9 กันยายน 2562  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน บ.ท.135 (Embrear) เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยใน จ.ยโสธรและจ.อุบลราชธานี  

 

 

โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมคณะ

 

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจุดจอด ฮ.สวนสาธารณะพญาแถน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร ก่อนเดินทางด้วยรถทรานซ์ฟอร์เมอร์ หมายเลขทะเบียน 7 กบ. 5125 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่วัดกลางศรีไตรภูมิ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.ยโสธร โดยระหว่างทางนายกฯได้นั่งรถตรวจสภาพปัญหาในพื้นที่ประสบอุทกภัยริมแม่น้ำชีและแม่น้ำยัง ที่ไหลมาบรรจบกัน ซึ่งมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาบนผิวถนน

 

จากนั้นนายกฯ ได้พบปะประชาชนที่มาต้อนรับกว่า 200 คน โดยมีนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน ทั้งนี้ทันทีที่มาถึง นายกฯได้ทักทายกับหน่วยแพทย์ที่มาดูแลประชาชน พร้อมให้กำลังใจว่า เหนื่อยหน่อยนะ มีภัยแบบนี้ก็ต้องช่วยกัน

 

 

จากนั้นนายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า ตนได้นำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาด้วยเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่า รัฐบาลไม่ทอดทิ้งทุกคน และสิ่งแรกที่มาวันนี้อยากนำความของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี ที่ทรงเป็นห่วงประชาชนและฝากความห่วงใยมากับรัฐบาล ผ่านโครงการต่าง ๆ ของทุกพระองค์

 

อย่างไรก็ตามวันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 32 จังหวัด ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลคนทุกจังหวัด ไม่ได้ทำให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งรัก ตนไม่ใช่คนแบบนั้น วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งการทำระบบชลประทานไม่สามารถทำได้ทุกพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ขณะเดียวกันเราเคยเจอเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 54 มาแล้ว วันนี้ก็ต้องมีกำลังใจ ซึ่งทุกคนย่อมได้รับความเดือดร้อนแน่นอน เพราะฝนตกมากกว่าปกติ

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า  ในเรื่องการทำนา ตนจะไปบังคับใครไม่ได้ แต่หากทำแบบเดิมต่อไปก็จะมีปัญหาแบบเดิมและทำให้เสียงบประมาณ จึงขอให้บางส่วนลองทำเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร สำหรับการเยียวยายืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือตามกฎหมาย และกฎระเบียบของกระทรวงการคลัง ซึ่งตรงนี้จะเป็นพื้นฐานที่ผู้ได้รับความเสียหายจะได้รับการเยียวยา รวมถึงค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 23 คน  ตนขอแสดงความเสียใจ  

 

 

 

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสามารถช่วยเหลือได้มากกว่านี้ โดยให้ไปหามาตรการที่เหมาะสมที่เป็นไปตามกฎหมายและพ.ร.บ.การเงินการคลัง ไม่ใช่ใครพูดว่าจะให้ได้เลยเพราะผิดกฎหมาย จึงต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งคงไม่มีใครอยากให้ตนไปติดคุก แต่เงินต้องใช้ให้ถูกด้วย ยืนยันการให้ประชาชนตนไม่ได้หวงอะไรเลย แต่ต้องทำให้ถูกต้อง และใครที่บอกว่าทำง่ายๆ ก็อย่าไปเชื่อ ถ้าทำง่ายจริงคงทำกันมานานแล้ว แต่ตนจะทำให้เร็วกว่าเดิม

 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาดูด้วยตาตัวเองว่าเป็นไปตามสิ่งที่รายงานขึ้นไปหรือไม่ และขอให้ทุกคนซื่อสัตย์ต่อกันในการไปสำรวจว่าได้รับความเสียหายอย่างไร เพราะทุกคนจะได้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะเงินจะไม่พอไปช่วยพื้นที่อื่น ทั้งนี้ 5 ปีที่ผ่านมาตนมาอีสานหลายครั้ง และได้อนุมัติหลายโครงการในการประชุมครม.สัญจร แต่เวลาทำอะไรต้องมีการศึกษาและสอบถามประชาชน ซึ่งบางครั้งประชาชนไม่ยอมก็เป็นปัญหาว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร แต่หากจำเป็นก็จะมีมาตรการเยียวยา ไม่ได้หมายความว่าจะไปไล่ที่ใคร

 

"ในส่วนโครงการต่างๆ นั้น งบประมาณปี 2563 ก็เพียงพอจะจ่ายให้ได้ และในส่วนของ 6 โครงการที่จังหวัดได้เสนอมาก็ให้สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ได้อย่างไร เพื่อให้ทันม.ค. ปี 63 เพราะเราช้ามาแล้ว เนื่องจากมีการเลือกตั้งและกำลังจะมีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอะไรกันอีกแล้ว ทำให้ยุ่งไปหมดก็ช่างเขา แต่ผมก็ทำงานของผมไป ใครที่ไม่ทำก็ช่างเขา แต่ใครไม่อยากให้ทำต่อในโครงการต่างๆบ้าง ที่พูด ไม่ใช่ให้ผมอยู่ต่อ และที่ผ่านมาเราทำมาเยอะแล้ว ทั้งโครงการแก้ภัยแล้งและน้ำท่วม" นายกฯ กล่าว

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นายกฯ เนรมิตรให้ใครไม่ได้ แต่ยืนยันจะทำให้ด้วยความร่วมมือระหว่างเรา และฝากสาธารณสุขให้ดูแลในเรื่องน้ำกัดเท้าและสัตว์มีพิษ รวมถึงโรดหวัด ซึ่งนายกฯ ห่วงพวกเราทุกวันทุกคืน อยู่กรุงเทพฯ ตนก็ไม่ได้สบาย เพราะก่อนหน้านี้ฝนไม่ตกก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนตก วันนี้ก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนหยุดตกอีกแล้ว

 

จากนั้น นายกฯ และครม. ได้มอบถุงยังชีพให้กับตัวแทนผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดยโสธร ทั้งนี้ตลอดการพูดคุยกับชาวบ้าน นายกรัฐมนตรี พยายามพูดคุยด้วยภาษาอีสาน แต่ไม่ค่อยมีเสียงตอบรับ นายกรัฐมนตรี จึงพูดว่า "ตกลงฉันพูดอีสานไม่รู้เรื่องเหรอจ๊ะ ขอโทษทีย้ายไปนานแล้ว เกิดโคราชแต่ย้ายไปนานแล้ว"

 

นายกฯ ได้กราบนมัสการ พระครูใบฎีกา ชินาธิปสุรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดกลางศรีไตรภูมิ โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระพุทธรูปอุปคุตปางจกบาตร ให้แก่นายกฯ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายระหว่างนายกฯ กำลังพบกับประชาชน ฝนได้ตกลงมาโปรยปราย