สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)-2 พ.ค.62-“เรืองไกร” ค้านประกาศรับรองส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จี้กกต.สรุปผลสอบปมถือหุ้นสื่อให้จบก่อน หอบหลักฐานยื่นกกต.สอบ “อนุทิน ณัฏฐพล เอกนัฏ ทวีศักดิ์” พร้อมเรียกร้อง”บิ๊กตู่”ช่วยแก้รธน.ก่อนเลือกตั้งใหม่

          นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร 4 ราย ว่าเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 98 (3) หรือไม่ เนื่องจากถือหุ้นในธุรกิจสื่อ ได้แก่ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง

         

             

 

           นายเรืองไกร กล่าวว่า จากมาตรฐานการตรวจสอบของกกต.กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตนเห็นว่ายังผู้สมัครอีกหลายรายที่ถือหุ้น และอาจเข้าลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร กกต.จึงไม่ควรเลือกปฏิบัติ ซึ่งจากที่ตนตรวจสอบกับกรมธุรกิจการค้า ล่าสุด ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 4 รายมีชื่อถือหุ้นในบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์การดำเนินกิจการไว้ในข้อ 19  ว่า ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือจำหน่ายและออกหนังสือพิมพ์ ล่าสุดพบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคภูมิใจไทย  ถือหุ้นในบริษัทซิโนไทย ดีเวล็อปเม้นท์จำกัด จำนวน 37,500 หุ้น  
          นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และกรรมการบริหารพรรค ถือหุ้นในบริษัทศรีธาราแลนด์จำกัด จำนวน 750,000 หุ้น และถือหุ้นบริษัทพิมลทรัพย์จำกัด จำนวน 80,000 หุ้น รวมทั้งถือหุ้นในบริษัทแฟซิฟิกเอ็กซ์คลูซีฟ ซิตี้ คลับ จำกัด อีก 35,000 หุ้น ซึ่งในบริษัทดังกล่าวนี้ ยังพบมีชื่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.เขต 27 กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ถือหุ้นอยู่ 35,000 หุ้น รวมถึงนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและเป็นเลขาธิการพรรค ถือหุ้น 10,000 หุ้น จึงขอให้กกต.ตรวจสอบและ

           นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หากบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร จะถือว่ามีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ รวมถึงต้องยุบพรรคการเมืองตามมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามข้อร้องเรียนดังกล่าวมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงแต่ละพรรคการเมือง ดังนั้นขอให้กกต.ระงับการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบให้ครบถ้วนเสียก่อน

          “การตีความกฎหมายที่ยึดแต่หลักนิติศาสตร์ทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้ นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ และกรธ. เขียนกฎหมายออกมาแล้วนำไปใช้ปฏิบัติไม่ได้ ปัญหานี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเข้ามาช่วย เพราะคุณสมบัติต้องห้ามเรื่องการถือหุ้นสื่อไม่มีใครรู้มาก่อน จนกระทั่งเกิดเหตุผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ผมจึงเสนอให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ วางกติกาให้เรียบร้อยแล้วเลือกตั้งใหม่”นายเรืองไกรกล่าว