11 ต.ค.2562-นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมเตรียมการรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ประจำปี 2562 โดย กล่าวว่า เป็นที่ทราบว่า ที่ผ่านมาเราประสบกับพายุสองลูดคือโพดุลและทาจิกิสร้างความเสียหายอย่างมาก และหากเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากสถิติที่ผ่านมาในข่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มักจะเกิดพายุ ก็จะสร้างความเดือดร้อน จึงต้องมีการเตรียมพร้อมป้องกันล่วงหน้าเพืีอปฏิบััิติการเช่นเครื่องจักร อุปกรณ์​ต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลืออันจะเป็นการสร้างความเชืี่อมั่นให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลมีความห่วงใย

            "ไม่ว่าจะเกิดเหตุหรือไม่ขอให้ทุกคนอยู่ในความระมัดระวังอย่าประมาท และขอให้ดูแลประขาชนในส่วนอื่นด้วยแม้ไม่มีเหตุอุทกภัย" 

 

 

ถึงคิวใต้ กรมชลเตือน 89 จุดเสี่ยงอ่วมน้ำ

 

 

              นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กำชับทุกหน่วยงานให้เฝ้าระวังและป้องกันการเกิดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อน กรณีที่มีภัยธรรมชาติก็จะทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด อีกทั้งหากลดความรุนแรงของภัยพิบัติได้ รัฐบาลจะไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูด้าน ทั้งนี้อุทกภัยรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นประสบการณ์ที่ทุกหน่วยงานต้องนำมาปรับใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ภูมิประเทศของภาคใต้มีลักษณะเป็นสันเขาพาดยาวลงไปขนานกับแนวชายฝั่งทะเล พื้นที่แคบ เมื่อฝนตกหนักจะเกิดน้ำหลากอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ดังนั้นมาตรการที่ต้องเตรียมคือ การเร่งระบายน้ำออกทะเลให้เร็วที่สุด

 

              ทั้งนี้ขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม บูรณาการกับกระทรวงเกษตรฯ ในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาหากเกิดอุทกภัย อาจจำเป็นต้องขุดถนนเพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลออกทะเลได้เร็วเนื่องจากสภาพพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก มีทั้งถนน และทางรถไฟกีดขวางทางน้ำจำนวนมาก โดยนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้ทุกกระทรวงทำงานร่วมกันและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรให้เร็วที่สุด

 

 

ถึงคิวใต้ กรมชลเตือน 89 จุดเสี่ยงอ่วมน้ำ
 

 

         ด้านดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำภาคใต้ปัจจุบัน (10ก.ย.62) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาย เขื่อนปราณบุรี เขื่อนรัชประภา และเขื่อนบางลาง มีปริมาณน้ำรวมกัน 5,513 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 46 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกัน 351 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 106 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกัน 31 ล้าน ลบ.ม.  จากการคาดการณ์ปริมาณฝนเฉลี่ย ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำรวมกัน5,705 ล้าน ลบ.ม. และจากการคาดการณ์ปริมาณฝนเฉลี่ย ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2562 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำรวมกัน 5,930 ล้าน ลบ.ม.

 

ถึงคิวใต้ กรมชลเตือน 89 จุดเสี่ยงอ่วมน้ำ

 

          กรมชลประทาน ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังจะมาถึง โดยได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด และให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด รวมไปถึงการตรวจสอบอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์  

 

 

ถึงคิวใต้ กรมชลเตือน 89 จุดเสี่ยงอ่วมน้ำ

 

 

         นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยภาคใต้ทั้งหมด 89 จุด ใน 16 จังหวัด และเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือเครื่องจักร อาทิ เครื่องสูบน้ำจำนวน 464  เครื่อง โดยดำเนินการติดตั้งแล้ว 49 เครื่อง และสำรองอีก 415 เครื่อง  เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 300 เครื่อง ดำเนินการติดตั้งแล้ว 28 เครื่อง และสำรองอีก 272 เครื่อง รถแทรกเตอร์และรถขุดจำนวน 308 คัน เครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆอีกจำนวน 170 หน่วย รวมเครื่องจักรเครื่องมือทั้งหมด 1,242 หน่วย  เข้าประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพื้นที่หากเกิดอุทกภัยได้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดปํญหาหรือให้มีน้อยที่สุด

 

ถึงคิวใต้ กรมชลเตือน 89 จุดเสี่ยงอ่วมน้ำ