้

 

          "กรณีนี้เป็นประเด็นสำคัญที่อยากให้กกต.วินิจฉัยให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามคำร้องหรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็นไปตามคำร้อง บุคคลที่เป็นสามี ภรรยา หรือเครือญาตินามสกุลเดียวก็กันสามารถแยกบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองได้คนละไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปีใช่หรือไม่" นายศรีสุวรรณ กล่าว