คมชัดลึกออนไลน์ 30 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

บิ๊กตู่ วอนสื่อเบาๆหน่อย ตีข่าว ลันลาเบล พอสมควร

27 กันยายน 2562 - 17:44 น.
ลันลาเบล,ลัลลาเบล,บิ๊กตู่
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 135 ครั้ง

บิ๊กตู่ ยกคดี ลันลาเบล ต้องปฏิรูปสื่อ จี้รับผิดชอบต่อสังคม แนะมีจรรยาบรรณ ชี้ยังไม่พิสูจน์ทราบเสนอข่าวพอควร สุดท้ายไม่ใช่ก็ไร้คนรับผิดชอบ ทำสังคมสับสน


                เมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์เพจ ">ไทยคู่ฟ้า ถึงคดีลันลาเบล ที่มีการส่งต่อข้อมูลทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหาย ว่า

 

 

 
 
 
 

                เราต้องมีการปฏิรูปเรื่องสื่อ การสร้างความเข้าใจ เพราะทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคมเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคำว่าจรรยาบรรณ คือควรมีการเสนอข่าวพอสมควร เช่น ข่าวใดที่ยังไม่ได้มีการตัดสินพิสูจน์ทราบให้เสนอพอสมควรก่อน อย่างกรณีคดีลันลาเบล ที่ขั้นตอนอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ทราบ พอพิสูจน์ทราบแล้วก็จะมาอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม มีบทลงโทษ แต่มีการพูดว่าต้องเป็นแบบนี้ไปก่อนแล้ว จึงทำให้เกิดความสับสนอลหม่าน พอเจ้าหน้าที่ตัดสินมาไม่ตรงกับที่สังคมคิด ก็จะโดนว่าทุกอย่างบิดเบือนไปหมด

 

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

                "ตรงนี้เป็นเคสตัวอย่าง มันมีหลายกรณีที่มีเรื่องแล้วเอามาขยายกันแบบนี้ พอท้ายที่สุดไม่ใช่แล้วก็ไม่มีคนรับผิดชอบ บ้านเมืองอลหม่านไปหมด สังคมก็สับสนวุ่นวาย เดือดร้อน ไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ไว้วางใจศาล แล้วจะอยู่กันอย่างไร เรื่องแบบนี้ต้องมีขั้นตอน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ต้องมีการสอบสวน การพิสูจน์ศพทางนิติวิทยาศาตร์ กระบวนการพิจารณาในศาล จึงจะหาตัวผู้กระทำความผิดได้ เมื่อตัดสินแล้วก็จบ ซึ่งทุกศาลจะเป็นแบบนี้ ก็ขอให้สื่อเบาๆหน่อย ช่วยๆกัน"

 

 

                บิ๊กตู่ ดีใจสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้น แนะปชช.ร่วมมือหาที่กักเก็บ อินโดฯยันเร่งแก้หมอกควัน

                ส่วนการแก้ปัญหาอุทกภัยในประเทศไทยนั้น เรื่องนี้ตนเป็นห่วงมาตลอด เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากอากาศเปลี่ยน ทำให้ฝนตกไม่ตรงฤดูกาล และวันนี้ยังตกใต้เขื่อนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ระบบระบาย ทางน้ำที่เคยไหลรวมกัน วันนี้ไปไม่ได้ เพราะมีการสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ แต่จะไปโทษผังเมืองก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะประชาชนต้องร่วมมือด้วย รัฐก็พยายามทำ แต่ประชาชนไม่ยอม ก็ทำไม่ได้ เราจึงมีหลักคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากแผ่นดินของเราอย่างไร ในการเก็บน้ำ พร่องน้ำ และระบายน้ำ รวมทั้งปัญหาน้ำท่วมที่ต้องแก้กันต่อไป

 

 

 

                นายกฯ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ดีใจ คือตนได้รับรายงานมาทุกวันว่าสถานการณ์ดีขึ้นๆ ระดับเริ่มลดลงมา 30-50 เซนติเมตร เมื่อน้ำฝนปริมาณน้อยลง ตลิ่งก็สูงขึ้น สามารถระบายน้ำออกแม่น้ำโขงได้โดยเร็ว เราก็คิดว่าจะเก็บน้ำเหล่านี้ได้อย่างไรในพื้นที่แก้มลิง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นพื้นที่ของประชาชน ส่วนใหญ่มีพื้นที่ 5-10 ไร่ หากบอกให้เสียสละมาทำพื้นที่แก้มลิง ก็ไม่ค่อยยอมกัน เพราะเป็นที่ทำกิน ตนถึงบอกให้รวมกันเป็น 100-1,000 ไร่ เพื่อทำทะเลสาปขึ้นมา แล้วหาอาชีพอื่นให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปบังคับให้ประชาชนเลี้ยงปลา มันคนละเรื่อง ซึ่งวันนี้ต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ ตามแผนบริหารจัดการน้ำ 20 ปี หลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเจอปัญหานี้มาตลอด แต่เราจำเป็นต้องมีแผนคือการร่างไว้ก่อน อะไรที่ทำได้ก็ทำก่อน ตรงไหนทำไม่ได้ก็ค่อยๆสร้างความเข้าใจ

                นายกฯ กล่าวอีกว่า จากนี้จะอยู่ในช่วงการฟื้นฟู ซึ่งมีมาตรการของกระทรวงการคลังอยู่แล้ว ทั้งเยียวยา ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร นี่คือมาตราการหลักพื้นฐานที่ครอบคลุมทุกอย่าง ขณะที่ในสี่เดือนข้างหน้าจะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้มีอาชีพ จึงต้องเตรียมเงินไว้ในส่วนนี้ เพื่อหามาตราการต่างๆ เพื่อให้เขาอยู่ได้

                นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ด้วยว่า ตนมีโอกาสพูดคุยกับรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยเขายืนยันกับตนว่ากำลังพยายามแก้ปัญหาอยู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี ทั้งพื้นที่ภาคใต้ และประเทศมาเลเซีย ขณะที่อินโดนีเซียค่าฝุ่น PM2.5 ยังไม่เกินมาตราฐานมากนัก แต่ประเทศไทยก็มีควันเข้ามา ซึ่งตนได้รับรายงานว่าบางพื้นที่ยังไม่เกินค่ามาตราฐาน แต่อย่าประมาท เพราะจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ สิ่งสำคัญต้องมีหน้ากากอนามัยเผื่อไว้ โดยเฉพาะเด็ก คนชรา และคนป่วย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง และจะมีการร่วมมือกันแก้ปัญหาหลายประเทศ

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ