royal coronation
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562
การเมือง

(ฉบับเต็ม) ยกฟ้อง ทักษิณไม่ผิดปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย-กฤษดา

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 - 15:37 น.
ศาลฎีกา,ทักษิณ,ปล่อยกู้กรุงไทย,ปล่อยกู้กฤษดา,ยกฟ้อง
Shares :
เปิดอ่าน 4,635 ครั้ง

"ทักษิณ" ส่งทนายสู้คดีกรุงไทยสำนวนแรก ในคดีพิจารณาลับหลัง ศาลพิพากษายกฟ้อง ชี้ พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้เชื่อว่า ซุปเปอร์บอสคือทักษิณ

           

             30 ส.ค.62 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เมื่อเวลา 14.50 น."นายวิชัย เอื้ออังคณากุล" รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีนายทักษิณ ชินวัตร ร่วมทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อง ธ.กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานคร คดีหมายเลขดำ อม.3/2555 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง"นายทักษิณ ชินวัตร" อายุ 70 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เป็นจำเลยที่ 1 และนายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย และบริษัทในเครือของบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 ราย (กลุ่มนายวิโรจน์ และผู้บริหาร ธ.กรุงไทยฯ กับ บมจ.กฤษดามหานครฯ ศาลพิพากษาถึงแล้วเมื่อวันที่ 26 ส.ค.58 จำคุกทั้งสิ้น 24 คน ยกฟ้อง 2 คน) เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502  , ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505  , ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535 พร้อมให้ชดใช้มูลค่าความเสียหายด้วย 10,054,467,480 บาท กรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.46  - 30 เม.ย.47 ได้อนุมัติสินเชื่อให้นิติบุคคลซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ นำไปซื้อที่ดินโดยไม่มีการวิเคราะห์ถึงฐานะทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ รวมทั้งวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อ , แหล่งเงินทุนที่จะชำระหนี้ และไม่มีการควบคุมติดตามดูแลสินเชื่อ หลังการอนุมัติโดยใกล้ชิด รวมทั้งไม่เรียกหลักประกันให้คุ้มหนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ธ.กรุงไทยฯ ผู้เสียหาย โดยพวกจำเลยนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริตเป็นเหตุให้ ธ.กรุงไทยฯ ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 10,054,467,480 บาท
 

 

          โดยอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.55 แต่ระหว่างที่จะเริ่มจะพิจารณาคดีปรากฏว่านายทักษิณได้หลบหนีคดี ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะส่วนของนายทักษิณออกจากสารบบไว้ชั่วคราว (พักการพิจารณา) จนกว่าจะได้ตัวกลับมาดำเนินคดี แล้วต่อมาในปี 2560 ได้มีการออกกฎหมายใหม่ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 (วิ อม.) ซึ่งให้อำนาจศาลที่จะพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลยได้ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เมื่ิอเดือน พ.ย.60 ขอให้นำคดีนี้ที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วเคราวเฉพาะในส่วนของ นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย ตาม วิ อม. มาตรา 28
          ขณะที่คดีนี้ "นายทักษิณ" จำเลยได้มอบอำนาจให้ทนายความร่วมโต้แย้งคดี ซึ่งถือเป็นสำนวนแรกและสำนวนเดียวที่ได้ตั้งทนายความร่วมโต้แย้งพยานหลักฐานถูกยื่นฟ้องคดีในศาลฎีกาฯ และมีการพิจารณาคดีลโดยไม่มีตัวจำเลยตามกฎหมายใหม่ ซึ่งฝ่าย "นายทักษิณ" จำเลย ได้นำพยานเข้าไต่สวน 4 ปาก ขณะที่วันนี้ทนายความก็ได้มาฟังคำพิพากษาด้วย
          ทั้งนี้ "องค์คณะฯ" พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อโต้แย้งประเด็นข้อกฎหมายที่นายทักษิณต่อสู้ว่า คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไม่มีอำนาจไต่สวนนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในคดีอื่น ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยที่ 5/2551 ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันการพิจารณาของศาลฎีกาฯ ด้วย
          มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดหรือไม่ องค์คณะเสียงข้างมาก เห็นว่าตามทางไต่สวนแม้จะได้ความจากนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ หนึ่งในห้าคณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธนาคารกรุงไทยว่า นายชัยณรงค์ ได้รับโทรศัพท์จาก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ์ อดีตประธานกรรมการบริหารธ.กรุงไทย 1 ใน 5 คณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธ.กรุงไทย จำเลยที่ 2 แจ้งว่าโครงการขออนุมัติสินเชื่อของบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด จำเลยที่ 19 (บริษัทในเครือกฤษดามหานคร) "ซุปเปอร์บอส" ตกลงแล้วอย่าสอบถามข้อมูลมากนัก และขอให้พิจารณาไปโดยเร็ว ซึ่งมีลักษณะเป็นการสั่ง และคำว่า" ซุปเปอร์บอส" น่าจะหมายถึงนายทักษิณ จำเลยที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะเกิดเหตุ แต่พยานเห็นว่าที่ดินซึ่งจำเลยที่ 19 อ้างทำโครงการขนาดใหญ่พื้นที่จำนวนมากถึง  4,000 ไร่ น่าจะมีปัญหาในการรวบรวมที่ดินแต่ละแปลง ดังนั้นโครงการดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และบริษัทโกลเด้นฯ จำเลยที่ 19 ก็ยังมีภาระสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นอีกจำนวนมาก ไม่อยู่ในสถานะชำระหนี้ได้ พยานจึงได้โต้แย้งการอนุมัติสินเชื่อ แต่ในที่ประชุมไม่มีบันทึกการโต้แย้ง ถ้ามีการโต้แย้งจริงจะอนุมัติสินเชื่อให้ได้อย่างไร ซึ่งการอนุมัติคณะกรรมการต้องเห็นชอบทั้ง 5 คน
          นอกจากนี้ นายชัยณรงค์ เคยให้ถ้อยคำต่อคตส. ว่า คำว่า" ซุปเปอร์บอส" หมายถึงจำเลยที่ 1 หรือคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาจำเลยที่ 1 อันเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกัน อีกทั้งการเบิกความเกี่ยวกับคำว่า "ซุปเปอร์บอส" หรือ" บิ๊กบอส" หมายถึงจำเลยที่ 1 เป็นเพียงการคาดเดาไปตามความเข้าใจของนายชัยณรงค์เอง ซึ่งนายชัยณรงค์ไม่เคยรู้จักจำเลยที่ 1 เป็นการส่วนตัว เพียงแต่อ้างว่าจำเลยที่ 2 โทรศัพท์มาบอกว่า" ซุปเปอร์บอส" ตกลงแล้วอย่าถามข้อมูลมากนักและขอให้พิจารณาไปโดยเร็ว จึงเป็นกรณีที่นายชัยณรงค์รับฟังมาจากจำเลยที่ 2 อีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น ซุปเปอร์บอสจะเป็นผู้ใดคงมีเพียงจำเลยที่ 2 เท่านั้นที่จะยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ หรืออาจเป็นข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ 2 เองก็เป็นได้ พยานปากนายชัยณรงค์ซึ่งเป็นพยานที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว จึงควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง
          ส่วนพยานปากนายอุตตม สาวนายน 1 ใน 5 คณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธ.กรุงไทย ก็ได้ความเพียงว่าก่อนการประชุมนายชัยณรงค์ได้สอบถามที่หน้าห้องประชุมเพียงว่าจำเลยที่ 2 ได้โทรศัพท์มาถึงนายอุตตมหรือไม่ ซึ่งนายอุตตมตอบว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้โทรศัพท์มาหาตน การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้จำเลยที่ 19 ในส่วนของนายอุตตมจึงไม่ได้เกิดจากจำเลยที่ 2 โน้มน้าวให้อนุมัติ เพราะได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 1 พยานหลักฐานของโจทก์ที่ไต่สวนมายังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 สั่งการผ่านจำเลยที่ 2-4 ให้อนุมัติสินเชื่อดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามฟ้องพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และถอนหมายจับในคดีนี้
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี เมื่อตามรัฐธรรมนูญใหม่และวิ อม. ใหม่ บัญญัติให้คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์คดีต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ ดังนั้นต้องรอดูว่าฝ่ายอัยการโจทก์จะพิจารณายื่นคำอุทธรณ์ในคดีนี้หรือไม่ ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับจากวันที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา
          ทั้งนี้ สำหรับ "นายทักษิณ" อดีตนายกฯ ที่ผ่านมาศาลฎีกาฯ ได้พิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลยตามกฎหมายและได้มีคำพิพากษาในคดีสำนวนอื่นก่อนหน้านี้ไปแล้วทั่งสิ้น 3 คดี
          ประกอบด้วย 1.คดี ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง กล่าวหาทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงค์) ให้กับรัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาเมื่ิอวันที่ 23 เม.ย.62 ให้จำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา
          2.คดี ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง กล่าวหาร่วมทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ศาลฎีกาฯ พิพากษาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.62 ให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา
          3.คดี ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง กล่าวหาขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปี 2546 ได้เสนอให้กระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 ส.ค.61 ให้ยกฟ้องนายทักษิณ
          โดยยังมีคดีที่ศาลฎีกาฯ กำลังพิจารณาอีก คือคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องกล่าวหาแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ - ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2551

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ