ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 19 เม.ย. 2562 ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ ส.ส. และผู้สมัครจาก 6 พรรคการเมือง เนื่องจากยังถือครองหุ้น บริษัทที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน แม้บางแห่งปัจจุบันเป็นบริษัทร้าง แต่ก็ยังเป็นความผิดเพราะยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) ที่ระบุ ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือกิจการใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหมือนการหลอกลวงประชาชน แสดงถึงความเจตนาไม่บริสุทธิ์ จึงขอให้ กกต.ใช้อำนาจตรวจสอบกับกระทรวงพาณิชย์

 

 

 

              ร.อ.ทรงกลด กล่าวว่า สำหรับผู้สมัครที่ตนยื่นให้ตรวจสอบเป็นผู้สมัครของ 6 พรรคการเมือง รวม 32 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 10 คน นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยาของนายขวัญชัย สาราคำ แกนนำคนเสื้อแดง ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 4 ถือหุ้น หจ.ซี.เอ็ม.แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง และหจ.อุดร เคเบิ้ล บอร์ดคาสติ้ง แอนด์ เทเลวิชั่น, นายนพดล ปัทมะ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ บริษัท ยูนิเวอร์แซล เทเลวิชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 5 ถือหุ้น บริษัท ซินดิเคท แอ็คเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เป็นต้น

              ส่วนที่เหลือเป็นพรรคอนาคตใหม่ 7 คน พรรคเสรีรวมไทย 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรคพลังปวงชนไทย 2 คน และพรรคประชาชาติ 2 คน

              “จากการตรวจสอบหลักฐานการถือครองหุ้นธุรกิจสื่อของผู้สมัครทั้ง 6 พรรคที่ร่วมกันลงปฏิญญาจัดตั้งรัฐบาล จะมีผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรคหายไป 286,805 คะแนน ซึ่งจะทำให้จำนวน ส.ส.พึงมีหายไป 9 คน และส่งผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรค ไม่ใช่เสียงข้างมากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้” ร.อ.ทรงกลด กล่าว